ระดับอำเภอ

บทที่  ๑

โครงการพัฒนาชุมชน

อำเภอนาแห้ว   จังหวัดเลย

 

หลักการและเหตุผล

สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว เป็นหน่วยงานที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรมีครอบครัวเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และวิสากิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งตนเองได้มีขีดความสามารถในการผลิตและจัดการสินค้าการเกษตรให้มีปริมาณและคุณภาพที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และความต้องการของตลาด ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอขึ้น  เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจ และสังคมของอำเภอไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการงานแผนงาน โครงการด้านการส่งเสริมการเกษตรและการบูรณาการของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาครัฐให้เกิดการพัฒนาที่ทุกภาคส่วนมีส่วนรวม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน

การพัฒนาชุมชนในอำเภอนาแห้วที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาที่บุคคลภายนอกพื้นที่เป็นผู้ริเริ่มและชี้นำการพัฒนามาโดยตลอด ทำให้ผลของการปฏิบัติไม่ตรงตามความต้องการของชุมชน เนื่องจากขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้นในการพัฒนาชุมชนในยุคปัจจุบันต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม โดยเฉพาะประชาชนในชุมชน ซึ่งเป็นผู้ที่ทราบปัญหาและศักยภาพความต้องการของท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางวางแผนงานในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรเอกชน ให้คำแนะนำด้านความรู้วิชาการ มีความเข้มแข็งสามารถบริหารจัดการชุมชนของตนเองให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์

๑.  ส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงานให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดแนวทางการพัฒนาของตนเอง

๒.  เพื่อส่งเสริมแนวคิดและการบริหารจัดการกระบวนการพัฒนาเพื่อการพึ่งพาตนเองให้แก่ผู้นำและกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน

๓.  เพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน โดยการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดขึ้นตามความต้องการและตามศักยภาพของชุมชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.  ทำให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมในพื้นที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.  มีการพัฒนาอาชีพหรือกิจกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่คนในชุมชน

๓.  ได้แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล ซึ่งจัดทำขึ้นโดยชุมชนเป็นผู้กำหนด

พื้นที่เป้าหมาย

ครัวเรือนเกษตรกร  ๒,๙๔๑  ครัวเรือน  ในอำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  จำนวน   ๓๔   หมู่บ้าน   แยกเป็นดังนี้

–  ครัวเรือนเกษตรกร  ๖๙๑   ครัวเรือน ในตำบลนาแห้ว   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  จำนวน   ๗   หมู่บ้าน

–  ครัวเรือนเกษตรกร  ๕๒๙  ครัวเรือน ในตำบลแสงภา   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย   จำนวน   ๖   หมู่บ้าน

–  ครัวเรือนเกษตรกร  ๔๖๘   ครัวเรือน ในตำบลนาพึง   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย   จำนวน   ๘   หมู่บ้าน

–  ครัวเรือนเกษตรกร  ๗๓๓   ครัวเรือน ในตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  จำนวน   ๘   หมู่บ้าน

–  ครัวเรือนเกษตรกร   ๕๒๐   ครัวเรือน ในตำบลเหล่ากอหก   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย จำนวน   ๕   หมู่บ้าน

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่ตุลาคม   ๒๕๕๖ – กันยายน  ๒๕๕๘

งบประมาณที่ใช้และแหล่งที่มา

๑.  งบประมาณทั้งหมด   ๒,๑๕๐,๔๐๗  บาท

๒.  แหล่งที่มางบประมาณ

–  เทศบาลตำบล

–  องค์การบริหารส่วนตำบล

–  ส่วนราชการ

–  เอกชน

–  ระดมทุนจากสมาชิก

–  กองทุนหมู่บ้าน

ผู้รับผิดชอบโครงการ

–   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล

–  เทศบาลตำบล

–  องค์การบริหารส่วนตำบล

–  คณะกรรมการหมู่บ้าน / เกษตรหมู่บ้าน

–  สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

บทที่  ๒

สภาพพื้นฐานทางกายภาพชีวภาพ  สังคมและสิ่งแวดล้อม

.๑ ข้อมูลทางกายภาพ 

. ภูมิอากาศ

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของอำเภอนาแห้วส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน และยังมีป่าไม้ปกคลุมบางส่วน จึงทำให้อากาศไม่แปรปรวน อุณหภูมิมีที่ตั้งอยู่ในระหว่าง เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน  ประมาณ  33 องศาเซลเซียสอากาศจะหนาวและมีหมอกลงในตอนเช้า  ส่วนเดือนพฤษภาคม  จะมีฝนกระจายทั่วไป  ดังตารางแสดงสถิติอุณหภูมิ  ดังนี้

ตารางแสดงสถิติอุณหภูมิอำเภอนาแห้ว  ปี  ๒๕๕๑-๒๕๕๔

เดือน/พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ ๒๕๕๕
ต่ำสุด ต่ำสุด สูงสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด
มกราคม ๖.๕๐ ๑๐.๐๐ ๓๑.๕๐ ๓๑.๕๐ ๑๖.๕๐ ๒๘.๐๐ ๑๓.๓๐ ๒๕.๒๐ ๙.๐๐ ๓๑.๐๐
กุมภาพันธ์ ๑๓.๐๐ ๑๓.๔๐ ๓๓.๒๐ ๓๔.๐๐ ๑๗.๙๐ ๓๒.๗๐ ๑๗.๖๐ ๒๙.๗๐ ๑๕.๐๐ ๓๔.๒๐
มีนาคม ๑๒.๐๐ ๑๖.๐๐ ๓๖.๕๐ ๓๕.๔๐ ๑๙.๗๐ ๓๔.๔๐ ๑๒.๐๐ ๓๓.๕๐ ๑๗.๐๐ ๓๔.๕๐
เมษายน ๒๐.๐๐ ๑๗.๒๐ ๓๖.๒๐ ๓๖.๕๐ ๓๑.๑๐ ๓๗.๒๐ ๑๕.๐๐ ๓๔.๐๐ ๑๘.๐๐ ๓๗.๕๐
พฤษภาคม ๒๒.๐๐ ๒๐.๐๐ ๓๖.๐๐ ๓๗.๕๐ ๒๔.๗๐ ๓๔.๙๐ ๒๑.๐๐ ๓๔.๖๐ ๒๑.๐๐ ๓๗.๕๐
มิถุนายน ๒๒.๐๐ ๒๒.๒๐ ๓๕.๐๐ ๓๓.๐๐ ๒๔.๕๐ ๓๓.๕๐ ๒๐.๐๐ ๓๔.๐๐ ๒๓.๐๐ ๓๓.๕๐
กรกฎาคม ๒๑.๐๐ ๒๑.๐๐ ๓๔.๐๐ ๓๔.๕๐ ๒๓.๕๐ ๓๑.๖๐ ๒๐.๕๐ ๓๔.๐๐
สิงหาคม ๒๒.๐๐ ๒๐.๐๐ ๓๓.๐๐ ๓๔.๐๐ ๒๒.๗๐ ๒๙.๖๐ ๒๐.๘๐ ๓๔.๐๐
กันยายน ๑๙.๐๐ ๒๐.๘๐ ๓๕.๐๐ ๓๒.๐๐ ๒๒.๘๐ ๓๐.๖๐ ๒๑.๖๐ ๓๒.๐๐
ตุลาคม ๑๖.๕๐ ๑๗.๕๐ ๓๓.๐๐ ๓๑.๕๐ ๒๑.๓๐ ๒๘.๒๐ ๑๘.๕๐ ๓๓.๕๐
พฤศจิกายน ๑๐.๐๐ ๑๕.๐๐ ๓๒.๔๐ ๒๘.๐๐ ๑๖.๔๐ ๒๗.๑๐ ๑๕.๘๐ ๓๐.๘๐
ธันวาคม ๑๐.๐๐ ๕.๐๐ ๓๒.๐๐ ๓๐.๐๐ ๑๕.๔๐ ๒๘.๐๐ ๙.๕๐ ๓๐.๒๐

. ภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของอำเภอนาแห้วจะเป็นภูเขาสูงชัน เป็นส่วนใหญ่  ประมาณร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่ไม่อาจทำการเกษตรได้  อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ  ๘๐๐ เมตร  บริเวณที่สูงที่สุด  คือ  ภูขัดสูงจากระดับน้ำทะเล  ๑,๔๐๖  เมตร  บริเวณที่ต่ำสุด  คือ  บ้านนาแห้วเก่า  สูงจากระดับน้ำทะเล  ๘๐๐  เมตรที่ราบลุ่มกระจายอยู่ตามลำน้ำหู  ด้านทิศใต้และทิศตะวันตก  ส่วนทิศตะวันออกของตำบลเป็นภูเขาสูง  ลำน้ำที่สำคัญในการเกษตร   คือ  ลำน้ำหู  ขอบเขตพื้นที่ตำบลนาแห้ว  ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ  ๙๕%    ของพื้นที่ทั้งตำบลเนื้อดินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชุดดินที่  ๖๒  รายละเอียดดังนี้       

ลักษณะของดิน

กลุ่มชุดดินที่ 62

                ลักษณะโดยทั่วไป : ดินนี้ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีความลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ ดินที่พบในบริเวณดังกล่าวนี้มีทั้งดินลึกและดินตื้น ลักษณะของเนื้อดินและความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของหินต้นกำเนิดในบริเวณนั้น มักมีเศษหิน ก้อนหิน หรือหินพื้นโผล่ กระจัดกระจายทั่วไป ส่วนใหญ่ยังปกคลุมด้วยป่าไม้ประเภทต่าง ๆ เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง หรือป่าดิบชื้น หลายแห่งมีการทำไร่เลื่อนลอย โดยปราศจากมาตรการในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน จนบางแห่งเหลือแต่หินพื้นโผล่ ได้แก่ชุดดินที่ลาดชันเชิงซ้อน (Sc) กลุ่มชุดดินนี้ไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เนื่องจากมีปัญหาหลายประการที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ควรสงวนไว้เป็นป่าตามธรรมชาติ เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร
     ปัญหาในการใช้ประโยชน์ที่ดิน : พื้นที่ภูเขาลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ มีการกัดกร่อนของดินได้ง่าย

ความเหมาะสมของดินสำหรับการปลูกพืช : ดินกลุ่มที่ 62 มีศักยภาพไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืช เนื่องจากเป็นดินตื้น มีหินโผล่ที่ผิวดินเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน มีความลาดเทเฉลี่ยเกิน 35 % ง่ายต่อการชะล้างพังทลายของดิน จึงเหมาะสมที่จะรักษาไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
การจัดการดินกลุ่มชุดดินที่ 62 ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า ถ้ามีการบุกรุกทำลายป่า ควรเร่งรัดการปลูกป่าทดแทน และบำรุงรักษาป่าธรรมชาติที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น บริเวณที่ลาดชันและง่ายต่อการชะล้างพังทลายควรนำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสมมาใช้ทั้งมาตรการทางเกษตรกรรมและทางวิศวกรรม เช่นเดียวกับกลุ่มดินที่ 61 ที่ได้กล่าวมาแล้ว
ข้อเสนอแนะการใช้ประโยชน์ ดังที่กล่าวมาแล้ว ดินกลุ่มที่ 62 ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ทางการเพาะปลูกหรือทางการเกษตร ส่วนใหญ่อยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 ดังนั้นควรเก็บสงวนหรือรักษาไว้ให้คงสภาพเป็นป่าไม้เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร หรือเขตป่าอนุรักษ์อื่นๆ เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้มีลักษณะและคุณสมบัติที่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินได้ง่ายและรุนแรง ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรเป็นการใช้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์หรือทางด้านเกษตร

กลุ่มชุดดินที่ 59

ลักษณะโดยทั่วไป : ดินมีการผสมของดินหลายชนิด ซึ่งเกิดจากตะกอนลำน้ำพัดพามาทับถมกัน พบบริเวณที่ราบลุ่ม หรือบริเวณพื้นล่างของหุบเขา มีสภาพพื้นที่ราบเรียบ มีความลาดชันประมาณ 0-2 % ดินที่พบส่วนใหญ่มีการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว มีลักษณะและคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น เนื้อดิน สีดิน ความลึกของดิน ปฏิกิริยาดิน ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุต้นกำเนิดดินในบริเวณนั้น ๆ ส่วนมากมีก้อนกรวดและเศษหินปะปนอยู่ในเนื้อดิน ได้แก่ชุดดินตะกอน สีน้ำการระบายน้ำเลว (AL-P) ปัจจุบันบริเวณดังกล่าวใช้ประโยชน์ในการทำนา ส่วนในฤดูแล้งถ้ามีแหล่งน้ำนิยมใช้ปลูกพืชผัก หรือพืชไร่อายุสั้น
      ปัญหาในการใช้ประโยชน์ที่ดิน : ดินมีการระบายน้ำเลว มีน้ำแช่ขังในฤดูฝน และดินแฉะเกินไปสำหรับพืช
ความเหมาะสมสำหรับการปลูกพืช : กลุ่มชุดดินที่ 59 มีศักยภาพเหมาะสมในการทำนาในช่วงฤดูฝน และเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากดินมีความชื้นพอที่จะปลูกพืชไร่ได้หลายชนิดหลังการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว และพื้นที่บางส่วนของกลุ่มดินนี้อยู่ภายใต้ระบบชลประทานโดยเฉพาะในภาคเหนือ ส่วนการปลูกไม้ผลหรือไม้ยืนต้นนั้นไม่เหมาะสม เพราะมีน้ำท่วมขังในฤดูฝนและดินมีสภาพการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว

กลุ่มชุดดินที่ ๒๒

กลุ่มชุดดินที่ ๒๒ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนหยาบลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำหรือเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบ พบในบริเวณพื้นที่ลุ่มราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบหรือพื้นที่ลุ่มระหว่างเนิน มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน พบในพื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน ใช้ทำนา บางแห่งยังคงสภาพเป็นป่า ปัญหาในการเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ มักพบปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูเพาะปลูก

ดินในที่ดอนที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ประกอบด้วย

 กลุ่มชุดดินที่ ๓๕

กลุ่มชุดดินที่ ๓๕ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนละเอียดลึกมากที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ หรือการสลายตัวผุพังอยู่กับที่ หรือการสลายตัวผุพังแล้วถูกเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบที่ส่วนใหญ่มาจากหินตะกอน มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นจนถึงเนินเขา มีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ อาจพบลูกรังในช่วงความลึก ๑๐๐-๑๕๐ เซนติเมตรจากผิวดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวใช้ปลูกพืชไร่ต่างๆ เช่น ข้าวโพด และถั่ว บางแห่งใช้ปลูกไม้ผล แบ่งเป็นหน่วยที่ดินต่างๆ คือ

(๑)  ๓๕B สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย

(๒)  ๓๕D สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนชัน

หน่วยที่ดิน U

ได้แก่ ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง

ดินมีปัญหาหรือดินมีข้อจำกัดมากในการเพาะปลูกพืช ประกอบด้วย

        พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขาและผาชัน  พื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นพื้นที่ภูเขา (ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ ๖๒) ไม่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม เนื่องจากยากต่อการจัดการและดูแลรักษา ถ้าใช้มาตรการพิเศษในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และยังเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ของป่าอีกด้วย

แนวทางการแก้ไข ควรรักษาไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่เพาะพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ถ้ามีความจำเป็นต้องนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ควรมีการสำรวจดินและเลือกใช้พืชที่มีศักยภาพในการเกษตร เป็นดินลึกและมีความลาดชันไม่สูงมากนัก โดยทำการเกษตรแบบวนเกษตรและมีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

๒.๒   ข้อมูลด้านชีวภาพ

พันธุ์พืชที่ปลูก

–  ข้าว    ได้แก่    พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ   ๑๐๕  , กข ๖ , พันธุ์พื้นเมือง (ซิวเกลี้ยง/หางปลาไหล)

–  มันสำปะหลัง  ได้แก่   พันธุ์เกษตรศาสตร์  ๕๐ , ระยอง ๙๐,ระยอง ๗๒ , ห้วยบง  ๖๐

–  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ได้แก่  พันธุ์การค้าของเอกชน

–  หม่อน   ได้แก่  บร.๖๐ , นม.๖๐  ,  หม่อนน้อย, หม่อนไผ่

พันธุ์สัตว์

–  โคเนื้อ   ได้แก่  พื้นเมือง

–  สุกร   ได้แก่   ลาจไวท์ , ดูรอคเจอร์ซี่

 การใช้ที่ดิน

พื้นที่ทั้งหมดของอำเภอ    ๔๒๕,๙๕๔  ไร่

– พื้นที่ป่าไม้                                   ๓๑๑,๗๑๙  ไร่

– พื้นที่ถือครองทางการเกษตร                   ๖๘,๗๕๕  ไร่

– พื้นที่อยู่อาศัย                                     ๒,๐๒๘  ไร่

– พื้นที่สาธารณะอื่นๆ                             ๑,๓๙๖  ไร่

เนื้อที่ถือครองเฉลี่ยประมาณ                           15-20  ไร่/ครัวเรือน

 ระบบการผลิตพืช

๑.  การทำนา    มี   ๒  วิธี  คือ

๑.๑   การหว่าน     เกษตรกรจะหว่านข้าว    เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแรงงานและฝนทิ้งช่วง     ปัจจุบันจะทำนาหว่าน  ๖๐%    ในปีฝนดีและปกติ    ถ้าแล้งวิธีการไถดะทิ้งไว้    ๗ – ๑๐  วัน   แล้วไถแปรหว่านข้าวแห้ง     แล้วคราดกลบ   ช่วงเดือนกรกฎาคม  – กลางเดือนสิงหาคม    ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ๑๐ – ๑๕  กก.  ไร่

๑.๒   การปักดำ      เกษตรกรจะตกกล้าโดยคัดเลือกพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ใกล้แหล่งน้ำสามารถควบคุมน้ำได้ดี     อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์  ๕ – ๑๐  กก. / ไร่    อายุกล้าได้  ๒๕ – ๓๐  วัน   จะถอนไปปักดำระยะ  ๑๕ – ๒๕  เซนติเมตร

–  การดูแลรักษา   ปกติหลังปักดำ   ๑๐ – ๑๕  วัน   เกษตรกรจะเริ่มใส่ปุ๋ย

ครั้งที่  ๑  สูตร   ๑๖ – ๑๖ – ๘  อัตรา  ๒๐ – ๒๕  กก. ไร่

ครั้งที่   ๒  ระยะข้าวตั้งท้อง สูตร   ๔๖–๐–๐  หรือ ๒๑–๐–๐  อัตรา   ๕–๑๐  กก. / ไร่

–  การป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว    ในพื้นที่ตำบลโนนรัง   ไม่พบโรคและแมลงศัตรูข้าวระบาดรุนแรง     จะพบบ้างเล็กน้อย     การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดมีแนวโน้มลดลงมาก    เพราะกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ระบบนิเวศน์ในนาข้าวตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร   ตั้งแต่ปี  ๒๕๔๓   เป็นต้นมา

–  การเก็บเกี่ยว    จาก  ๓  ปี   ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรใช้คนเกี่ยวและใช้เครื่องนวด  ๙๘%    เนื่องจากขาดแรงงาน    สะดวกรวดเร็วซึ่งเป็นการลดขั้นตอน

–   การจำหน่าย    เกษตรกรจะนำข้าวเปลือกไปขายให้กับพ่อค้าที่อำเภอนาแห้ว    และอำเภอด่านซ้าย   จังหวัดเลย      และบางส่วนเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน

–   หลังเก็บเกี่ยว     เกษตรกรส่วนใหญ่จะปล่อยให้เป็นอาหารของวัว จนถึงฤดูกาลทำนาอีกครั้ง

๒.  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพดในช่วงฤดูฝน  ประมาณเดือนเมษายน ถึง กรกฎาคม  และบางรายอาจปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี

การปลูก            ไถด้วยผาลสาม ๑ ครั้ง  และหยอดเมล็ดข้าวโพด ๑-๒ เมล็ด/หลุม  ระยะระหว่างต้น ๒๐-๒๕  เซนติเมตร  ระยะระหว่างแถว ๖๕-๗๕  เซนติเมตร

การดูและรักษา ใส่ปุ๋ยสูตร  ๑๕-๑๕-๑๕  รองก้นหลุม  อัตรา  ๕๐ กิโลกรัม/ไร่  และ ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕  ร่วมกับ ๔๖-๐-๐  เมื่ออายุข้าวโพดได้ ๓๐ วัน  อัตรา  ๑๑  กิโลกรัม/ไร่

การเก็บเกี่ยว  ส่วนใหญ่เก็บช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม  โดยการปอกเปลือกแล้วหักใส่ตะกร้า  หรือกระสอบป่าน  จากนั้นนำไปเก็บในยุ้งฉางที่เป็นโรงเรือนโปร่ง ผลผลิตประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐  กิโลกรัม/ไร่

๓.  มันสำปะหลัง

เกษตรกรจะทำการปลูกมันสำปะหลัง   เดือนเมษายนและพฤษภาคม  อายุเก็บเกี่ยวประมาณ  ๘ – ๑๒  เดือน    ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาหัวมันสดและความจำเป็นในการใช้เงินของเกษตรกร

การปลูก    เกษตรกรจะทำการปลูกโดยวิธีตั้งตรง   ระหว่างต้นแถวห่างกัน  ๑   เมตร    ท่อนพันธุ์ยาวประมาณ  ๒๐ – ๒๕  ซม.

การดูแลรักษา     เกษตรกรจะทำรุ่นกำจัดวัชพืช  ๒   ครั้ง   ถ้าปลูกปลายฝนจะทำรุ่นครั้งเดียว

การใส่ปุ๋ย      เกษตรกรจะใส่ปุ๋ยสูตร   ๑๕ – ๑๕ – ๑๕  ในอัตรา  ๒๕ – ๕๐  กก. / ไร่   เกษตรกรจะใส่ในช่วงของการทำรุ่นเท่านั้น     ปุ๋ยคอกเกษตรกรจะใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกับการเตรียมดินก่อนการปลูกอัตราการใช้ปุ๋ยคอก  ๑,๐๐๐  กก. / ไร่

การเก็บเกี่ยว     ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวในช่วงหน้าแล้ง     เพราะจะให้เปอร์เซ็นต์แป้งมันสูงผลผลิตเฉลี่ยประมาณ  ๓,๒๐๐  กก. / ไร่

การจำหน่าย     เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวไปขายเป็นหัวมันสดที่โรงงานในอำเภอท่าลี   ซึ่งอยู่ห่างจากตำบลประมาณ  ๘๐  กิโลเมตร

๔.  หม่อน

การปลูกหม่อนของเกษตรกรในเขตตำบลนาแห้ว    เพื่อเลี้ยงไหม  พื้นที่ปลูกหม่อนจะกระจายอยู่ทั่วไป         เกษตรกรจะเริ่มปลูกหม่อนในเดือนพฤษภาคม   เป็นต้นไป   พื้นที่ปลูกหม่อนจะปลูกตามหัวไร่ปลายนาและบริเวณหลังบ้าน

การเตรียมดิน    ไถ   ๒   ครั้ง   แล้วขุดเป็นร่องรองก้นหลุมด้วยฟางข้าว  ,  ใบไม้แห้ง , ปุ๋ยคอก  ,  ปุ๋ยหมัก    แล้วกลบดิน

การเตรียมพันธุ์     มีพันธุ์ที่ปลูกได้แก่   บร.๖๐  ,  นม.  ๖๐  , หม่อนน้อย ,  หม่อนไผ่

การปลูก     เตรียมท่อนพันธุ์หลังซื้อจากแหล่งพันธุ์    โดยตัดท่อนพันธุ์  ยาว   ๒๕ – ๓๐  ซม.   ระยะปลูก   ๗๕x๑.๒ – ๑.๕   เมตร   แบบตั้งตรงและแบบเอียง   ๔๕  องศา    ใช้ท่อนพันธุ์หลุมละ  ๒  ท่อน

การดูแลรักษา    มีการทำรุ่น  ใช้ปุ๋ยคอก   ใช้ปุ๋ยเคมีในอัตรา   ๒๕ – ๕๐  กก.   ซึ่งบางรายก็ไม่ใช้    มีการตัดแต่งกิ่งปีละ  ๑ – ๒  ครั้ง   คือตัดต่ำเดือนพฤษภาคมและมีการตัดกลางเดือนกันยายน    แต่ส่วนใหญ่ตัดปีละ   ๑   ครั้ง

การเก็บเกี่ยว     เก็บเกี่ยวเมื่อหม่อนมีอายุ   ๒   เดือนขึ้นไป    เก็บเกี่ยวปีละ   ๔ – ๕   ครั้ง    เกษตรกรส่วนใหญ่จะนำไปเลี้ยงไหมปีละ   ๔ – ๖   รุ่น   เป็นพันธ์ไหมไทย    เลี้ยงเพื่อทอผ้าไว้ใช้ในครอบครัว   และเป็นเส้นไหมดิบ    ผลผลิตใบหม่อนเฉลี่ย  ๑,๐๐๐  กก. / ไร่ / ปี

๕.ยางพารา

การเตรียมดิน  กำจัดวัชพืช  และไถดิน อย่างน้อย  ๒ ครั้ง  บำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก  ระยะปลูก ๓x๗ เมตร  จะใช้ต้นยาง  ๗๖  ต้น

การเตรียมพันธุ์  พันธุ์ที่ใช้ส่วนใหญ่  คือ RRIM ๖๐๐  และ  พันธุ์สถาบันวิจัยยาง ๒๕๑

การปลูก  ช่วงเดือนมีนาคมถืงต้นเมษายน  ขุดหลุมปลูกขนาด ๕๐x๕๐x๕๐  เซนติเมตร  ใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟตรองก้นหลุม ๑๗๐  กรัม  ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ๓-๕ กิโลกรัม

การดูแลรักษา  ใส่ปุ๋ยอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง  สูตรปุ๋ยยางเล็ก  ๒๐-๑๐-๑๒ หรือ ๑๖-๘-๘ หรือ  ๒๕-๗-๗  และสูตรปุ๋ยยางโต ๓๐-๕-๑๘  หรือ  ๑๕-๗-๑๘

ปฏิทินการทำงานด้านการเกษตร

 

กิจกรรม ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. หมายเหตุ
การปลูกข้าวนาปี 

เก็บเกี่ยวข้าวนาปี

 

การปลูกข้าวไร่

 

เก็บเกี่ยวข้าวไร่

 

การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

เก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

การปลูกยางพารา

 

เก็บเกี่ยวยางพารา

 

ระบบการผลิตสัตว์

สำหรับการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรตำบลนาแห้ว   เลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน   เช่น   กระบือ เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคและเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน   ได้แก่  โค  เป็ด   ไก่  สุกร   เป็นต้น    โดยเฉพาะโคเนื้อ     เกษตรกรมีแนวโน้มการเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น    เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายได้ผลตอบแทนสูง    ส่วนกระบือเกษตรกรมีแนวโน้มการเลี้ยงลดลง    เพราะได้มีการใช้เครื่องมือทุ่นแรงเข้ามาช่วย  ทำเลเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรส่วนใหญ่    ได้แก่    ที่สาธารณะต่าง   ๆ   ของหมู่บ้านและตามหัวไร่ปลายนาของ

แหล่งน้ำธรรมชาตินาแห้ว

– ลำน้ำเหือง

– ลำน้ำหู

– ลำน้ำเภา

– ลำน้ำผุก

– ลำน้ำห้วยศอก

– น้ำตกธารสวรรค์

– ผาชมจันทร์

แหล่งน้ำธรรมชาติตำบลแสงภา

–  ลำน้ำภา ไหลผ่านพื้นที่บ้านแสงภา และบ้านหัวนา ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พื้นที่รับน้ำประมาณ 600 ไร่ แหล่งต้นน้ำอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาตินาแห้ว มีน้ำตลอดปี เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์และ    ปลูกข้าวนา พืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก เลี้ยงสัตว์ ในการอุปโภค บริโภค เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของตำบล

–  ลำน้ำแพร่ ไหลผ่านพื้นที่ตำบลแสงภา ตั้งแต่หมูที่ 4 บ้านนาปอ ถึงหมู่ 2 บ้านป่าก่อ ผ่านหมู่ที่ 1     บ้านแสงภา ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร พื้นที่รับน้ำใช้ประโยชน์จากน้ำสายนี้ประมาณ 800 ไร่ ใช้เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของอำเภอ

–  ลำน้ำเหืองหง่า ไหลผ่านบ้านบ่อเหมืองน้อย หมู่ที่ 5 เป็นลำน้ำกั้นเขตชายแดนไทย – ลาว พื้นที่รับน้ำทำการเกษตร ของบ้านบ่อเหมืองน้อย ประมาณ 100 ไร่

  • ห้วยนาถ้ำ            มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่ 1
  • ห้วยผึ้ง มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่ 1
  • ห้วยกบหมื่น มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่ 1
  • ห้วยนาถ้ำหมี มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่ 1
  • ห้วยนาพระนอน มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่ 1
  • ห้วยนาสามเปิ้น มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านแสงภา หมู่  1
  • ห้วยปูน มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านป่าก่อ หมู่ 2
  • ห้วยบ่อ มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย หมู่ 5
  • ห้วยมุ่น มีน้ำเฉพาะฤดูฝน ใช้ในการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย หมู่ 5
  • ห้วยมังกอ มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านบ่อเหมืองน้อย หมู่ 5
  • ห้วยน้ำผักน้อย มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภค บ้านห้วยน้ำผักหมู่ 6
  • ห้วยทราย มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร อุปโภคบริโภค บ้านห้วยน้ำผัก หมู่ 6
  • ห้วยทอง มีน้ำตลอดปี ใช้ในการเกษตร บ้านห้วยน้ำผัก หมู่ 6
  • ห้วยระทึก มีน้ำตลอดปี ใช้ประกอบการเกษตรกร และเป็นแหล่งจับสัตว์น้ำแหล่ง อาหารที่สำคัญบ้านห้วยน้ำผัก หมู่ 6
  • ห้วยป่ามัน มีน้ำตลอดปี ใช้ประกอบการเกษตร บ้านห้วยน้ำผัก หมู่ 6

แหล่งน้ำธรรมชาติตำบลนาพึง

  • ลำน้ำพึง
  • ลำห้วยเหมือง
  • ลำห้วยโป่งค่าง
  • ลำห้วยนาถ้ำ
  • ลำห้วยงาน
  • ลำห้วยไพ่
  • ห้วยหนองใหญ่
  • ห้วยน้ำคั้น
  • ลำน้ำหู
  • ห้วยน้ำออก
  • ห้วยเซิม

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

  • ฝาย ๑๕ แห่ง
  • บ่อน้ำตื้น ๑๓๔ แห่ง
  • บ่อโยก ๘ แห่ง
  • สระน้ำ ๑๓ แห่ง

แหล่งน้ำธรรมชาติตำบลนามาลา

๑.  ลำน้ำพึง  ต้นกำเนิดอยู่ที่บริเวณภูขัด พื้นที่หมู่ที่ ๔ ไหลผ่านหมู่ที่ ๔,๒,๓ และหมู่ที่ ๘ และไหลผ่านตำบลนาพึงไปรวมกับลำน้ำหู เป็นลำน้ำที่สำคัญที่สุดของตำบลนามาลา เพราะอาศัยลำน้ำนี้ประกอบอาชีพ      การทำนา ทำไร่ และปลูกพืชฤดูแล้ง แต่ในฤดูแล้งน้ำจะน้อยทำการเกษตรไม่ค่อยเพียงพอ

แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น ตำบลนามาลามีแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นที่สำคัญ มี ๑๕ แห่ง คือ

๑.  ฝายห้วยกระชู้ใหญ่ เป็นฝายโครงการ กสช. ปี ๒๕๒๙ ซึ่งกั้นห้วยกระชู้ใหญ่ พื้นที่เก็บน้ำ ๒ ไร่ คลองส่งน้ำยาว ๒๐๐ เมตร มีน้ำไปใช้ในการทำนา ได้ประมาณ ๑๐๐ ไร่ในฤดูแล้งมีน้ำน้อย

๒.  ฝายประชาอาสา ตั้งอยู่ที่บ้านซำทอง หมู่ที่ ๔ เป็นฝายแบบประชาอาสาสร้างเมื่อปี ๒๕๓๗ กั้น     ลำน้ำพึง มีพื้นที่เก็บน้ำ ๒ ไร่ สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรได้ประมาณ ๘๐ ไร่

๓.  ฝายห้วยเหมือง เป็นฝายทำนบดินกั้นห้วยเหมืองซึ่งเป็นน้ำ  ซึ่งมีพื้นที่เก็บน้ำประมาณ ๒๐ ไร่

แหล่งน้ำอื่น ๆ อีก ๑๒ แห่งนั้น ก็สามารถนำน้ำมาใช้ในการเกษตรได้แต่ไม่สามารถทำได้มากนัก ฤดูแล้งราษฎรอาศัยแหล่งน้ำนี้ ปลูกพืชผักตามบริเวณริมน้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือนและใช้ในการเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงปลา

แหล่งน้ำธรรมชาติตำบลเหล่ากอหก

1.ลำน้ำกวาง               ไหลผ่านทุกหมู่บ้านจากต้นน้ำทางด้านทิศตะวันตกเป็นบ้านนาลึ่งผ่านนา

เชื่อม,เหล่ากอหก นาผักก้ามและนาเจริญ ระยะทางประมาณ  14กิโลเมตร

  1. ห้วยทับหมู เป็นแหล่งน้ำที่ใช้ประกอบการเกษตร บ้านเหล่ากอหก หมู่ที่ 1
  2. ห้วยสีดา เป็นแหล่งน้ำใช้ บ้านนาลึ่ง หมู่ที่  3
  3. ห้วยปูน เป็นแหล่งน้ำใช้ บ้านนาเชื่อมหมู่ที่  2
  4. ห้วยทับหมูน้อย เป็นแหล่งน้ำใช้บ้านนาผักก้าม หมู่ที่  4
  5. ห้วยนาทุม เป็นแหล่งน้ำใช้ประกอบการเกษตร  บ้านนาเจริญ  หมู่ที่  5

.๓ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

๑.  การประกอบอาชีพ   ทำนา  ทำไร่  (มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)  ปลูกหม่อน  และเลี้ยงสัตว์

๒.  ครัวเรือนเกษตร     ร้อยละ   ๖๕  ของครัวเรือนทั้งหมด

๓.  พื้นที่ทำการเกษตร    เฉลี่ย   ๒๔  ไร่  ต่อครัวเรือน

๔.  แรงงานภาคเกษตร   เฉลี่ย  ๔  คนต่อครัวเรือน

๕.  รายได้    ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  ปี  ๒๕๕๔  โดยร้อยละ  ๙๙.๓๐  ของครัวเรือนทั้งหมด   มีคนในครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่  ๕๘,๑๓๓.๕๐  บาทต่อคนต่อปี

๖.  ลักษณะการถือครองที่ดิน    เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง   ประมาณร้อยละ  ๙๕  ของครัวเรือนเกษตร

๗.  ผลผลิตเฉลี่ย    ข้าวนาปี   ๗๐๐  กิโลกรัมต่อไร่    มันสำปะหลัง   ๓,๐๐๐  กิโลกรัมต่อไร่  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๘๐๐  กิโลกรัมต่อไร่   และหม่อน ๑,๐๐๐  กิโลกรัมต่อไร่

๘.   เครื่องมือการเกษตร   เกษตรกรใช้แรงงานเครื่องจักรที่เป็นของตนเองหรือจ้างเครื่องจักรแทนแรงงานคนและแรงงานสัตว์   เนื่องจากประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายและทันต่อฤดูกาล   ได้แก่    รถไถขนาดใหญ่     รถไถเดินตาม   รถบรรทุก    เครื่องสูบน้ำ    เครื่องพ่นยา   รถนวดข้าว  และโรงสีข้าว  เป็นต้น

 .   การรวมกลุ่มเกษตรกร

การรวมกลุ่มเกษตรกร   อำเภอนาแห้ว  พอสรุปได้ดังนี้

๑.   กลุ่มส่งเสริมอาชีพ  ได้แก่

–   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบล  ๕   แห่ง

–  กลุ่มเกษตรกร                    จำนวน ๒๕  กลุ่ม

กลุ่มส่งเสริมอาชีพ                จำนวน ๓๙  กลุ่ม

–  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร            จำนวน ๒๑  กลุ่ม

–  กลุ่มวิสาหกิจชุมชน              จำนวน ๓๑  กลุ่ม

–  กลุ่มยุวเกษตรกร                 จำนวน   ๕  กลุ่ม

๓.  การระดมทุน

การระดมทุนหมุนเวียนของแต่ละกลุ่มกิจกรรม   แบ่งออกเป็น  ๒  รูปแบบ   คือ

๑.  เงินทุนในชุมชน     เป็นเงินทุนที่มาจากการระดมทุนจากสมาชิกในชุมชน    เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ   โดยร่วมทุนในลักษณะการซื้อหุ้น      เมื่อกิจการมีรายได้ขึ้นก็มีการจัดสรรเงินปันผลหรือนำรายได้ไปขยายกิจกรรมหรือจัดสรรไปใช้ในการพัฒนาชุมชน

๒.  เงินทุนจากภายนอก     เป็นเงินทุนที่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐบาลและเอกชน   เช่น   เทศบาลตำบล     สำนักงานเกษตรอำเภอ    งบกระตุ้นเศรษฐกิจ    เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพของตนในชุมชน

 ๔.  แหล่งสินเชื่อเพื่อการเกษตร

–  กู้จาก  ธกส. / สหกรณ์การเกษตร

–  กู้จาก  ธนาคารพาณิชย์   /  กองทุนภายในหมู่บ้าน

–  กู้จากญาติและของตนเอง

๕.  ข้อมูลการตลาด  (วิถีการตลาด / แหล่งรับซื้อผลผลิต)

–   ข้อมูลการตลาด   เกษตรกรได้รับข้อมูลข่าวสาร     โดยผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ,  หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน , วิทยุ , โทรทัศน์

–  วิถีการตลาด     แหล่งรับซื้อผลผลิตและการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรในตำบลโนนรัง    มีดังนี้

๑.   ด้านพืช

–  มันสำปะหลัง  นำไปขายให้พ่อค้าที่อำเภอท่าลี

–  ข้าว  ส่วนหนึ่งเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน   อีกส่วนหนึ่งมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อที่หมู่บ้าน , ขายให้พ่อค้าในตัวอำเภอนาแห้ว และอำเภอด่านซ้าย

–  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  สีเป็นเมล็ดแล้วขายให้พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อในหมู่บ้าน

๒.  ด้านสัตว์

–  โคเนื้อ  จะมีพ่อค้ามารับซื้อในหมู่บ้านและตำบล

–  สัตว์ปีก จะมีการจำหน่ายในหมู่บ้านและตำบล

๖.ภาวะหนี้สิน

ผลสำรวจความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  ปี  ๒๕๕๔  โดยร้อยละ  ๙๙.๓๐  ของครัวเรือนทั้งหมด   มีคนในครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ย  ๕,๕๘๕.๐๑  บาทต่อคนต่อปี

๒.๔    ข้อมูลด้านสังคม

.  จำนวนประชากรและครัวเรือน

อำเภอนาแห้วมีประชากรทั้งสิ้น  ๙,๗๕๙  คน แยกเป็นชาย  ๕,๗๓๙  คน  หญิง  ๔,๐๒๐  คน  จำนวนครัวเรือนทั้งอำเภอมีประมาณ ๓,๓๐๙  ครัวเรือน

ตารางที่ ๒.๑  แสดงจำนวนประชากรจำแนกตามตำบล

หมู่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร (คน) จำนวนครัวเรือน จำนวนครัวเรือนเกษตรกร
ชาย หญิง รวม
นาแห้ว ๑,๐๑๕ ๙๕๕ ๑,๙๗๐ ๗๕๕ ๔๔๒
แสงภา ๙๒๓ ๙๐๘ ๑,๘๓๑ ๕๓๙ ๔๕๘
นาพึง ๑,๐๙๒ ๑,๐๕๘ ๒,๑๕๐ ๕๖๕ ๔๖๘
นามาลา  ๑,๕๓๔ ๑,๔๕๕ ๒,๙๘๙ ๗๗๙ ๗๗๓
เหล่ากอหก ๑,๑๗๕ ๑,๐๙๙ ๒,๒๗๔ ๖๗๑ ๕๒๐
  รวม ๕,๗๓๙ ๔,๐๒๐ ๙,๗๕๙ ๓,๓๐๙ ๒,๖๖๑

ที่มา:  ข้อมูลทะเบียนราษฎรสำนักทะเบียนอำเภอนาแห้ว  ข้อมูล  ณ   เดือน ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๓

๒.  พื้นที่ / สภาพการถือครอง

– พื้นที่ถือครองทางการเกษตร                   ๖๘,๗๕๕  ไร่

– พื้นที่อยู่อาศัย                                     ๒,๐๒๘  ไร่

– พื้นที่สาธารณะอื่นๆ                             ๑,๓๙๖  ไร่

๓.  ประวัติความเป็นมา / รูปแบบการตั้งถิ่นฐานของสมาชิกในชุมชน

เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แต่เนื่องจากสภาพถนนหนทางมีความทุรกันดาร ทำให้การคมนาคมเป็นไปด้วยความยากลำบาก การติดต่อกับทางราชการหรืออำเภอก็ไม่สะดวก ต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยกะทันหันก็ไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน จึงได้มีการแยกออกจากอำเภอด่านซ้าย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนาแห้ว โดยมีนายเผดิม สุขเสริม เป็นปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอนาแห้วเป็นคนแรก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ก็ได้ขยับฐานะเป็นอำเภอนาแห้ว โดยมี ร.ต.เกรียงไกร เศรษฐสุวรรณ เป็นนายอำเภอคนแรก และนายอำเภอคนปัจจุบันคือ นายสรกฤช ชื่นจิต อำเภอนาแห้วอยู่ห่างจากจังหวัดเลย ๑๑๕ กิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น   ๕  ตำบล   ดังนี้

๑. ตำบลนาแห้ว

๒. ตำบลแสงภา

๓. ตำบลนาพึง

๔. ตำบลนามาลา

๕. ตำบลเหล่ากอหก

 ๔.  ขนบธรรมเนียมประเพณี / พิธีกรรม

ประชาชนในอำเภอนาแห้ว    มีความเชื่อถือและยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง   ๆ   ตามโบราณอย่างต่อเนื่อง    เช่น   วันสงกรานต์   วันลอยกระทง  แห่บั้งไฟ    วันเข้าพรรษา      วันออกพรรษา    กฐิน   ผ้าป่า    แห่นางแมว      ตลอดจนการโกนผมไฟและทำบุญกลางบ้าน

งานบุญประเพณีที่ชาวนาแห้วยึดถือปฏิบัติ

–  บุญวันขึ้นปีใหม่                   เดือนมกราคม

–  บุญข้าวเปลือก                    เดือนกุมภาพันธ์

–  บุญพระเวส                       เดือนมีนาคม

–  ประเพณีสงกรานต์               เดือนเมษายน

–  บุญเข้าพรรษา                    เดือนกรกฎาคม

–  บุญข้าวสาก                      เดือนกันยายน

–  บุญออกพรรษา/บุญบั้งไฟ        เดือนตุลาคม

–  บุญกฐิน                           เดือนพฤศจิกายน

–  งานฉลองพระธาตุดินแทน  เดือนมกราคม – ธันวาคม

 ๕.  ศาสนา / สิ่งยึดเหนี่ยว / ข้อห้ามต่าง  ๆ

ประชาชนส่วนใหญ่   ๙๙%     นับถือศาสนาพุทธ      โดยมีวัดเป็นจุดศูนย์กลางตามหมู่บ้านต่าง  ๆ   มีสำนักสงฆ์

 ๖.  การศึกษา

ประชาชนในอำเภอนาแห้ว   ๙๐ %    ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นประถมปีที่  ๔   โดยมีโรงเรียนในเขตพื้นที่ 19  โรงเรียน ศูนย์ กศน. จำนวน  ๖ แห่ง  และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 4 แห่ง

๗.  ผู้นำ / กลุ่มตามธรรมชาติ

–  ผู้นำที่เป็นทางการ     ได้แก่    ผู้ใหญ่บ้าน    กำนัน    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน    สมาชิก  อบต.    แพทย์   ประจำตำบล

–  ผู้นำไม่เป็นทางการ    ได้แก่  ผู้แทนเกษตรกรระดับดับหมู่บ้าน/ตำบล   อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน    อสม.   กรรมการหมู่บ้าน   ประธานกลุ่มอาชีพ   พระสงฆ์

๘.  องค์กรในชุมชน

องค์กรในชุมชนของอำเภอนาแห้ว  จะอยู่ในรูปกลุ่มต่าง ๆ   ตามที่ทางราชการเข้ามาสนับสนุน  ในพื้นที่ได้แก่     กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน     กลุ่มเยาวชน     กลุ่มส่งเสริมอาชีพ    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต   กลุ่มอาสาป้องกันฝ่ายพลเรือน  อสม.

๙.  กองทุน

กองทุนต่าง  ๆ   ในตำบลนาแห้ว    ที่ให้ประชาชนในชุมชนใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ     ดังนี้

–  กองทุนหมู่บ้าน

–  กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน

–  กองทุนกลุ่มส่งเสริมอาชีพ

–  กองทุนโครงการศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน

–  กองทุนศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน

–  กองทุนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

๑๐.  ภูมิปัญญา

๑.  การกำจัดหอยเชอรี่     โดยการใช้แกลบหว่านตามแปลงนาข้าวที่มีหอยเชอรี่   ระบาดจะช่วยชะลอการทำลายข้าวลงได้

๒.  ยากันยุง    ใช้เปลือกส้ม   นำมาตากแดดให้แห้งจึงนำมาจุดไฟแทนยากันยุง

๓.  ยาแก้ท้องอืดในโค – กระบือ     ใช้น้ำมันพืชกรอกปากให้สัตว์กิน   หรือใช้ไพลมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำมันพืชกรอกให้สัตว์กิน

๔.  การป้องกันไรในไก่    ใช้ใบกระเพาแห้งโรยบริเวรคอกไก่หรือรังไข่หรือใช้ใบตะไคร้ตากแห้งแล้วเอามารองรับที่รังไข่ป้องกันไรได้

๕.  ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก     ใช้บรเพ็ด    หรือชะอม    ทุบแช่น้ำให้เป็ด   ไก่กิน    นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมตลอดจนการทอเสื่อ      เพื่อใช้ในครอบครัวและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมอีกด้วย

 

บทที่  ๓

สถานการณ์ชุมชน

๑.  จุดแข็ง

๑. เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วลิสง

๒.เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและสุมนไพร

๓.เกษตรกรมีความรู้ความชำนาญในการเลี้ยงสัตว์ โค-กระบือ

๔.มีห้วยและลำน้ำไหลผ่านตลอดปี

๕. การปกครองเป็นเทศบาลตำบล และองค์การบริการส่วนตำบล

๒.จุดอ่อน

๑.ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและลาดเทสูงทำให้เกิดการชะล้างพังทะลายของดิน

๒.พื้นที่ทำการเกษตรไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นพื้นที่มรความลาดชันสูงมีพื้นที่ราบเป็นส่วนน้อย

๓.เกษตรกรขาดแคลนเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม

๔.เกษตรกรมีต้นทุนการผลผลิตสูง  เช่น  ค่าปุ๋ยเคมี,ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง,สารเคมีกำจัดวัชพืช

๕.เส้นทางการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกเนื่องจากทางคดเคี้ยวเป็นภูเขาสูงชันทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น

๓.โอกาส

๑.ผลผลิตการเกษตร ได้แก่  ไหม,ถั่วลิสง,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,โค-กระบือ และสุมนไพรซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน

๒.มีพื้นที่ปลูกยางพาราที่พร้อมเปิดกรีดในปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

๔.อุปสรรค

ความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง  เช่น น้ำไหลบ่า,หน้าดินไหลเลื่อนทับถมที่สายต่ำ,และไฟป่า

ปัญหา

          ๑. ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ (ดินเสื่อมคุณภาพ) เนื่องจากการชะล้างหน้าดินสูง

๒. ระบบชลประทานยังไม่ทั่วถึง และการทำการเกษตรยังต้องอาศัยน้ำฝน

๓. ปัจจัยการผลิตการเกษตรมีราคาสูง เช่น น้ำมัน ,ปุ๋ยเคมี,พันธุ์พืช,พันธุ์สัตว์,สานเคมีกำจัดวัชพืช

๔. ผลผลิตเฉลี่ยที่ต่ำ

๕. การคมนาคมไม่สะดวก

๖. ขาดความรู้และเทคโนโลยีในการกรีดยางและการทำยางแผ่น

๗.เกษตรกรไม่กระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตพืชและสัตว์จากแบบเดิมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

วิธีดำเนินการ

          ๑. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยพืชสด  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยอินทรีย์ และไถกลบตอซัง

๒.ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน

๓.ส่งเสริมการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์

๔. ส่งเสริมการใช้พันธุ์ดีมีคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูง

๕.จัดฝึกอบรบการกรีดยางและการทำยางแผ่นให้แก่เกษตรกรที่มียางพร้อมกรีด ในปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

เป้าหมายการดำเนินงาน

          การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

– ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก,การไถกลบเศษพืช,และทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในตำบลพื้นที่การเกษตรประมาณ  ๖,๑๙๑ ไร่

– อบรมสาธิตการทำปุ๋ยหมัก,การปิดกลบเศษพืช,และทำน้ำหมักชีวภาพทุกหมู่บ้าน  จำนวน  ๗  หมู่บ้าน

– อบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินทุกหมู่บ้าน  จำนวน  ๗  หมู่บ้าน

-อบรมให้ความรู้เรื่องการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งเพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์

          การพัฒนาปรับปรุงการผลิต

– ส่งเสริมให้มีการใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงต้านทานโรคแมลงและทนต่อสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น

-ส่งเสริมให้ใช้พันธุ์สัตว์ที่โตเร็วเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นและเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ

           การพัฒนาอาชีพเสริม

-อบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการแปรรูปและการบรรจุภัณฑ์ผลผลิตทั้งพืชและสัตว์ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค

          -อบรมถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติการกรีดยางและการทำยางแผ่นคุณภาพ

 

บทที่  ๔

การสังเคราะห์ข้อมูล

 

๑.   ประวัติการประกอบอาชีพของชุมชน

การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ของเกษตรกรอำเภอนาแห้ว   ประกอบอาชีพทางการเกษตร  ซึ่งมีทั้งการผลิตพืช     ข้าว    มันสำปะหลัง    อ้อยโรงงาน     การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม    และการผลิตสัตว์    ได้แก่    สัตว์ปีก    โคเนื้อ   โคนม    เป็นต้น     ซึ่งต้องอาศัยพึ่งธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักมีสภาวะแวดล้อมไม่ปกติ    การจะเพิ่มหรือเร่งผลผลิตให้มีการเจริญเติบโตมากขึ้นหรือให้ได้ตามเกณฑ์ที่ผู้รับซื้อกำหนดและเพื่อให้ทันต่อช่วงที่มีการเปิดตลาดรับซื้อก็จำเป็นต้องเพิ่มวัตถุดิบ    หรือต้นทุนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต    จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดเงินทุน    เพื่อใช้ในการลงทุนปลูกพืชในแต่ละปีเกษตรกรจะประสบปัญหาราคารับซื้อไม่แน่นอนต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อความไม่คุ้มทุน     ตลอดจนการรวมกลุ่มอาชีพในเขตพื้นที่ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี    ผลผลิตที่กลุ่มทำออกขายสู่ท้องตลาดไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางหรือขาดการส่งเสริมด้านการตลาดในอาชีพแต่ละด้านจึงเกิดความไม่มั่นคงถาวรของกลุ่ม    เกษตรกรส่วนใหญ่ได้กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้มาลงทุนโดยผิตวัตถุประสงค์   จึงเกิดปัญหามีหนี้สินค้างคาตลอดทุกปี

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรขึ้น โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นการจัดการแรงงานในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังลดปัญหาการเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ

๒.   ลักษณะการผลิต เทคนิค การผลิต  ระบบ

ตามลักษณะการผลิตที่ผ่านมา    เพื่อเปรียบเทียบกับการผลิตในปัจจุบันการผลิตได้เปลี่ยนแปลงขึ้นเป็นลำดับ   พอสรุปได้ดังนี้

๑.  มีการผลิตพืชและสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันและเกื้อกูล    ซึ่งกันและกันตามแบบเกษตรผสมผสาน

๒.  มีการใช้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์    พันธุ์ดี    ที่ทางการส่งเสริมและตลาดมีความต้องการสูงและให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงแทนการใช้พันธุ์พื้นเมือง

๓.  มีการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตมากขึ้น

๔.  มีการผลิตพืชและสัตว์ในลักษณะครบวงจรมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน

๕.  มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคาหรือ    เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนหรือผลผลิตไม่มีออกสู่ตลาด

๓.  ปัจจัย / เงื่อนไขในการผลิต / ผลตอบแทนที่ได้

ปัจจัยการผลิต   ประกอบด้วยทรัพยากรที่ดิน     ทุน   แรงงาน    และการจัดการ  (ภูมิปัญญาท้องถิ่น)   ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา    เกษตรกรตำบลนาแห้ว  มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่และผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่าการลงทุน   ซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดเกี่ยวกับการผลิต   ดังนี้

๑.  ขาดที่ดินทำกินจำเป็นต้องเช่าผู้อื่น     ทำให้เกษตรกรไม่มีความคำนึงถึงเรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน    ทำให้ดินเสื่อมโทรม

๒.  เกษตรกรขาดพันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    และไม่การปรับปรุงบำรุงพันธุ์    มีการใช้พันธุ์เดิมติดต่อกันหลายปี   เช่น   ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว   ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่อไร่ต่ำ    คุณภาพข้าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาด    ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน

๓.  มีการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกมากขึ้น   เช่น   การใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช     มีการจ้างแรงงานดานการเกษตรจากภายนอกและการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาทดแทนแรงงานจากสัตว์    ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง

๔.  ทุนในการดำเนินการผลิต    มีอยู่อย่างจำกัด    ต้องกู้เงินจาก   ธกส.  สหกรณ์   เป็นส่วนใหญ่และเกษตรกรบางรายต้องกู้เงินจากภาคเอกชนในการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร   ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินมาก

๕.  ขาดการรวมกลุ่มผู้ผลิตทำให้ขาดอำนาจในการต่อรองทางด้านราคา

๔.  กลยุทธ์ทางเลือก

๑.  แผนการผลิต   เป็นผลิถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกรในชุมชนตำบลนาแห้ว   เช่น   ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้พันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    การป้องกันกำจัดศัตรูพืช    , การแปรรูป   และการรณรงค์ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด

๒.  แผนธุรกิจชุมชน

–   ส่งเสริมให้มีการประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีงานทำตลอดปี

–  ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มอาชีพและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

–  ส่งเสริมให้มีออมในกลุ่มอาชีพ

–  สร้างความตระหนักให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง    สามารถพึ่งพาตนเองได้   โดยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก    มุ่งเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น

๓.  แผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

–  ให้เกษตรกรในชุมชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่อยู่ในชุมชน

–  ส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์   ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน

–  ส่งเสริมการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีการผสมผสาน

บทที่  ๕

แนวทางการพัฒนาชุมชน

ปัญหาและแนวทางการพัฒนาตำบล

ปัญหา สาเหตุ แนวทางแก้ไข โครงการ
๑. สารตกค้างในผลผลิตการเกษตร - เกษตรกรขาดความรู้ในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดวัชพืช,โรคแมลงศัตรูพืช -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีการเกษตรให้ถูกวิธีแก่เกษตร -โครงการผลิตพืชปลอดภัยและได้มาตรฐาน(GAP)
๒. เกษตรกรขาดความรู้และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูป - ขาดเงินทุน- ขาดความรู้ศิลปะการออกแบบวัสดุบรรจุภัณฑ์  - แนะนำให้คำปรึกษาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาครัฐและเอกชน- สนับสนุนเงินทุนแก่กลุ่มผลิตสินค้าแปรรูป- อบรม สาธิตการออกแบบบรรจุวัสดุที่ใช้บรรจุสินค้า -โครงการสนับสนุนพัฒนากลุ่มและบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูป
๓. ราคาผลผลิตการเกษตร(พืชไร่) ตกต่ำ - มีพื้นที่ปลูกมากจนทำให้ผลผลิตล้นตลาด-ผลผลิตไม่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด - แนะนำทางเลือกให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นที่มีรายได้สูงทดแทนพืชเดิม- อบรมให้ความรู้การผลิตพืชให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน (GAP) - โครงการปลูกยางพารา- โครงการปลูกชา
๔. ดินเสื่อมโทรม  - เกษตรทำการเกษตรติคต่อกันในพี้นที่เดิมเป็นเวลาหลายปีไม่มี่การพักดิน- การไถพรวนไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดการชะล้างหน้าดิน- ไม่มีการใช้อินทรียวัตถุปรับปรุงดิน

– การใช้ปุ๋ยเคมี ในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง

– การใช้สารเคมีการเกษตรที่ไม่ถูกต้อง

- อบรมให้ความรู้เรื่องการเขตกรรมและการปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ 

 

 

-โครงการสนับสนุนผลิตปุ๋ยชีวภาพ 

 

 

๕.เกษตรกรขาดความรู้ด้านการกรีดยางและทำยางแผ่น -พื้นที่อำเภอนาแห้วเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราแห่งใหม่  ยังไม่เคยเปิดกรีดยางทำให้เกษตรกรขาดความรู้และประสบการณ์ - อบรมให้ความรู้เรื่องการกรีดยางและการทำยางผ่าน - โครงการอบรมการกรีดยางและการทำยางแผ่น
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ          (ระบุชื่อกลุ่ม/องค์กร) งบประมาณ(บาท)แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 56 ปี 57 ปี 58
1.  แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2555 - เกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีและสารสกัดชีวภาพ-เพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกับผู้ผลิต - อบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้เสารเคมีที่ถูกต้อง

 

สนง.เกษตร/ กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืช ๒๐๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๒๐๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๒๐๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร -เกษตรกรมีความรู้การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง-ผลผลิตปลอดสารพิษ
โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยและการใช้น้ำสกัดชีวภาพ -เพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีในการผลิตพืช-ลดต้นทุนในการผลิต-เพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม -อบรมเกษตรกร-จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตน้ำสกัด        ชีวภาพ -สนง.เกษตร/กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตพืช ๓๕,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

๓๕,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

๓๕,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

-ผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ-ลดต้นทุนการผลิต
โครงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร -เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯในการพิจารณาการส่งเสริมเกษตรในตำบล ประชุมกรรมการศูนย์ฯเดือนละ ๑ ครั้ง รวม ๑๒ ครั้งจำนวนตำบลละ๑๖ คน -สนง.เกษตร-อปท. ๙๖,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

๙๖,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

๙๖,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

-การพิจารณาการส่งเสริมเกษตรในตำบล
โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ -เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร จัดซื้อวัสดุและปรับปรุงข้อมูลศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ คณะกรรมการศูนย์ฯ ๑๙,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๑๙,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๑๙,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร -รายได้เพิ่มขึ้น-ผลผลิตได้คุณภาพจำหน่าย-สร้างงานให้คนใน   ชุมชน

 

 

 

แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ          (ระบุชื่อกลุ่ม/องค์กร) งบประมาณ(บาท)แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 56 ปี 57 ปี 58
โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง ๑. เพื่อลดการใช้น้ำในฤดูแล้ง๒. เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ๑. ประชุมชี้แจง๒. ถ่ายทอดความรู้๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. อปท. ๒๐๒,๕๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๒๐๒,๕๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร  ๒๐๒,๕๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๑.ดินมีสภาพดีขึ้น๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
๒.โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี -เพื่อให้เกษตรกรได้ข้าวที่มีคุณภาพดีไว้บริโภคและจำหน่าย-เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการดูแลรักษาข้าว-เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีปลูก -อบรมให้ความรู้เรื่องการผลผลิตปลอดภัยได้มาตรฐานสนับสนุนอุปกรณ์ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. อปท. ๒๒๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๒๒๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๒๒๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๑.ได้ข้าวที่มีคุณภาพดีไว้บริโภคและจำหน่าย๒.เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีปลูก๓.เกษตรกรมีความรู้ด้านการรักษาข้าว
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ          (ระบุชื่อกลุ่ม/องค์กร) งบประมาณ(บาท)แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 56 ปี 57 ปี 58
.  แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้การใช้สารธรรมชาติป้องกันกำจัดศัตรูพืช๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต๓. เพื่อรักษาความสมดุลทาง

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๑. ฝึกอบรมเกษตรกร จำนนวน ๒๕ ราย๒.สนับสนุนอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. อปท. ๕๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๕๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๕๐,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร เกษตรกรมีความรู้และลดการใช้สารเคมี
โครงการการฝึกอบรมกรีดยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้สามารถกรีดยางได้อย่างถูกต้อง๒. เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อไปได้ ๑. ประชุมชี้แจง๒. ฝึกอบรมปฏิบัติการกรีดยาง ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. อปท. ๓๗๒,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๓๗๒,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๓๗๒,๐๐๐-อปท.-กรมส่งเสริมการเกษตร ๑. เกษตรกรสามารถกรีดยางพาราได้อย่างถูกต้อง๒. ต้นยางที่เปิดกรีดให้ผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ
โครงการทำยางแผ่นคุณภาพ ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร  ๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. อปท. ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๑. เกษตรกรสามารถผลิตยางแผ่นคุณภาพได้
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ          (ระบุชื่อกลุ่ม/องค์กร) งบประมาณ(บาท)แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 56 ปี 57 ปี 58
แผนการลงทุน โครงการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ -เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน-มีความรู้เรื่องการผลิตพืชปลอดภัย -ประชุมชี้แจง- รับสมัครสมาชิก-อบรม/ซื้อปัจจัยการผลิต กลุ่มผู้ปลูกพืชผัก 14,500-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร -ทราบภาวการณ์ผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์การประมงในหมู่บ้าน ตำบล
โครงการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร 

 

-เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาด -ประชุมชี้แจง-อบรมให้ความรู้ในการจัดเก็บ  อาสาเกษตรหมู่บ้าน 18,760-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร -รายได้เพิ่มขึ้น-ไหมได้คุณภาพจำหน่าย-สร้างงานให้คนใน   ชุมชน
โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตการเกษตรและบรรจุภัณฑ์ -เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย-เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน -ประชุมชี้แจง-อบรม/ซื้อปัจจัยการผลิต วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแสงภา 30,900-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร

 

 

 

 

 

 

 

 

-สัตว์มีสุขภาพดี-สัตว์ปลอดโรค
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีการดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ          (ระบุชื่อกลุ่ม/องค์กร) งบประมาณ(บาท)แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 57 ปี 58
แผนการลงทุน โครงการแปลงส่งเสริมปลูกไม้ผล มะยงชิด -เพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการปลูกไม้ผลชนิดใหม่-สร้างงานและ   รายได้ -ประชุมชี้แจง-อบรมให้ความรู้  กลุ่มปลูกพืช 97,000-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร -รายได้เพิ่มขึ้น-สร้างงานให้คนในหมู่บ้าน
๒.ส่งเสริมการปลูกชา -เพื่อส่งเสริมเกษตรกรประกอบอาชีพที่ยั่งยืน-ช่วยยกระดับรายได้เกษตรกร -ม.๑ ต.นาแห้ว -อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกชา-สนับสนุนปัจจัยการผลิต ๑๕๒,๕๐๐-
โครงการเลี้ยงปลาในบ่อดิน -เพื่อเป็นการลดรายจ่าย-มีอาหารโปรตีนบริโภคในครัวเรือน-เป็นการเพิ่มรายได้ในครัวเรือน

 

 

 

-ประชุมชี้แจง- รับสมัครสมาชิก-จัดซื้อปัจจัย กลุ่มผู้เลี้ยงปลา 12,400-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร  -รายได้เพิ่มขึ้น-มีอาหารโปรตีนบริโภค
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี 56 ปี 57 ปี 58
.แผนพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โครงการปล่อยปลาในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ -เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีน-เป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศ -อบรมให้ความรู้-จัดซื้อพันธุ์ปลา คณะกรรมการหมู่บ้านหมู่ 1-6 30,000-อบต.-กรมส่งเสริมการเกษตร

-กรมประมง

-เกษตรกรมีแหล่งอาหารโปรตีนเพื่อบริโภค-เป็นการอนุรักษ์และการขยายพันธุ์และตามวิธีธรรมชาติอนุรักษ์  สิ่งแวดล้อม
๑. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน๒. เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร๓. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย ๑. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา๒. สนับสนุนพันธุ์ยางพารา และปุ๋ย ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๑. เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม๓. มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น
โครงการฝึกอบรมการปลูกพืชในพื้นที่ลาดชัน   – เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในการทำการเกษตรกรในพื้นที่
ลาดชัน
เกษตรกรจำนวน 50 ราย ( ม 1-5 ต.เหล่ากอหก )
หมู่บ้านละ 10 ราย
 – จัดทำแผนอบรม- ติดต่อประสานงานกับวิทยากร- ดำเนินการอบรม

– ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน

9,300 บาท

บทที่  ๖

โครงการและกิจกรรม

 ชื่อโครงการ      โครงการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2556

หลักการและเหตุผล      

เกษตรกรในตำบลแสงภามีการประกอบอาชีพทางการเกษตรเป็นอาชีพหลักและพืชผักก็เป็นอาชีพเสริมในฤดูแล้งหลังการทำนาซึ่งสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง  แต่ในการผลิตของเกษตรกรนั้นยังขาดความรู้ในการใช้สารเคมี  ในการปลูกพืชผัก  จึงทำให้พืชผักมีสารพิษตกค้างซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค

วัตถุประสงค์     1. เพื่อให้พืชผักปลอดภัยจากสารพิษ

  1. เพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีกับผู้ผลิต
  2. ผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค
  3. เกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารเคมีและสารสกัดชีวภาพ
  4. ลดต้นทุนการผลิต

เป้าหมายโครงการ

4.1 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เรื่องการผลิตพืชแบบอินทรีย์และสามารถนำไปปฏิบัติในครัวเรือนได้

4.2 จัดฝึกอบรมเกษตรกร 10 กลุ่มๆ ละ 2 ครั้งๆ ละ 20  คน  จำนวน  10 วัน

วิธีดำเนินการ    1. คัดเลือกเกษตรกรผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการ

  1. อบรมให้ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยหรือน้ำสกัดชีวภาพ
  2. อบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการใช้สารเคมี ที่ถูกต้อง

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ         ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลแสงภา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลเหล่ากอหก  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ :

งบประมาณองค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 โครงการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  จำนวน 40,000 บาท (สี่หมื่นบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ

9.1 องค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา

9.2 สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เป็นการลดต้นทุนการผลิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
  2. ผลผลิตปลอดสารพิษ
  3. เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม
  4. เกษตรกรมีความรู้การใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง

ชื่อโครงการ     โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมักและการใช้น้ำสกัดชีวภาพ

หลักการและเหตุผล 

ด้วยปัจจุบันการผลิตพืชของเกษตรกร นิยมใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช วัชพืชและสารเร่งการเจริญเติบโตของพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตการเกษตรซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค ดังนั้น  จึงควรมีการส่งเสริมและสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรผลิตปุ๋ยหมักและน้ำชีวภาพใช้ทดแทนการใช้สารเคมีเป็นการลดอันตรายจากการใช้สารเคมีได้วิธีหนึ่งและเกษตรกรสามารถหาวัสดุในท้องถิ่นมาผลิตด้วยตนเองได้

วัตถุประสงค์

– เพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีในการผลิตพืช

– ลดต้นทุนการผลิต

-เพื่อเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม

– เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการใช้ปุ๋ยหมักและน้ำสกัดชีวภาพ

เป้าหมาย       เกษตรกร 200  คน

ตำบลนาแห้ว     อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลแสงภา     อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลนาพึง       อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลนามาลา    อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ตำบลเหล่ากอหก  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรกลุ่มผู้ปลูกพืชผัก

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

  1. อบรมและถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร
  2. จัดซื้อวัสดุการฝึกอบรม

งบประมาณ

  1. ค่าอาหารเหมาะจ่ายเกษตรกรจำนวน 40 คน ๆ ละ 100 บาท   เป็นเงิน           4,000  บาท
  2. กากน้ำตาล 10 แกลลอน ๆ ละ 100 บาท              เป็นเงิน           1,000   บาท
  3. EM จำนวน 5 แกลลอน ๆ ละ 120 บาท .         เป็นเงิน           600     บาท
  4. ถังพลาสติกจำนวน 10 ใบ ๆ ละ 140 บาท  เป็นเงิน          1,400   บาท                                                                           รวมทั้งสิ้น     7,000  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ต้นทุนการผลิตพืชลดลง
  2. ได้รับผลผลิตที่ปลอดสารพิษ
  3. เกษตรกรมีความรู้เรื่องการใช้สารชีวภาพ

 ชื่อโครงการ  โครงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล

หลักการและเหตุผล

ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๒๓ง วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้ถ่ายโอนภารกิจด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต และด้านวางแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ดำเนินการโดยใช้ศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เป็นศูนย์กลาง  ดำเนินงานด้านการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต ในชุมชนซึ่งมีคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ร่วมกับเลขานุการศูนย์ฯ  ทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยดำเนินการในลักษณะบูรณาการระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนาอาชีพในตำบล โดยยึดถือมติประชาวิจารณ์ของชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาตำบล และการเสนอของบประมาณสนับสนุนแผน

๒. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาดำเนินงาน ตามที่หน่วยงานต้นสังกัด สั่งการให้ศูนย์ฯ ดำเนินการ

๓. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล พิจาณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ต่าง ๆ

๔. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ดำเนินการสำรวจข้อมูลพื้นฐานในตำบลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับผลการจัดทำเวทีชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล

เป้าหมาย     คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง   จำนวน ๑๖  คน

วิธีดำเนินการ

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จำนวนวน ๑๖  คน เดือนละ  ๑  ครั้ง รวม  ๑๒  ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานบริหารและพัฒนาการเกษตรในตำบลให้พัฒนายิ่งขึ้น

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเหล่ากอหก  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

 งบประมาณ 

–  ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบล  จำนวนตำบลละ ๑๖ คน ๆละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๑๒ ครั้ง                 เป็นเงิน  ๙๖,๐๐๐บาท

รวมเป็นเงิน  ๙๖,๐๐๐  บาท (เก้าหมื่นหกพันบาทถ้วน)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จะมีการประชุมเดือน   ละ ๑ ครั้ง เพื่อ เสนอปัญหาและพิจาณาแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์ฯ

๒. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จะได้ทำข้อเสนอจากการจัดเวทีประชาวิจารณ์ด้านการเกษตร มาเพื่อพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นแผนพัฒนาตำบล

๓. การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน การสำรวจข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆของตำบลจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง เพราะคณะกรรมการศูนย์ฯ คือ บุคคลที่ถูกคัดเลือกมาจากทุกหมู่บ้านในตำบล

 โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี

หลักการและเหตุผล       เกษตรกรในตำบลนาแห้ว  มีอาชีพทางการเกษตรและทำนาข้าวไว้เพื่อบริโภค  แต่ปัจจุบันเกษตรกรเก็บผลผลิตไว้เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์นานเกิน ๒ ปี  ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของโรคพืชหลายชนิดที่พบมากในตำบลนาแห้ว  ได้แก่  โรคใบไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล  โรคถอดฝักดาบ เป็นต้น  ซึ่งเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้สามารถฟักตัวอยู่ได้ในเมล็ดพันธุ์และจะเจริญเติบโตเข้าทำลายพืชในฤดูกาลปลูก  อีกทั้งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตต่ำลง  และหากรุนแรงมากอาจทำให้สูญเสียผลผลิตในแปลงนั้นได้

ดังนั้น  จึงสนับสนุนให้เกษตรกรได้เปลี่ยนพันธุ์ข้าว  เป็นการตัดวงจรการเกิดโรคเหล่านี้  อีกทั้งเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต  ทำให้มีผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือน  ชุมชน  และมีพันธุ์ข้าวที่ปราศจากโรคพืชไว้ขยายพันธุ์ในฤดูปลูกต่อไป

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวที่ปราศจากโรคพืชไว้ขยายพันธุ์ในฤดูปลูกต่อไป

๒. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ในการจัดการนาข้าวด้วยวิธีผสมผสาน

๓. เพื่อลดการใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดโรคพืชในนาข้าว

๔. เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนและชุมชน

เป้าหมาย         ม. ๑ – ๗  ต.นาแห้ว  จำนวน  ๓๕  คนๆ ละ  ๒  ไร่

วิธีดำเนินการ

๑. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าว  และการจัดการนาข้าวแก่เกษตรกร

๒. สนับสนุนเมล็ดข้าวพันธุ์ดีแก่เกษตรกร

ระยะเวลาดำเนินการ     

1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ   พื้นที่หมู่ที่ ๑ – ๗  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ

๑. พันธุ์ข้าว  กข.๖  จำนวน ๓๕ ราย ๆ  ละ ๒ ไร่ ๆ ละ ๕ กิโลกรัม ๆ ละ ๒๓ บาท  เป็นเงิน  ๘,๐๕๐  บาท

๒. ค่าขนส่งเมล็ดพันธุ์      เป็นเงิน  ๖,๐๐๐  บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าวและการจัดการนาข้าว  เกษตรกร  ๓๕  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสาร    จำนวน  ๓๕  เล่มๆ  ละ  ๓๐  บาท      เป็นเงิน  ๑,๐๕๐  บาท

–  ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๓๕  คนๆละ  ๑๐๐  บาท เป็นเงิน  ๓,๕๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๑๘,๖๐๐  บาท  (หนึ่งหมื่นแปดพันหกร้อยบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ  

          - เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

– คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลต่อไป
  • เกษตรกรมีความรู้เรื่องการปลูกข้าวและการจัดการนาข้าว
  • เกษตรกรมีผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนและชุมชน

ชื่อโครงการ      การผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

หลักการและเหตุผล       ปัจจุบันในการทำการเกษตร  เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชกันมาก  ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติให้เกษตรกรหันมารู้จักผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์  ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเองมากขึ้น

 วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช
  2. เพื่อลดต้นทุนการผลิต
  3. เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นอาชีพเสริมกับเกษตรกร

เป้าหมาย         เกษตรกร  จำนวน  25  ราย

วิธีดำเนินการ

  1. ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ จำนวน  1 กลุ่มๆ ละ  25  ราย  จำนวน  1  วัน
  2. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ จำนวน  25  ราย

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ         ม.4   ตำบลแสงภา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ     งบประมาณองค์การบริหารส่วนตำบลแสงภาตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553  โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช  จำนวน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)  รายละเอียดแนบท้าย

ผู้รับผิดชอบโครงการ

          9.1 องค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา

9.2 สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีความเข้าใจนาการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
  2. เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  3. เกษตรกรลดรายจ่ายต้นทุนในการผลิตเพื่อซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

รายละเอียดแนบท้ายโครงการ

ค่าใช้จ่ายโครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลแสงภา งบประมาณ  จำนวน  10,000  บาท

(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)  ดังรายละเอียดดังนี้

  1. ค่าฝึกอบรม

1.1 ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน 25 รายๆ ละ 1 มื้อๆ ละ 50 บาท              เป็นเงิน  1,250  บาท

1.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม  จำนวน 25 รายๆ ละ 2 มื้อๆ ละ 20 บาท    เป็นเงิน  1,000  บาท

1.3 ค่าวัสดุฝึกอบรมและเอกสารประกอบ  จำนวน 25 รายๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน  1,250  บาท

  1. ค่าวัสดุ

2.1 ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตและบรรจุสารธรรมชาติของเกษตรกร   จำนวน  25  รายๆ ละ  260  บาท   เป็นเงิน  6,500  บาท

รวมเป็นเงิน  10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน

 ชื่อโครงการ     โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมการเปิดกรีดยางพารา

หลักการและเหตุผล 

เนื่องจากในพื้นที่ตำบลแสงภามีพื้นที่ปลุกยางพาราจำนวน 290 ไร่  และอายุยางพาราใกล้จะ ได้รับผลผลิตแล้วแต่เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความชำนาญในการเปิดกรีดยางพารา ดังนั้น จึงควรจัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการกรีดยางพาราและการผลิตยางให้ได้คุณภาพให้กับเกษตรกร

วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง

– เพื่อให้เกษตรกรผลิตยางพาราได้อย่างมีคุณภาพ

– เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หรือเป็นวิทยากรได้ต่อไป

พื้นที่ดำเนินการ      กลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลแสงภา   อ.นาแห้ว  จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพาราตำบลแสงภา

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

  1. ประชุมชี้แจงโครงการ
  2. จัดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

งบประมาณ

  1. ค่าอาหารประกอบเลี้ยงเกษตรกร จำนวน 50 คน ๆ ละ 100 บาท เป็นเงิน           5,000   บาท
  2. ค่าจัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้ เป็นเงิน           1,000   บาท
  3. ค่าวิทยากร 6 ชั่วโมง ๆ ละ 300 บาท เป็นเงิน 1,800   บาท
  4. ค่าวัสดุอุปกรณ์การฝึกอบรม เป็นเงิน 7,200   บาท

รวมทั้งสิ้น  15,000  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีความรู้การเปิดกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง
  2. เกษตรกรมีความสามารถและผลิตยางอย่างมีคุณภาพ
  3. เกษตรกรสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรรายอื่นได้

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรสามารถผลิตพืชผักเพื่อบริโภคและจำหน่ายได้
  2. สามารถเป็นแปลงสาธิตและเรียนรู้ถ่ายทอดได้
  3. เกษตรมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
  4. เกษตรกรมีรายได้เสริมจาการประกอบกิจกรรม

ชื่อโครงการ     โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

หลักการและเหตุผล 

ในพื้นที่อำเภอนาแห้วส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรและหลังการทำข้าวนาปี แล้ว  เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชฤดูแล้ง  เช่น กะหล่ำปลี  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีการใช้สารเคมีและน้ำในปริมาณมาก ซึ่งทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำ และเพื่อลดปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชฤดูแล้งตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้ลดการใช้น้ำ  และสารเคมีลงและเพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน คือ การปลูกถั่วเหลือง

วัตถุประสงค์

– เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

– เพื่อบำรุงดิน

– เพื่อเป็นพืชตัวใหม่ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีน้อยลง

พื้นที่ดำเนินการ       เกษตรกร ม. ๑ – ๘    ต.นาพึง  อ.นาแห้ว  จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. ถ่ายถอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

งบประมาณ

๑. ค่าอาหารประกอบเลี้ยงเกษตรกร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท         เป็นเงิน      ๓,๐๐๐ บาท

๒. ค่าเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง จำนวน ๑,๕๐๐  กก. ๆ ละ ๒๕ บาท  เป็นเงิน           ๓๗,๕๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น  ๔๐,๕๐๐  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีทางเลือกหรือพืชส่วนใหม่เพื่อเพิ่มรายได้

๒. ดินมีสภาพที่ดีขึ้น

๓. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

๔. เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

 โครงการ      โครงการทำยางแผ่นคุณภาพดี

 หลักการและเหตุผล 

เกษตรกรในตำบลนามาลา มีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำยางแผ่น  และการทำยางแผ่นห้ำได้คุณภาพมาตรฐานที่ตลาดต้องการ  ถ้าเกษตรกรที่ผ่านการฝึกทำยางแผ่นคุณภาพดีแล้วจะทำให้เกษตรกำมีความรู้  และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง  และสามารถนำไปถ่ายทอดให้เกษตรในชุมชนปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นการเพิ่มอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร

วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นมีคุณภาพ

– เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติมีทักษะถูกต้องตามวิธีตามหลักวิชาการ

– เพื่อสร้างอาชีพ  และรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน

พื้นที่ดำเนินการ   กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑- ๘    ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑-๘  ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพดี

๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต

งบประมาณ  ขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก  จังหวัดเลย  จำนวนเงิน  ๖๑,๓๕๐  บาท

     (หกหมื่นหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดดังนี้

  ๑. อบรม

–  ค่าวิทยากร  ๒  วันๆ ละ  ๔  ชั่วโมงๆ  ละ  ๓๐๐  บาท จำนวน  ๔  คน    เป็นเงิน  ๙,๖๐๐  บาท

– ค่าอาหารเลี้ยงเกษตรกรจำนวน  ๔๐  คน ๆ ละ ๑๐๐ บาท จำนวน  ๒  วัน เป็นเงิน  ๘,๐๐๐  บาท

๒.  อุปกรณ์การผลิต

–  ค่าจักรรีดยางชนิดเรียบ  จำนวน ๑  เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท           เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท
–   ค่าจักรกรีดยางชนิดรีดดอก จำนวน ๑ เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท        เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท

–   ค่าแท่นนวดยกพื้นปูด้วยอลูมิเนียมหรือสังกะสี ๒ ตัว ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท  เป็นเงิน   ๒,๐๐๐  บาท

–   ค่าตะกงสำหรับใส่น้ำยาง จำนวน ๔๐ ใบ ๆ ละ ๑๓๐ บาท                  เป็นเงิน   ๕,๒๐๐  บาท

–   ค่าตะแกรงกรองน้ำและน้ำยาเบอร์ ๔๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๒๐ บาท    เป็นเงิน    ๒๔๐   บาท

–   ค่าตะแกรงกรอกน้ำและน้ำยาเบอร์ ๖๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๕๐ บาท    เป็นเงิน    ๓๐๐   บาท

–   ค่าไม้พายกวนยางพลาสติก จำนวน ๒๐ อัน ๆ ละ ๑๕ บาท                 เป็นเงิน   ๓๐๐   บาท

–  กระป๋องตวงน้ำยาง จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๓๐ บาท                           เป็นเงิน     ๓๐๐   บาท

–   กระป๋องตวงน้ำกรด จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๑๕ บาท                         เป็นเงิน     ๑๕๐   บาท

–  ถังรวมน้ำยาง / บรรจุน้ำ จำนวน ๖ ใบ ๆ ละ ๑๖๐ บาท                   เป็นเงิน    ๙๖๐   บาท

–  แผ่นสังกะสีปิดตะกงยาง จำนวน ๔๐ แผ่น ๆ ละ ๑๕ บาท                  เป็นเงิน    ๖๐๐   บาท

–  ค่าน้ำกรดฟอร์มิก ขนาดถัง ๕ ลิตร จำนวน ๑ ถัง ๆ ละ ๓๐๐ บาท        เป็นเงิน    ๓๐๐   บาท

–  ค่าน้ำยางสด จำนวน ๔๐ กิโลกรัม ๆ ละ ๖๐ บาท                           เป็นเงิน  ๒,๔๐๐   บาท

– ค่าจัดทำเอกสารวิชาการแจกเกษตรกร  ๔๐  คน                              เป็นเงิน ๑,๐๐๐    บาท

          รวมทั้งสิ้น  ๖๑,๓๕๐   บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้และทักษะการทำยางแผ่นคุณภาพดีที่ถูกวิธี

๒. เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้เกษตรกรรายอื่นๆได้

๓. เกษตรกรมีรายได้  และมีอาชีพอย่างยั่งยืน

๔. เกษตรกรสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพ

 ชื่อโครงการ  โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา

หลักการและเหตุผล 

ด้วยกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้ทุกอำเภอมีการจัดตั้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรในทุกตำบลเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานและถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร , ปศุสัตว์ , ประมงและกลุ่มสถาบันเกษตรอื่น ๆ ให้แก่ชุมชน ดังนั้น เพื่อให้การบริการด้านการเกษตรแก่ชุมชนบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐานและการตกแต่งภายในอาคารศูนย์ให้เป็นระเบียบและสวยงามเหมาะสมกับการเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้วิชาชีพไปสู่ชุมชน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
  2. เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและบริการข่าวสารด้านการเกษตรแต่ละสาขาอาชีพ
  3. เพิ่มเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตร

เป้าหมาย        ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา  หมู่ที่ 2 ตำบลแสงภา

อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

วิธีดำเนินกา

– จัดซื้อวัสดุและปรับปรุงข้อมูลศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา

ระยะเวลาดำเนินการ       1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ         ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา  หมู่ที่ 2  ตำบลแสงภา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ 

งบประมาณองค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา  ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา จำนวน  3,800 บาท (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน) รายละเอียดแนบท้าย                                                        

ผู้รับผิดชอบโครงการ

9.1 องค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา

9.2 สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เป็นศูนย์ประส่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา
  2. เป็นศูนย์ข้อมูลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา
  3. เป็นเวทีชุมชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา
  4. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา

รายละเอียดแนบท้ายโครงการ

ค่าใช้จ่ายโครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลแสงภา

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลแสงภา  งบประมาณ  3,800 บาท

(สามพันแปดร้อยบาทถ้วน) ดังรายละเอียดดังนี้

  1. สมุดเบอร์ 2 จำนวน 24 เล่ม ๆ ละ 30 บาท                                   เป็นเงิน   720  บาท
  2. ปากกาลูกลื่น(คละสี) จำนวน 50 ด้ามๆ ละ 6 บาท                                    เป็นเงิน   250  บาท
  3. แล็คซีน ขนาด 2 นิ้ว จำนวน   4  ม้วนๆ ละ 60 บาท                        เป็นเงิน   240  บาท
  4. กระดาษถ่ายเอกสาร A4  จำนวน 8 ริม ๆ ละ 110  บาท                   เป็นเงิน   880  บาท
  5. กระดาษปกสี จำนวน 4 ริมๆ ละ 120 บาท                                   เป็นเงิน   460  บาท
  6. กระดาษโรเนียว จำนวน  3  ริม ๆ ละ 90  บาท                              เป็นเงิน    270 บาท
  7. CD – RW จำนวน  50  แผ่น ๆ ละ  5  บาท                                 เป็นเงิน    250 บาท
  8. แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด จำนวน  10  แผ่น ๆ ละ 40                            เป็นเงิน    400 บาท
  9. ปากกาลบความผิด จำนวน  2  ด้าม ๆ ละ  65  บาท                        เป็นเงิน    130 บาท
  10. กระดาษสติกเกอร์สี จำนวน  5  แผ่น ๆ ละ  40  บาท                     เป็นเงิน    200 บาท

รวมเป็นเงิน  3,800  บาท (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน)

 โครงการการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร ปี ๒๕๕๖

หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อนำไปใช้ในการบริการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเกิดภัยพิบัติ  ผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ำ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆ  ซึ่งระบบการจัดเก็บจะใช้กระบวนการที่มีส่วนร่วมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลและชุมชนเป็นผู้จัดเก็บ และจัดทำข้อมูลระดับหมู่บ้าน/ตำบล ตลอดจนจัดทำทะเบียนเกษตรกรทุกครัวเรือนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความทันสมัย  ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และข้อมูลทะเบียนเกษตรในการปฏิบัติงานมากขึ้น  การจัดเก็บและการจัดทำข้อมูลจะต้องเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและชุมชนเป็นช่องทาง ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และเป็นที่ยอมรับของชุมชน

วัตถุประสงค์ :

         ๑. เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาด

๒. เพื่อให้ทราบภาวการณ์ผลิตพืช  สัตว์  ประมง  และอื่นๆ

๓. เพื่อเป็นข้อมูลใช้ในการตรวจสอบการช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเกิดภัยพิบัติ

เป้าหมาย :  ครัวเรือนเกษตรกร  หมู่ที่ ๑-๘  ตำบลนาพึง  จำนวน ๔๖๘  ครัวเรือน

วิธีดำเนินการ

๑. ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรทุกหมู่บ้าน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน

๒. รับสมัครอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ,อาสาสมัครเกษตร  ,เกษตรหมู่บ้าน

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ในเรื่องแบบสอบถาม  วิธีการสัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๔. ออกสัมภาษณ์ข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำอำเภอ  (เกษตรตำบล) เป็นที่ปรึกษา

๕. วิเคราะห์ข้อมูล จัดหมวดหมู่ นำเผยแพร่และใช้ประโยชน์สถานที่ดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ : ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง  ม.๑  ตำบลนาพึง          อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ

๑. การฝึกอบรม  จำนวน ๑ รุ่น จำนวน ๔๐ คน ๑ วัน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๔๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท                           เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๔๐ คนๆ ละ ๒๐ บาท               เป็นเงิน  ๘๐๐ บาท

๑.๓ ค่าเตรียมสถานที่และเครื่องเสียงใช้ฝึกอบรม ๑ รุ่น             เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท

๑.๔ ค่าพาหนะผู้เข้าร่วมอบรมเหมาจ่าย ๔๐ คน                        เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท

๒. ค่าจัดทำเอกสาร อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

๒.๑ แบบฟอร์มการจัดเก็บ  ๔๖๘   ชุดๆ ละ ๑๐ บาท                 เป็นเงิน ๔,๖๘๐ บาท

๒.๒ กระเป๋าพลาสติกเพื่อใส่เอกสาร ๔๐ ใบๆ ละ ๔๐ บาท         เป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท

๒.๓ ปากกา  ๔๐  ด้ามๆ ละ ๖  บาท                                         เป็นเงิน  ๒๔๐  บาท

๓. ค่าจัดเก็บข้อมูล  ๔๖๘  ครัวเรือนๆ ละ ๑๐ บาท                             เป็นเงิน  ๔,๖๘๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๙,๐๐๐บาท (หนึ่งหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)

ผลคาดว่าจะได้รับ :

๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์การประมงในหมู่บ้าน ตำบล

๒. มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์และทันสมัย

๓. มีข้อมูลที่บูรณาการยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

๔. สามารถใช้วางแผนการพัฒนาตำบลหรือให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและทันเวลา

ชื่อโครงการ    โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์

หลักการและเหตุผล       เนื่องจากในตำบลนาพึงมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อประกอบอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนหลายชนิดที่ต้องการพัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์  และมาตรฐานของสินค้า  เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน

๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย

๓. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สินค้า

แปรรูปของวิสาหกิจชุมชน

เป้าหมาย   ม. ๔  ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  เกษตรกร  ๑๐  คน

วิธีดำเนินการ

๑.  ประชุมชี้แจงโครงการ ๑ ครั้ง  จำนวน   ๑๐   คน

          ๒.  ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์  ๑ ครั้ง

๓.  ดำเนินการขอรับรองมาตรฐานสินค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ     

          1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ         วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาท่อน  หมู่ที่ ๔  ตำบลนาพึง

อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ

  • อบรมชี้แจงโครงการ ๑  ครั้ง  จำนวน  ๑๐  คน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๑๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท  จำนวน ๑มื้อ           เป็นเงิน    ๕๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๑๐ คนๆละ ๒๐ บาท จำนวน ๒ มื้อ  เป็นเงิน    ๔๐๐ บาท

  • ค่าสติกเกอร์ติดถุงบรรจุภัณฑ์ อันละ  ๕  บาท   จำนวน  ๓,๐๐๐ อัน      เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท

๒.๑ ค่าถุงกระดาษหิ้ว   ถุงละ   ๑๐    บาท  จำนวน  ๑,๕๐๐  บาท   เป็นเงิน  ๑๕,๐๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน ๓๐,๙๐๐ บาท (สามหมื่นเก้าร้อยบาทถ้วน)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสินค้าแปรรูปให้ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นและตลาดทั่วไป

๒. เป็นการสร้างรายได้เสริมแก่ครัวเรือน

ชื่อโครงการ      การผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

หลักการและเหตุผล      

ปัจจุบันในการทำการเกษตร  เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชกันมาก  ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติให้เกษตรกรหันมารู้จักผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์  ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเองมากขึ้น

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกัน
กำจัดแมลงศัตรูพืช
๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต
๓. เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นอาชีพเสริมกับเกษตรกร

เป้าหมาย         เกษตรกร  จำนวน  ๒๕  ราย

วิธีดำเนินการ

๑. ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ
จำนวน ๑ กลุ่มๆ ละ  ๒๕  ราย  จำนวน  ๑  วัน

๒. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ  จำนวน  ๒๕  ราย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ  1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

๗. สถานที่ดำเนินการ     ม. ๒  ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ

๑.  ค่าฝึกอบรม

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท       เป็นเงิน  ๑,๒๕๐  บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท

๑.๓ ค่าวัสดุฝึกอบรมและเอกสารประกอบ  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๕๐ บาทเป็นเงิน ๑,๒๕๐ บาท

๒.  ค่าวัสดุ

๒.๑ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตและบรรจุสารธรรมชาติของเกษตรกร

จำนวน  ๒๕  รายๆ ละ  ๒๖๐  บาท                           เป็นเงิน  ๖,๕๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความเข้าใจนาการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๒. เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

๓. เกษตรกรลดรายจ่ายต้นทุนในการผลิตเพื่อซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

ชื่อโครงการ     โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

หลักการและเหตุผล 

ในพื้นที่อำเภอนาแห้วส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรและหลังการทำข้าวนาปี แล้ว  เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชฤดูแล้ง  เช่น กะหล่ำปลี  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีการใช้สารเคมีและน้ำในปริมาณมาก ซึ่งทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำ และเพื่อลดปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชฤดูแล้งตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้ลดการใช้น้ำ  และสารเคมีลงและเพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน คือ การปลูกถั่วเหลือง

วัตถุประสงค์

– เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

– เพื่อบำรุงดิน

– เพื่อเป็นพืชตัวใหม่ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีน้อยลง

พื้นที่ดำเนินการ       เกษตรกร ม. ๑ – ๘    ต.นาพึง  อ.นาแห้ว  จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. ถ่ายถอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

งบประมาณ

๑. ค่าอาหารประกอบเลี้ยงเกษตรกร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท เป็นเงิน      ๓,๐๐๐ บาท

๒. ค่าเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง จำนวน ๑,๕๐๐  กก. ๆ ละ ๒๕ บาท         เป็นเงิน    ๓๗,๕๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น  ๔๐,๕๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีทางเลือกหรือพืชส่วนใหม่เพื่อเพิ่มรายได้

๒. ดินมีสภาพที่ดีขึ้น

๓. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

๔. เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

ชื่อโครงการ      โครงการส่งเสริมการเลี้ยงปลาในบ่อดิน

หลักการและเหตุผล 

อาหารโปรดตีนที่มีราคาถูกและหาได้ในท้องถิ่น คือ สัตว์น้ำทั้งหลายและในจำนวนนั้นก็คือ ปลาน้ำจืดที่กินพืชเป็นอาหารเลี้ยงปลาในบ่อดินเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน จึงเป็นวิธีการหนึ่งที่จะเป็นการเพิ่มอาหาร โปรตีนและ เป็นการลดค่าใช้จ่ายและเป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกร และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบบนิเวศของสัตว์น้ำ ให้มีความอุดมสมบูรณ์

วัตถุประสงค์

– เป็นการสร้างแหล่งอาหารโปรตีน

– เป็นการสร้างรายได้เสริม

– เน้นการเพิ่มจำนวนสัตว์น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ

– ให้เกษตรกรมีความรู้ในการเลี้ยงปลา

พื้นที่ดำเนินการ      เกษตรกรจำนวน 40 ราย ม. 1 – 6 ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ   ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

  1. อบรมให้ความรู้ / ศึกษาดูงาน
  2. จัดซื้อพันธุ์ปลากินพืช
  3. จัดซื้ออาหารปลา

งบประมาณ

  1. จัดซื้อพันธุ์ปลากินพืช จำนวน 80 ถุง ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน       9,600 บาท
  2. อาหารปลากินพืช จำนวน 7 ถุง ๆ ละ 400 บาท          เป็นเงิน      2,800  บาท

 รวมทั้งสิ้น  12,400  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรในท้องถิ่นและชุมชนมีแหลงอาหารโปรตีนบริโภค
  2. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
  3. เกษตรมีความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลา

ชื่อโครงการ      ส่งเสริมการปลูกชา

หลักการและเหตุผล       เนื่องจากชาเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการปลูกอยู่ในภาคเหนือของไทยและจังหวัดเลยมีพื้นที่เหมาะสมที่จะดำเนินการดังกล่าวได้  ดังนั้น  จึงควรที่จะส่งเสริมการปลูกชาแก่เกษตรกร เพื่อเป็นเป็นอาชีพยั่งยืนมั่นคงให้แก่ครอบครัว

วัตถุประสงค์

1. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรประกอบอาชีพที่ยั่งยืน

  1. เพื่อยกระดับรายได้ของเกษตรกร

เป้าหมาย                  เกษตรกร ม.1-3   ตำบลแสงภา   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

วิธีดำเนินการ

1. อบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกชา

  1. สนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ พันธุ์ชาและปุ๋ยรองก้นหลุม

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

สถานที่ดำเนินการ         ม.1-3  ตำบลแสงภา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ     งบประมาณองค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 โครงการส่งเสริมการปลูกชา   จำนวน 17,500 บาท (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)  รายละเอียดดังนี้

– ค่าพันธุ์ชา               1,000 ต้น / ไร่  ต้นละ  15 บาท           เป็นเงิน 15,000 บาท

– ค่าปุ๋ยรองก้นหลุม       จำนวน 500 กิโลกรัมๆ ละ  5 บาท         เป็นเงิน  2,500 บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  17,500  บาท (หนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ

          9.1 องค์การบริหารส่วนตำบลแสงภา

9.2 สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
  2. เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน

ชื่อโครงการ      โครงการปล่อยปลาในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์

หลักการและเหตุผล 

อาหารโปรดตีนที่มีราคาถูกและหาได้ในท้องถิ่น คือ สัตว์น้ำทั้งหลายและในจำนวนนั้นก็คือ ปลาน้ำจืดที่กินพืชเป็นอาหาร เพราะคุณสมบัตินี้เองที่ทำให้แหล่งน้ำทุกแหลางยังมีปลาที่เป็นแหล่งอาหารของชุมชนมาโดยตลอด  การปล่อยปลาในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชนจึงเป็นวิธารที่จะเพิ่มอาหารโปรตีนในท้องถิ่นและให้ผลคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง

วัตถุประสงค์

– เป็นการสร้างแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์น้ำในแหล่งน้ำสาธารณะของชุมชนและของส่วนตัว

– เป็นการสร้างองค์กรและเกษตรกรในชุมชน

พื้นที่ดำเนินการ      เกษตรกร  ม. 1 – 6 ต.แสงภาอ.นาแห้ว จ.เลย

ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ   ต.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย

ระยะเวลาดำเนินการ    1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินกา

  1. อบรมให้ความรู้
  2. จัดซื้อพันธุ์ปลากินพืชเพื่อปล่อยในแหล่งน้ำ
  3. จัดซื้ออาหารปลากินพืช

งบประมาณ

  1. จัดซื้อพันธุ์ปลานิล จำนวน 200,000 ตัว จำนวน 200 ถุง ๆ ละ 100  บาท  เป็นเงิน       20,000  บาท
  2. อาหารปลากินพืช จำนวน 25 ถุง ๆ ละ 400  บาท                           เป็นเงิน       10,000  บาท

รวมทั้งสิ้น  30,000  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรในท้องถิ่นและชุมชนมีแหลงอาหารโปรตีนในท้องถิ่นไว้บริโภค
  2. เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม
  3. เพิ่มจำนวนและขยายพันธุ์ปลาเพื่อเป็นอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีความรู้ความชำนาญในการเพาะเลี้ยงเห็ด
  2. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
  3. เกษตรกรมีอาชีพเสริมและอาชีพที่ยั่งยืน
  4. เกษตรกรมีอาหารเพื่อบริโภคเพิ่มขึ้น

ชื่อโครงการ   ส่งเสริมการปลูกยางพารา

หลักการและเหตุผล      

เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพเอยกระดับรายได้  ในอำเภอนาแห้ว  มีศักยภาพในการปลูกยางพารา  จึงควรส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราในเขตท้องที่ตำบลนาพึง  ให้เป็นแหล่งปลูกยางพาราแหล่งใหม่ นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นอาชีพใหม่แล้ว  ยางพาราที่ปลูกเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า

ทดแทนป่าที่ถูกทำลาย  ช่วยลดการเกิดอุทกภัย  และยังทำให้สภาพแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์     -เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน

  • เพื่อยกระดับรายได้แก่เกษตรกร
  • เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย
  • เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล

เป้าหมาย         ม.๑-๘  ต.นาพึง  จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๗  ไร่

ผู้รับผิดชอบโครงการ      องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง     สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ระยะเวลาดำเนินการ      1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินการ              -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา

– สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ ได้แก่  พันธุ์ยางพารา,ปุ๋ยเคมี

งบประมาณ

๑. พันธุ์ยางพารา จำนวน  ๖,๓๐๐  ต้นๆละ  ๕๕  บาท  เป็นเงิน  ๓๔๖,๕๐๐  บาท

๒. ปุ๋ยเคมีหินฟอสเฟต  (๐-๓-๐) จำนวน  ๑,๐๐๐  กก.ๆละ  ๕  บาท          เป็นเงิน  ๕,๐๐๐  บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพารา  เกษตรกร  ๑๐  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสารปลูกยางพารา  จำนวน  ๑๐  เล่มๆละ  ๓๐  บาท เป็นเงิน  ๓๐๐  บาท

– ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๑๐๐  บาท เป็นเงิน  ๑,๐๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๓๕๘,๒๐๐  บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน
  • เพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  • เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ สร้างความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม

ชื่อโครงการ        อบรมการปลูกพืชในพื้นที่ลาดชัน

หลักการและเหตุผล

ด้วยลักษณะภูมิประเทศของตำบลเหล่ากอหกเป็นพื้นที่ลาดชันและภูเขาสูงประมาณ 80% และพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ลาดชัน ซึ่งเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน จึงเป็นสาเหตุให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินและทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ผลผลิตลดลงทุกปี  ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลเหล่ากอหกจึงได้จัดทำโครงการอบรมการปลูกพืชในพื้นที่ลาดชันแก่เกษตรในตำบลเหล่ากอหกเพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในการทำการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน
  2. เพื่อฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำอย่างง่าย (เขาควาย) ในพื้นที่เพาะปลูกจริง

เป้าหมาย

เกษตรกรจำนวน   50   คน

สถานที่ดำเนินการ

ห้องประชุม อบต. เหล่ากอหก

ระยะเวลาดำเนินการ               1  ต.ค. 56 – 30 ก.ย. 58

วิธีดำเนินการ

  1. จัดทำแผนอบรมงานโครงการ
  2. ติดต่อประสานงานกับวิทยากรและสถานที่
  3. ดำเนินการอบรม
  4. ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน

งบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม

  1. ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน 50 คน ๆละ 50 บาท เป็นเงิน   2,500 บาท
  2. ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม เกษตรกรจำนวน 50 คน ๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,000   บาท
  3. ค่าวิทยากร จำนวน 2 คน ๆ 2 ชั่วโมง ๆ ละ 3 00 บาท           เป็นเงิน  1,200 บาท
  4. ค่าอุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติในภาคสนาม เป็นเงิน    500  บาท
  5. ค่าเครื่องเขียนแบบพิมพ์เกษตรกรจำนวน 50 คน ๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,000   บาท
  6. ค่าฟิล์มถ่ายรูปพร้อมอัดล้าง เป็นเงิน     500           บาท
  7. ค่าจัดสถานที่           เป็นเงิน     300          บาท
  8. ค่าจัดทำป้ายผ้า                                                    เป็นเงิน     500  บาท
  9. ค่าพาหนะผู้เข้าอบรม จำนวน 50 คน                               เป็นเงิน   1,800  บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น    9,300   บาท    ( เก้าพันสามร้อยบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ      ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลเหล่ากอหก

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการทำการเกษตรบนพื้นที่ลาดชันเพิ่มขึ้น
  2. ลดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
  3. ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นเมื่อดินมีความอุดมสมบูรณ์

ภาคผนวก

ข้อมูลเวทีชุมชน

ครั้งที่ วัตถุประสงค์ จำนวนชาวบ้านที่เข้าร่วมทั้งหมด (คน) จำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวนผู้นำชาวนา ผลที่ได้รับ
ชื่อหน่วยงาน จำนวน(คน)
๑. เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนรู้จักตัวเองและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ๕๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ ๓๔ -ทราบข้อมูลพื้นฐานชุมชน-ทราบถึงทรัพยากรที่เป็นต้นทุนของชุมชน
๒. เพื่อให้ชุมชนได้เห็นสภาพ ๕๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ ๓๔ -การวิเคราะห์ศักยภาพเศรษฐกิจสังคมของชุมชน-การเสนอปัญหาของชุมชน
๓. เพื่อให้ชุมชนได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาแต่ละด้านว่ามีความจำเป็นมากน้อยกว่ากัน ๕๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ ๓๔ -การวิเคราะห์สภาพปัญหา-การรวมหมวดหมู่ของปัญหา
๔. เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาจัดทำผลงานและโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำนักงานดำเนินการตามแผน ๕๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ ๓๔ -การแก้ไขปัญหา-การกำหนดแผนชุมชน-การจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณงบประมาณดำเนินการตามแผน