ตำบลนาแห้ว

บทที่  ๑

โครงการพัฒนาชุมชนตำบลนาแห้ว

อำเภอนาแห้ว   จังหวัดเลย

หลักการและเหตุผล

การพัฒนาชุมชนตำบลนาแห้วที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาที่บุคคลภายนอกพื้นที่เป็นผู้ริเริ่มและชี้นำการพัฒนามาโดยตลอด   ทำให้ผลของการปฏิบัติไม่ตรงตามความต้องการของชุมชน      เนื่องจากขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน    ดังนั้น     ในการพัฒนาชุมชนในยุคปัจจุบันต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม    โดยเฉพาะประชาชนในชุมชน     ซึ่งเป็นผู้ที่ทราบปัญหาและศักยภาพความต้องการของท้องถิ่น    จะต้องมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางวางแผนงานในการพัฒนาชุมชนของตนเอง    โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น    ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ      องค์กรเอกชน    ให้คำแนะนำด้านความรู้วิชาการ      มีความเข้มแข็ง     สามารถบริหารจัดการชุมชนของตนเองให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน     ต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์

๑.  ส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ     โดยปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงานให้ชุมชนเป็นผู้กำหนด   แนวทางการพัฒนาของตนเอง

๒.  เพื่อส่งเสริมแนวคิดและการบริหารจัดการกระบวนการพัฒนา    เพื่อการพึ่งพาตนเองให้แก่ผู้นำและกลุ่มกิจกรรมต่าง  ๆ  ของชุมชน

๓.  เพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน    โดยการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดขึ้น    ตามความต้องการและตามศักยภาพของชุมชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.  ทำให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมในพื้นที่มีความรู้    ความสามารถในการทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.  มีการพัฒนาอาชีพหรือกิจกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชน    ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่คนในชุมชน

๓.  ได้แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล   ซึ่งจัดทำขึ้นโดยชุมชนเป็นผู้กำหนด

พื้นที่เป้าหมาย

ครัวเรือนเกษตรกร  ๖๙๑   ครัวเรือนในตำบลนาแห้ว   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

จำนวน   ๗   หมู่บ้าน

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่ตุลาคม   ๒๕๕๖ – กันยายน  ๒๕๕๘

งบประมาณที่ใช้และแหล่งที่มา

๑.  งบประมาณทั้งหมด   ๓๘๑,๗๕๐  บาท

๒.  แหล่งที่มางบประมาณ

–  เทศบาลตำบลนาแห้ว

–  ส่วนราชการ

–  เอกชน

–  ระดมทุนจากสมาชิก

–  กองทุนหมู่บ้าน

ผู้รับผิดชอบโครงการ

–   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

–  เทศบาลตำบลนาแห้ว

–  คณะกรรมการหมู่บ้าน / เกษตรหมู่บ้าน

–  สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

บทที่  ๒

สภาพพื้นฐานทางกายภาพชีวภาพ  สังคมและสิ่งแวดล้อม

 

.๑ ข้อมูลทางกายภาพ

100

. ที่ตั้ง

ตำบลนาแห้วเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  มีอาณาเขตติดต่อ  ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ  ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย
  • ทิศตะวันออก        ติดต่อกับ  ตำบลนาดี  อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย
  • ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ  ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

โดยแบ่งการปกครองออกเป็น  ๗ หมู่บ้านคือ

หมู่ที่  ๑  บ้านนาแห้ว

หมู่ที่  ๒  บ้านนาโพธิ์

หมู่ที่  ๓  บ้านเหมืองแพร่

หมู่ที่  ๔  บ้านโป่งกูด

หมู่ที่  ๕  บ้านนาแห้วใหม่

หมู่ที่  ๖  บ้านบุ่ง

หมู่ที่  ๗  บ้านห้วยนาสี

. ภูมิอากาศ

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของตำบลนาแห้วส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชัน และยังมีป่าไม้ปกคลุมบางส่วน จึงทำให้อากาศไม่แปรปรวน อุณหภูมิมีที่ตั้งอยู่ในระหว่าง เดือน กุมภาพันธ์-เมษายน  ประมาณ  33 องศาเซลเซียสอากาศจะหนาวและมีหมอกลงในตอนเช้า  ส่วนเดือนพฤษภาคม  จะมีฝนกระจายทั่วไป  ดังตารางแสดงสถิติอุณหภูมิ  ดังนี้

ตารางแสดงสถิติอุณหภูมิตำบลนาแห้ว  ปี  ๒๕๕๑-๒๕๕๕

เดือน/พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๕๒ ๒๕๕๓ ๒๕๕๔ ๒๕๕๕
ต่ำสุด ต่ำสุด สูงสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด
มกราคม ๖.๕๐ ๑๐.๐๐ ๓๑.๕๐ ๓๑.๕๐ ๑๖.๕๐ ๒๘.๐๐ ๑๓.๓๐ ๒๕.๒๐ ๙.๐๐ ๓๑.๐๐
กุมภาพันธ์ ๑๓.๐๐ ๑๓.๔๐ ๓๓.๒๐ ๓๔.๐๐ ๑๗.๙๐ ๓๒.๗๐ ๑๗.๖๐ ๒๙.๗๐ ๑๕.๐๐ ๓๔.๒๐
มีนาคม ๑๒.๐๐ ๑๖.๐๐ ๓๖.๕๐ ๓๕.๔๐ ๑๙.๗๐ ๓๔.๔๐ ๑๒.๐๐ ๓๓.๕๐ ๑๗.๐๐ ๓๔.๕๐
เมษายน ๒๐.๐๐ ๑๗.๒๐ ๓๖.๒๐ ๓๖.๕๐ ๓๑.๑๐ ๓๗.๒๐ ๑๕.๐๐ ๓๔.๐๐ ๑๘.๐๐ ๓๗.๕๐
พฤษภาคม ๒๒.๐๐ ๒๐.๐๐ ๓๖.๐๐ ๓๗.๕๐ ๒๔.๗๐ ๓๔.๙๐ ๒๑.๐๐ ๓๔.๖๐ ๒๑.๐๐ ๓๗.๕๐
มิถุนายน ๒๒.๐๐ ๒๒.๒๐ ๓๕.๐๐ ๓๓.๐๐ ๒๔.๕๐ ๓๓.๕๐ ๒๐.๐๐ ๓๔.๐๐ ๒๓.๐๐ ๓๓.๕๐
กรกฎาคม ๒๑.๐๐ ๒๑.๐๐ ๓๔.๐๐ ๓๔.๕๐ ๒๓.๕๐ ๓๑.๖๐ ๒๐.๕๐ ๓๔.๐๐
สิงหาคม ๒๒.๐๐ ๒๐.๐๐ ๓๓.๐๐ ๓๔.๐๐ ๒๒.๗๐ ๒๙.๖๐ ๒๐.๘๐ ๓๔.๐๐
กันยายน ๑๙.๐๐ ๒๐.๘๐ ๓๕.๐๐ ๓๒.๐๐ ๒๒.๘๐ ๓๐.๖๐ ๒๑.๖๐ ๓๒.๐๐
ตุลาคม ๑๖.๕๐ ๑๗.๕๐ ๓๓.๐๐ ๓๑.๕๐ ๒๑.๓๐ ๒๘.๒๐ ๑๘.๕๐ ๓๓.๕๐
พฤศจิกายน ๑๐.๐๐ ๑๕.๐๐ ๓๒.๔๐ ๒๘.๐๐ ๑๖.๔๐ ๒๗.๑๐ ๑๕.๘๐ ๓๐.๘๐
ธันวาคม ๑๐.๐๐ ๕.๐๐ ๓๒.๐๐ ๓๐.๐๐ ๑๕.๔๐ ๒๘.๐๐ ๙.๕๐ ๓๐.๒๐

. ภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปของตำบลนาแห้วจะเป็นภูเขาสูงชัน เป็นส่วนใหญ่  ประมาณร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่ไม่อาจทำการเกษตรได้  อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ  ๘๐๐ เมตร  บริเวณที่สูงที่สุด  คือ  ภูขัดสูงจากระดับน้ำทะเล  ๑,๔๐๖  เมตร  บริเวณที่ต่ำสุด  คือ  บ้านนาแห้วเก่า  สูงจากระดับน้ำทะเล  ๘๐๐  เมตรที่ราบลุ่มกระจายอยู่ตามลำน้ำหู  ด้านทิศใต้และทิศตะวันตก  ส่วนทิศตะวันออกของตำบลเป็นภูเขาสูง  ลำน้ำที่สำคัญในการเกษตร   คือ  ลำน้ำหู  ขอบเขตพื้นที่ตำบลนาแห้ว  ทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ  ๙๕%    ของพื้นที่ทั้งตำบลเนื้อดินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชุดดินที่  ๖๒  รายละเอียดดังนี้       

 

ลักษณะของดิน

      ลักษณะโดยทั่วไป : ดินนี้ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีความลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ ดินที่พบในบริเวณดังกล่าวนี้มีทั้งดินลึกและดินตื้น ลักษณะของเนื้อดินและความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของหินต้นกำเนิดในบริเวณนั้น มักมีเศษหิน ก้อนหิน หรือหินพื้นโผล่ กระจัดกระจายทั่วไป ส่วนใหญ่ยังปกคลุมด้วยป่าไม้ประเภทต่าง ๆ เช่น ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง หรือป่าดิบชื้น หลายแห่งมีการทำไร่เลื่อนลอย โดยปราศจากมาตรการในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน จนบางแห่งเหลือแต่หินพื้นโผล่ ได้แก่ชุดดินที่ลาดชันเชิงซ้อน (Sc) กลุ่มชุดดินนี้ไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เนื่องจากมีปัญหาหลายประการที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ควรสงวนไว้เป็นป่าตามธรรมชาติ เพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำลำธาร
ปัญหาในการใช้ประโยชน์ที่ดิน : พื้นที่ภูเขาลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ มีการกัดกร่อนของดินได้ง่าย
ความเหมาะสมของดินสำหรับการปลูกพืช : ดินกลุ่มที่ ๖๒ มีศักยภาพไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืช เนื่องจากเป็นดินตื้น มีหินโผล่ที่ผิวดินเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน มีความลาดเทเฉลี่ยเกินร้อยละ ๓๕ ง่ายต่อการชะล้างพังทลายของดิน จึงเหมาะสมที่จะรักษาไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
การจัดการดินกลุ่มชุดดินที่ ๖๒ ป้องกันการบุกรุกทำลายป่า ถ้ามีการบุกรุกทำลายป่า ควรเร่งรัดการปลูกป่าทดแทน และบำรุงรักษาป่าธรรมชาติที่มีอยู่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น บริเวณที่ลาดชันและง่ายต่อการชะล้างพังทลายควรนำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสมมาใช้ทั้งมาตรการทางเกษตรกรรมและทางวิศวกรรม

  ข้อเสนอแนะการใช้ประโยชน์ ดังที่กล่าวมาแล้ว ดินกลุ่มที่ ๖๒ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำมาใช้ทางการเพาะปลูกหรือทางการเกษตร ส่วนใหญ่อยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น ๑ ดังนั้นควรเก็บสงวนหรือรักษาไว้ให้คงสภาพเป็นป่าไม้เพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร หรือเขตป่าอนุรักษ์อื่นๆ เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้มีลักษณะและคุณสมบัติที่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินได้ง่ายและรุนแรง ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรเป็นการใช้ประโยชน์ในเชิงอนุรักษ์หรือทางด้านเกษตร

๒.๒   ข้อมูลด้านชีวภาพ

พันธุ์พืชที่ปลูก

–  ข้าว    ได้แก่    พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ   ๑๐๕  , กข ๖ , พันธุ์พื้นเมือง (ซิวเกลี้ยง/หางปลาไหล)

–  มันสำปะหลัง  ได้แก่   พันธุ์เกษตรศาสตร์  ๕๐ , ระยอง ๙๐,ระยอง ๗๒ , ห้วยบง  ๖๐

–  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ได้แก่  พันธุ์การค้าของเอกชน

–  หม่อน   ได้แก่  บร.๖๐ , นม.๖๐  ,  หม่อนน้อย, หม่อนไผ่

พันธุ์สัตว์

–  โคเนื้อ   ได้แก่  พื้นเมือง

–  สุกร   ได้แก่   ลาจไวท์ , ดูรอคเจอร์ซี่

การใช้ที่ดิน

พื้นที่ทั้งหมดของตำบล     ๕๘,๔๗๔  ไร่

– พื้นที่ป่าไม้                                   ๕๑,๗๙๐  ไร่

– พื้นที่ถือครองทางการเกษตร                  ๕,๙๙๓  ไร่

– พื้นที่ทำไร่                ๔,๐๐๑  ไร่

– พื้นที่ทำนา               ๑,๑๙๙  ไร่

– พื้นที่ไม้ผลไม้ยืนต้น         ๕๗๓  ไร่

– พื้นที่เลี้ยงสัตว์               ๑๘๐  ไร่

– พื้นที่ประมงเพาะเลี้ยง        ๔๐  ไร่

– พื้นที่อยู่อาศัย                                     ๒๖๕  ไร่

– พื้นที่สาธารณะ                                       ๘  ไร่

– พื้นที่อื่นๆ                                         ๔๑๘  ไร่

๑.ระบบการผลิตพืช

๑.  การทำนา    มี   ๒  วิธี  คือ

๑.๑   การหว่าน     เกษตรกรจะหว่านข้าว    เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแรงงานและฝนทิ้งช่วง     ปัจจุบันจะทำนาหว่าน  ๖๐%    ในปีฝนดีและปกติ    ถ้าแล้งวิธีการไถดะทิ้งไว้    ๗ – ๑๐  วัน   แล้วไถแปรหว่านข้าวแห้ง     แล้วคราดกลบ   ช่วงเดือนกรกฎาคม  – กลางเดือนสิงหาคม    ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว ๑๐ – ๑๕  กก.  ไร่

๑.๒   การปักดำ      เกษตรกรจะตกกล้าโดยคัดเลือกพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่ใกล้แหล่งน้ำสามารถควบคุมน้ำได้ดี     อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์  ๕ – ๑๐  กก. / ไร่    อายุกล้าได้  ๒๕ – ๓๐  วัน   จะถอนไปปักดำระยะ  ๑๕ – ๒๕  เซนติเมตร

–  การดูแลรักษา   ปกติหลังปักดำ   ๑๐ – ๑๕  วัน   เกษตรกรจะเริ่มใส่ปุ๋ย

ครั้งที่  ๑  สูตร   ๑๖ – ๑๖ – ๘  อัตรา  ๒๐ – ๒๕  กก. ไร่

ครั้งที่   ๒  ระยะข้าวตั้งท้อง สูตร   ๔๖–๐–๐  หรือ ๒๑–๐–๐  อัตรา   ๕–๑๐  กก. / ไร่

–  การป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว    ในพื้นที่ตำบลโนนรัง   ไม่พบโรคและแมลงศัตรูข้าวระบาดรุนแรง     จะพบบ้างเล็กน้อย     การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดมีแนวโน้มลดลงมาก    เพราะกรมส่งเสริมการเกษตรได้มีมาตรการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ระบบนิเวศน์ในนาข้าวตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร   ตั้งแต่ปี  ๒๕๔๓   เป็นต้นมา

–  การเก็บเกี่ยว    จาก  ๓  ปี   ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรใช้คนเกี่ยวและใช้เครื่องนวด  ๙๘%    เนื่องจากขาดแรงงาน    สะดวกรวดเร็วซึ่งเป็นการลดขั้นตอน

–   การจำหน่าย    เกษตรกรจะนำข้าวเปลือกไปขายให้กับพ่อค้าที่อำเภอนาแห้ว    และอำเภอด่านซ้าย   จังหวัดเลย      และบางส่วนเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน

–   หลังเก็บเกี่ยว     เกษตรกรส่วนใหญ่จะปล่อยให้เป็นอาหารของวัว จนถึงฤดูกาลทำนาอีกครั้ง

๒.  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพดในช่วงฤดูฝน  ประมาณเดือนเมษายน ถึง กรกฎาคม  และบางรายอาจปลูกในช่วงฤดูแล้งหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี

การปลูก            ไถด้วยผาลสาม ๑ ครั้ง  และหยอดเมล็ดข้าวโพด ๑-๒ เมล็ด/หลุม  ระยะระหว่างต้น ๒๐-๒๕  เซนติเมตร  ระยะระหว่างแถว ๖๕-๗๕  เซนติเมตร

การดูและรักษา ใส่ปุ๋ยสูตร  ๑๕-๑๕-๑๕  รองก้นหลุม  อัตรา  ๕๐ กิโลกรัม/ไร่  และ ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕  ร่วมกับ ๔๖-๐-๐  เมื่ออายุข้าวโพดได้ ๓๐ วัน  อัตรา  ๑๑  กิโลกรัม/ไร่

การเก็บเกี่ยว  ส่วนใหญ่เก็บช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม  โดยการปอกเปลือกแล้วหักใส่ตะกร้า  หรือกระสอบป่าน  จากนั้นนำไปเก็บในยุ้งฉางที่เป็นโรงเรือนโปร่ง ผลผลิตประมาณ ๘๐๐-๑,๐๐๐  กิโลกรัม/ไร่

 

๓.  มันสำปะหลัง

เกษตรกรจะทำการปลูกมันสำปะหลัง   เดือนเมษายนและพฤษภาคม  อายุเก็บเกี่ยวประมาณ  ๘ – ๑๒  เดือน    ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาหัวมันสดและความจำเป็นในการใช้เงินของเกษตรกร

การปลูก    เกษตรกรจะทำการปลูกโดยวิธีตั้งตรง   ระหว่างต้นแถวห่างกัน  ๑   เมตร    ท่อนพันธุ์ยาวประมาณ  ๒๐ – ๒๕  ซม.

การดูแลรักษา     เกษตรกรจะทำรุ่นกำจัดวัชพืช  ๒   ครั้ง   ถ้าปลูกปลายฝนจะทำรุ่นครั้งเดียว

การใส่ปุ๋ย      เกษตรกรจะใส่ปุ๋ยสูตร   ๑๕ – ๑๕ – ๑๕  ในอัตรา  ๒๕ – ๕๐  กก. / ไร่   เกษตรกรจะใส่ในช่วงของการทำรุ่นเท่านั้น     ปุ๋ยคอกเกษตรกรจะใส่ปุ๋ยคอกพร้อมกับการเตรียมดินก่อนการปลูกอัตราการใช้ปุ๋ยคอก  ๑,๐๐๐  กก. / ไร่

การเก็บเกี่ยว     ส่วนใหญ่เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวในช่วงหน้าแล้ง     เพราะจะให้เปอร์เซ็นต์แป้งมันสูงผลผลิตเฉลี่ยประมาณ  ๓,๒๐๐  กก. / ไร่

การจำหน่าย     เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวไปขายเป็นหัวมันสดที่โรงงานในอำเภอท่าลี   ซึ่งอยู่ห่างจากตำบลประมาณ  ๘๐  กิโลเมตร

๔.  หม่อน

การปลูกหม่อนของเกษตรกรในเขตตำบลนาแห้ว    เพื่อเลี้ยงไหม  พื้นที่ปลูกหม่อนจะกระจายอยู่ทั่วไป         เกษตรกรจะเริ่มปลูกหม่อนในเดือนพฤษภาคม   เป็นต้นไป   พื้นที่ปลูกหม่อนจะปลูกตามหัวไร่ปลายนาและบริเวณหลังบ้าน

การเตรียมดิน    ไถ   ๒   ครั้ง   แล้วขุดเป็นร่องรองก้นหลุมด้วยฟางข้าว  ,  ใบไม้แห้ง , ปุ๋ยคอก  ,  ปุ๋ยหมัก    แล้วกลบดิน

การเตรียมพันธุ์     มีพันธุ์ที่ปลูกได้แก่   บร.๖๐  ,  นม.  ๖๐  , หม่อนน้อย ,  หม่อนไผ่

การปลูก     เตรียมท่อนพันธุ์หลังซื้อจากแหล่งพันธุ์    โดยตัดท่อนพันธุ์  ยาว   ๒๕ – ๓๐  ซม.   ระยะปลูก   ๗๕x๑.๒ – ๑.๕   เมตร   แบบตั้งตรงและแบบเอียง   ๔๕  องศา    ใช้ท่อนพันธุ์หลุมละ  ๒  ท่อน

การดูแลรักษา    มีการทำรุ่น  ใช้ปุ๋ยคอก   ใช้ปุ๋ยเคมีในอัตรา   ๒๕ – ๕๐  กก.   ซึ่งบางรายก็ไม่ใช้    มีการตัดแต่งกิ่งปีละ  ๑ – ๒  ครั้ง   คือตัดต่ำเดือนพฤษภาคมและมีการตัดกลางเดือนกันยายน    แต่ส่วนใหญ่ตัดปีละ   ๑   ครั้ง

การเก็บเกี่ยว     เก็บเกี่ยวเมื่อหม่อนมีอายุ   ๒   เดือนขึ้นไป    เก็บเกี่ยวปีละ   ๔ – ๕   ครั้ง    เกษตรกรส่วนใหญ่จะนำไปเลี้ยงไหมปีละ   ๔ – ๖   รุ่น   เป็นพันธ์ไหมไทย    เลี้ยงเพื่อทอผ้าไว้ใช้ในครอบครัว   และเป็นเส้นไหมดิบ    ผลผลิตใบหม่อนเฉลี่ย  ๑,๐๐๐  กก. / ไร่ / ปี

๕.ยางพารา

การเตรียมดิน  กำจัดวัชพืช  และไถดิน อย่างน้อย  ๒ ครั้ง  บำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก  ระยะปลูก ๓x๗ เมตร  จะใช้ต้นยาง  ๗๖  ต้น

การเตรียมพันธุ์  พันธุ์ที่ใช้ส่วนใหญ่  คือ RRIM ๖๐๐  และ  พันธุ์สถาบันวิจัยยาง ๒๕๑

การปลูก  ช่วงเดือนมีนาคมถืงต้นเมษายน  ขุดหลุมปลูกขนาด ๕๐x๕๐x๕๐  เซนติเมตร  ใช้ปุ๋ยหินฟอสเฟตรองก้นหลุม ๑๗๐  กรัม  ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ๓-๕ กิโลกรัม

การดูแลรักษา  ใส่ปุ๋ยอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง  สูตรปุ๋ยยางเล็ก  ๒๐-๑๐-๑๒ หรือ ๑๖-๘-๘ หรือ  ๒๕-๗-๗  และสูตรปุ๋ยยางโต ๓๐-๕-๑๘  หรือ  ๑๕-๗-๑๘

ปฏิทินการทำงานด้านการเกษตร

 

กิจกรรม ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. หมายเหตุ
การปลูกข้าวนาปี 

เก็บเกี่ยวข้าวนาปี

 

การปลูกข้าวไร่

 

เก็บเกี่ยวข้าวไร่

 

การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

เก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

การปลูกยางพารา

 

เก็บเกี่ยวยางพารา

 

๒.  ระบบการผลิตสัตว์

สำหรับการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรตำบลนาแห้ว   เลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน   เช่น   กระบือ เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคและเป็นรายได้เสริมในครัวเรือน   ได้แก่  โค  เป็ด   ไก่  สุกร   เป็นต้น    โดยเฉพาะโคเนื้อ     เกษตรกรมีแนวโน้มการเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น    เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายได้ผลตอบแทนสูง    ส่วนกระบือเกษตรกรมีแนวโน้มการเลี้ยงลดลง    เพราะได้มีการใช้เครื่องมือทุ่นแรงเข้ามาช่วย  ทำเลเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรส่วนใหญ่    ได้แก่    ที่สาธารณะต่าง   ๆ   ของหมู่บ้านและตามหัวไร่ปลายนาของ

๓.ทรัพยากรและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

– ลำน้ำเหือง

– ลำน้ำหู

– ลำน้ำเภา

– ลำน้ำผุก

– ลำน้ำห้วยศอก

– น้ำตกธารสวรรค์

– ผาชมจันทร์

.๓ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

๑.  การประกอบอาชีพ   ทำนา  ทำไร่  (มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)  ปลูกหม่อน  และเลี้ยงสัตว์

๒.  ครัวเรือนเกษตร     ร้อยละ   ๖๕  ของครัวเรือนทั้งหมด

๓.  พื้นที่ทำการเกษตร    เฉลี่ย   ๒๔  ไร่  ต่อครัวเรือน

๔.  แรงงานภาคเกษตร   เฉลี่ย  ๔  คนต่อครัวเรือน

๕.  รายได้    ผ่านเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  ปี  ๒๕๕๔  โดยร้อยละ  ๙๙.๓๐  ของครัวเรือนทั้งหมด   มีคนในครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่  ๕๘,๑๓๓.๕๐  บาทต่อคนต่อปี

๖.  ลักษณะการถือครองที่ดิน    เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง   ประมาณร้อยละ  ๙๕  ของครัวเรือนเกษตร

๗.  ผลผลิตเฉลี่ย    ข้าวนาปี   ๗๐๐  กิโลกรัมต่อไร่    มันสำปะหลัง   ๓,๐๐๐  กิโลกรัมต่อไร่  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๘๐๐  กิโลกรัมต่อไร่   และหม่อน ๑,๐๐๐  กิโลกรัมต่อไร่

๘.   เครื่องมือการเกษตร   เกษตรกรใช้แรงงานเครื่องจักรที่เป็นของตนเองหรือจ้างเครื่องจักรแทนแรงงานคนและแรงงานสัตว์   เนื่องจากประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายและทันต่อฤดูกาล   ได้แก่    รถไถขนาดใหญ่     รถไถเดินตาม   รถบรรทุก    เครื่องสูบน้ำ    เครื่องพ่นยา   รถนวดข้าว  และโรงสีข้าว  เป็นต้น

.   การรวมกลุ่มเกษตรกร

การรวมกลุ่มเกษตรกร   ตำบลนาแห้ว  พอสรุปได้ดังนี้

๑.   กลุ่มส่งเสริมอาชีพ  ได้แก่

–   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีประจำตำบลนาแห้ว    ๑   แห่ง

–  กลุ่มเกษตรกร                    จำนวน ๑  กลุ่ม

กลุ่มส่งเสริมอาชีพ                จำนวน  ๑  กลุ่ม

–  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร            จำนวน  ๘  กลุ่ม

–  กลุ่มวิสาหกิจชุมชน              จำนวน  ๙  กลุ่ม

–  กลุ่มยุวเกษตรกร                 จำนวน  ๒  กลุ่ม

๓.  การระดมทุน

การระดมทุนหมุนเวียนของแต่ละกลุ่มกิจกรรม   แบ่งออกเป็น  ๒  รูปแบบ   คือ

๑.  เงินทุนในชุมชน     เป็นเงินทุนที่มาจากการระดมทุนจากสมาชิกในชุมชน    เพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ   โดยร่วมทุนในลักษณะการซื้อหุ้น      เมื่อกิจการมีรายได้ขึ้นก็มีการจัดสรรเงินปันผลหรือนำรายได้ไปขยายกิจกรรมหรือจัดสรรไปใช้ในการพัฒนาชุมชน

๒.  เงินทุนจากภายนอก     เป็นเงินทุนที่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐบาลและเอกชน   เช่น   เทศบาลตำบล     สำนักงานเกษตรอำเภอ    งบกระตุ้นเศรษฐกิจ    เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพของตนในชุมชน

๔.  แหล่งสินเชื่อเพื่อการเกษตร

–  กู้จาก  ธกส. / สหกรณ์การเกษตร

–  กู้จาก  ธนาคารพาณิชย์   /  กองทุนภายในหมู่บ้าน

–  กู้จากญาติและของตนเอง

๕.  ข้อมูลการตลาด  (วิถีการตลาด / แหล่งรับซื้อผลผลิต)

–   ข้อมูลการตลาด   เกษตรกรได้รับข้อมูลข่าวสาร     โดยผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ,  หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน , วิทยุ , โทรทัศน์

–  วิถีการตลาด     แหล่งรับซื้อผลผลิตและการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรในตำบลโนนรัง    มีดังนี้

๑.   ด้านพืช

–  มันสำปะหลัง  นำไปขายให้พ่อค้าที่อำเภอท่าลี

–  ข้าว  ส่วนหนึ่งเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน   อีกส่วนหนึ่งมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อที่หมู่บ้าน , ขายให้พ่อค้าในตัวอำเภอนาแห้ว และอำเภอด่านซ้าย

–  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  สีเป็นเมล็ดแล้วขายให้พ่อค้าคนกลางที่มารับซื้อในหมู่บ้าน

๒.  ด้านสัตว์

–  โคเนื้อ  จะมีพ่อค้ามารับซื้อในหมู่บ้านและตำบล

–  สัตว์ปีก จะมีการจำหน่ายในหมู่บ้านและตำบล

๖.ภาวะหนี้สิน

ผลสำรวจความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)  ปี  ๒๕๕๔  โดยร้อยละ  ๙๙.๓๐  ของครัวเรือนทั้งหมด   มีคนในครัวเรือนมีหนี้สินเฉลี่ย  ๕,๕๘๕.๐๑  บาทต่อคนต่อปี

 

๒.๔    ข้อมูลด้านสังคม

.  จำนวนประชากรและครัวเรือน

ตำบลนาแห้วมีประชากรทั้งสิ้น  ๒,๐๖๖  คน แยกเป็นชาย  ๑,๐๕๑  คน  หญิง  ๙๕๕  คน  จำนวนครัวเรือนทั้งตำบลมีประมาณ ๗๕๕  ครัวเรือน  คน

ตารางที่ ๒.๑  แสดงจำนวนประชากรจำแนกตามหมู่บ้าน

หมู่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร (คน) จำนวนครัวเรือน จำนวนครัวเรือนเกษตรกร กำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน
ชาย หญิง รวม
บ้านนาแห้วเก่า ๑๓๔ ๑๑๑ ๒๔๕ ๗๑ ๕๒ นายทองคูณ  ยาบูฮา
บ้านนาโพธิ์ ๑๘๘ ๑๗๓ ๓๖๑ ๑๐๘ ๙๖ นายสังรวม  จันทะคุณ
บ้านเหมืองแพร่ ๒๐๘ ๑๙๓ ๔๐๑ ๑๔๓ ๘๑ นายทองเพชร  ชัยชนะ
บ้านโป่งกูด ๑๒๒ ๙๕ ๒๑๗ ๖๐ ๕๒ นายระเบียบ  จันดาหาร
บ้านนาแห้วใหม่ ๒๓๖ ๒๒๐ ๔๕๖ ๒๘๘ ๙๔ นายทวี  จันทะคุณ
บ้านบุ่ง ๑๑๕ ๑๒๖ ๒๔๑ ๕๓ ๔๗ นายทรงศักดิ์  จันสารี
บ้านห้วยนาสี ๔๘ ๓๗ ๘๕ ๓๒ ๒๐ นายสุรชัย  จันทะคุณ
  รวม ๑,๐๕๑ ๙๕๕ ๒,๐๐๖ ๗๕๕ ๔๔๒  

ที่มา:  ข้อมูลทะเบียนราษฎรสำนักทะเบียนอำเภอนาแห้ว  ข้อมูล  ณ   เดือน ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๓

๒.  พื้นที่ / สภาพการถือครอง

– พื้นที่ถือครองทางการเกษตร                  ๕,๙๙๓  ไร่

– พื้นที่ทำไร่                  ๔,๐๐๑  ไร่

– พื้นที่ทำนา                 ๑,๑๙๙  ไร่

– พื้นที่ไม้ผลไม้ยืนต้น           ๕๗๓  ไร่

– พื้นที่เลี้ยงสัตว์                 ๑๘๐  ไร่

– พื้นที่ประมงเพาะเลี้ยง          ๔๐  ไร่

๓.  ประวัติความเป็นมา / รูปแบบการตั้งถิ่นฐานของสมาชิกในชุมชน

ตำบลนาแห้ว  เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แต่เนื่องจากสภาพถนนหนทางมีความทุรกันดาร ทำให้การคมนาคมเป็นไปด้วยความยากลำบาก การติดต่อกับทางราชการหรืออำเภอก็ไม่สะดวก ต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวัน เมื่อเกิดการเจ็บป่วยกะทันหันก็ไม่สามารถนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน จึงได้มีการแยกออกจากอำเภอด่านซ้าย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนาแห้ว โดยมีนายเผดิม สุขเสริม เป็นปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอนาแห้วเป็นคนแรก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ก็ได้ขยับฐานะเป็นอำเภอนาแห้ว โดยมี ร.ต.เกรียงไกร เศรษฐสุวรรณ เป็นนายอำเภอคนแรก อำเภอนาแห้วอยู่ห่างจากจังหวัดเลย ๑๑๕ กิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น   ๗   หมู่บ้าน   ดังนี้

๑. บ้านนาแห้วเก่า         หมู่ที่  ๑  มี  นายทองคูณ  ยาบูฮา เป็นผู้ใหญ่บ้าน

๒. บ้านนาโพธิ์             หมู่ที่  ๒  มี  นายสังรวม  จันทะคุณเป็นผู้ใหญ่บ้าน

๓. บ้านเหมืองแพร่         หมู่ที่  ๓  มี  นายทองเพชร  ชัยชนะเป็นกำนัน

๔. บ้านโป่งกูด             หมู่ที่  ๔  มี  นายระเบียบ  จันดาหารเป็นผู้ใหญ่บ้าน

๕. บ้านนาแห้วใหม่        หมู่ที่  ๕  มี  นายทวี  จันทะคุณเป็นผู้ใหญ่บ้าน

๖. บ้านบุ่ง                 หมู่ที่  ๖  มี  นายทรงศักดิ์  จันสารีเป็นผู้ใหญ่บ้าน

๗. บ้านห้วยนาสี           หมู่ที่  ๗   มี นายสุรชัย  จันทะคุณ          เป็นผู้ใหญ่บ้าน

๔.  ขนบธรรมเนียมประเพณี / พิธีกรรม

ประชาชนในตำบลนาแห้ว    มีความเชื่อถือและยึดมั่นในขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง   ๆ   ตามโบราณอย่างต่อเนื่อง    เช่น   วันสงกรานต์   วันลอยกระทง  แห่บั้งไฟ    วันเข้าพรรษา      วันออกพรรษา    กฐิน   ผ้าป่า    แห่นางแมว      ตลอดจนการโกนผมไฟและทำบุญกลางบ้าน

๕.  ศาสนา / สิ่งยึดเหนี่ยว / ข้อห้ามต่าง  ๆ

ประชาชนส่วนใหญ่   ๙๙%     นับถือศาสนาพุทธ      โดยมีวัดเป็นจุดศูนย์กลางตาม

หมู่บ้านต่าง  ๆ   มีสำนักสงฆ์

๖.  การศึกษา

ประชาชนในตำบลนาแห้ว   ๙๐%    ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นประถมปีที่  ๔   โดยมีโรงเรียนในเขตพื้นที่ ๓ โรงเรียน   ดังนี้

  • โรงเรียนนาแห้ววิทยา
  • โรงเรียนบ้านนาแห้ว
  • โรงเรียนบ้านเหมืองแพร่

–  ศูนย์ กศน.  จำนวน    ๒    แห่ง     คือ   กศน.อำเภอนาแห้ว และ กศน.ตำบลนาแห้ว

–  ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน    จำนวน         ๑๓  แห่ง

–  ศูนย์กีฬาตำบล                  จำนวน          ๑            แห่ง

๗.  ผู้นำ / กลุ่มตามธรรมชาติ

–  ผู้นำที่เป็นทางการ     ได้แก่    ผู้ใหญ่บ้าน    กำนัน    ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน    สมาชิก  อบต.    แพทย์   ประจำตำบล

–  ผู้นำไม่เป็นทางการ    ได้แก่  ผู้แทนเกษตรกรระดับดับหมู่บ้าน/ตำบล   อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน    อสม.   กรรมการหมู่บ้าน   ประธานกลุ่มอาชีพ   พระสงฆ์

๘.  องค์กรในชุมชน

องค์กรในชุมชนของตำบลนาแห้ว  จะอยู่ในรูปกลุ่มต่าง ๆ   ตามที่ทางราชการเข้ามาสนับสนุน  ในพื้นที่ได้แก่     กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน     กลุ่มเยาวชน     กลุ่มส่งเสริมอาชีพ    กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร    กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต   กลุ่มอาสาป้องกันฝ่ายพลเรือน  อสม.

๙.  กองทุน

กองทุนต่าง  ๆ   ในตำบลนาแห้ว    ที่ให้ประชาชนในชุมชนใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ     ดังนี้

–  กองทุนหมู่บ้าน

–  กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน

–  กองทุนกลุ่มส่งเสริมอาชีพ

–  กองทุนโครงการศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน

–  กองทุนศูนย์สงเคราะห์ราษฎรประจำหมู่บ้าน

–  กองทุนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

๑๐.  ภูมิปัญญา

๑.  การกำจัดหอยเชอรี่     โดยการใช้แกลบหว่านตามแปลงนาข้าวที่มีหอยเชอรี่   ระบาดจะช่วยชะลอการทำลายข้าวลงได้

๒.  ยากันยุง    ใช้เปลือกส้ม   นำมาตากแดดให้แห้งจึงนำมาจุดไฟแทนยากันยุง

๓.  ยาแก้ท้องอืดในโค – กระบือ     ใช้น้ำมันพืชกรอกปากให้สัตว์กิน   หรือใช้ไพลมาบดให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำมันพืชกรอกให้สัตว์กิน

๔.  การป้องกันไรในไก่    ใช้ใบกระเพาแห้งโรยบริเวรคอกไก่หรือรังไข่หรือใช้ใบตะไคร้ตากแห้งแล้วเอามารองรับที่รังไข่ป้องกันไรได้

๕.  ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ปีก     ใช้บรเพ็ด    หรือชะอม    ทุบแช่น้ำให้เป็ด   ไก่กิน    นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมตลอดจนการทอเสื่อ      เพื่อใช้ในครอบครัวและจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมอีกด้วย

 บทที่  ๓

สถานการณ์ชุมชน

๑.  จุดแข็ง

๑. เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และถั่วลิสง

๒.เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและสุมนไพร

๓.เกษตรกรมีความรู้ความชำนาญในการเลี้ยงสัตว์ โค-กระบือ

๔.มีห้วยและลำน้ำ  ๒ สายไหลผ่านตลอดปี

๕. การปกครองเป็นเทศบาลตำบล

๒.จุดอ่อน

๑.ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและลาดเทสูงทำให้เกิดการชะล้างพังทะลายของดิน

๒.พื้นที่ทำการเกษตรไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นพื้นที่มรความลาดชันสูงมีพื้นที่ราบเป็นส่วนน้อย

๓.เกษตรกรขาดแคลนเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม

๔.เกษตรกรมีต้นทุนการผลผลิตสูง  เช่น  ค่าปุ๋ยเคมี,ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง,สารเคมีกำจัดวัชพืช

๕.เส้นทางการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกเนื่องจากทางคดเคี้ยวเป็นภูเขาสูงชันทำให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น

๓.โอกาส

๑.ผลผลิตการเกษตร ได้แก่  ไหม,ถั่วลิสง,ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์,โค-กระบือ และสุมนไพรซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน

๒.มีพื้นที่ปลูกยางพาราที่พร้อมเปิดกรีดในปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

๔.อุปสรรค

ความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง  เช่น น้ำไหลบ่า,หน้าดินไหลเลื่อนทับถมที่สายต่ำ,และไฟป่า

ปัญหา

          ๑. ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ (ดินเสื่อมคุณภาพ) เนื่องจากการชะล้างหน้าดินสูง

๒. ระบบชลประทานยังไม่ทั่วถึง และการทำการเกษตรยังต้องอาศัยน้ำฝน

๓. ปัจจัยการผลิตการเกษตรมีราคาสูง เช่น น้ำมัน ,ปุ๋ยเคมี,พันธุ์พืช,พันธุ์สัตว์,สานเคมีกำจัดวัชพืช

๔. ผลผลิตเฉลี่ยที่ต่ำ

๕. การคมนาคมไม่สะดวก

๖. ขาดความรู้และเทคโนโลยีในการกรีดยางและการทำยางแผ่น

๗.เกษตรกรไม่กระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตพืชและสัตว์จากแบบเดิมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

วิธีดำเนินการ

          ๑. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยพืชสด  ปุ๋ยหมัก  ปุ๋ยอินทรีย์ และไถกลบตอซัง

๒.ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพิ่มคุณภาพผลผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน

๓.ส่งเสริมการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์

๔. ส่งเสริมการใช้พันธุ์ดีมีคุณภาพเพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูง

๕.จัดฝึกอบรบการกรีดยางและการทำยางแผ่นให้แก่เกษตรกรที่มียางพร้อมกรีด ในปี ๒๕๕๔ – ๒๕๕๕

เป้าหมายการดำเนินงาน

          การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

– ปรับปรุงบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมัก,การไถกลบเศษพืช,และทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในตำบลพื้นที่การเกษตรประมาณ  ๖,๑๙๑ ไร่

– อบรมสาธิตการทำปุ๋ยหมัก,การปิดกลบเศษพืช,และทำน้ำหมักชีวภาพทุกหมู่บ้าน  จำนวน  ๗  หมู่บ้าน

– อบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินทุกหมู่บ้าน  จำนวน  ๗  หมู่บ้าน

-อบรมให้ความรู้เรื่องการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งเพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว์

          การพัฒนาปรับปรุงการผลิต

– ส่งเสริมให้มีการใช้พันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงต้านทานโรคแมลงและทนต่อสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น

-ส่งเสริมให้ใช้พันธุ์สัตว์ที่โตเร็วเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่นและเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ

           การพัฒนาอาชีพเสริม

-อบรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการแปรรูปและการบรรจุภัณฑ์ผลผลิตทั้งพืชและสัตว์ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค

          -อบรมถ่ายทอดความรู้และฝึกปฏิบัติการกรีดยางและการทำยางแผ่นคุณภาพ

 บทที่  ๔

การสังเคราะห์ข้อมูล

 ๑.   ประวัติการประกอบอาชีพของชุมชน

การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ของเกษตรกรตำบลนาแห้ว   ประกอบอาชีพทางการเกษตร  ซึ่งมีทั้งการผลิตพืช     ข้าว    มันสำปะหลัง    อ้อยโรงงาน     การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม    และการผลิตสัตว์    ได้แก่    สัตว์ปีก    โคเนื้อ   โคนม    เป็นต้น     ซึ่งต้องอาศัยพึ่งธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักมีสภาวะแวดล้อมไม่ปกติ    การจะเพิ่มหรือเร่งผลผลิตให้มีการเจริญเติบโตมากขึ้นหรือให้ได้ตามเกณฑ์ที่ผู้รับซื้อกำหนดและเพื่อให้ทันต่อช่วงที่มีการเปิดตลาดรับซื้อก็จำเป็นต้องเพิ่มวัตถุดิบ    หรือต้นทุนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต    จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดเงินทุน    เพื่อใช้ในการลงทุนปลูกพืชในแต่ละปีเกษตรกรจะประสบปัญหาราคารับซื้อไม่แน่นอนต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อความไม่คุ้มทุน     ตลอดจนการรวมกลุ่มอาชีพในเขตพื้นที่ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี    ผลผลิตที่กลุ่มทำออกขายสู่ท้องตลาดไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางหรือขาดการส่งเสริมด้านการตลาดในอาชีพแต่ละด้านจึงเกิดความไม่มั่นคงถาวรของกลุ่ม    เกษตรกรส่วนใหญ่ได้กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้มาลงทุนโดยผิตวัตถุประสงค์   จึงเกิดปัญหามีหนี้สินค้างคาตลอดทุกปี

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรขึ้น โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นการจัดการแรงงานในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังลดปัญหาการเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ

๒.   ลักษณะการผลิต เทคนิค การผลิต  ระบบ

ตามลักษณะการผลิตที่ผ่านมา    เพื่อเปรียบเทียบกับการผลิตในปัจจุบันการผลิตได้เปลี่ยนแปลงขึ้นเป็นลำดับ   พอสรุปได้ดังนี้

๑.  มีการผลิตพืชและสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันและเกื้อกูล    ซึ่งกันและกันตามแบบเกษตรผสมผสาน

๒.  มีการใช้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์    พันธุ์ดี    ที่ทางการส่งเสริมและตลาดมีความต้องการสูงและให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงแทนการใช้พันธุ์พื้นเมือง

๓.  มีการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตมากขึ้น

๔.  มีการผลิตพืชและสัตว์ในลักษณะครบวงจรมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน

๕.  มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคาหรือ    เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนหรือผลผลิตไม่มีออกสู่ตลาด

๓.  ปัจจัย / เงื่อนไขในการผลิต / ผลตอบแทนที่ได้

ปัจจัยการผลิต   ประกอบด้วยทรัพยากรที่ดิน     ทุน   แรงงาน    และการจัดการ  (ภูมิปัญญาท้องถิ่น)   ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา    เกษตรกรตำบลนาแห้ว  มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่และผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่าการลงทุน   ซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดเกี่ยวกับการผลิต   ดังนี้

๑.  ขาดที่ดินทำกินจำเป็นต้องเช่าผู้อื่น     ทำให้เกษตรกรไม่มีความคำนึงถึงเรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน    ทำให้ดินเสื่อมโทรม

๒.  เกษตรกรขาดพันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    และไม่การปรับปรุงบำรุงพันธุ์    มีการใช้พันธุ์เดิมติดต่อกันหลายปี   เช่น   ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว   ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่อไร่ต่ำ    คุณภาพข้าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาด    ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน

๓.  มีการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกมากขึ้น   เช่น   การใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช     มีการจ้างแรงงานดานการเกษตรจากภายนอกและการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาทดแทนแรงงานจากสัตว์    ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง

๔.  ทุนในการดำเนินการผลิต    มีอยู่อย่างจำกัด    ต้องกู้เงินจาก   ธกส.  สหกรณ์   เป็นส่วนใหญ่และเกษตรกรบางรายต้องกู้เงินจากภาคเอกชนในการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร   ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินมาก

๕.  ขาดการรวมกลุ่มผู้ผลิตทำให้ขาดอำนาจในการต่อรองทางด้านราคา

๔.  กลยุทธ์ทางเลือก

๑.  แผนการผลิต   เป็นผลิถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกรในชุมชนตำบลนาแห้ว   เช่น   ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้พันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    การป้องกันกำจัดศัตรูพืช    , การแปรรูป   และการรณรงค์ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด

๒.  แผนธุรกิจชุมชน

–   ส่งเสริมให้มีการประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีงานทำตลอดปี

–  ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มอาชีพและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

–  ส่งเสริมให้มีออมในกลุ่มอาชีพ

–  สร้างความตระหนักให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง    สามารถพึ่งพาตนเองได้   โดยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก    มุ่งเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น

๓.  แผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

–  ให้เกษตรกรในชุมชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่อยู่ในชุมชน

–  ส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์   ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน

–  ส่งเสริมการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีการผสมผสาน

บทที่  ๕

แนวทางการพัฒนาชุมชน

ปัญหาและแนวทางการพัฒนาตำบล

ปัญหา สาเหตุ แนวทางแก้ไข โครงการ
๑. สารตกค้างในผลผลิตการเกษตร - เกษตรกรขาดความรู้ในการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดวัชพืช,โรคแมลงศัตรูพืช -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สารเคมีการเกษตรให้ถูกวิธีแก่เกษตร -โครงการผลิตพืชปลอดภัยและได้มาตรฐาน(GAP)
๒. เกษตรกรขาดความรู้และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูป - ขาดเงินทุน- ขาดความรู้ศิลปะการออกแบบวัสดุบรรจุภัณฑ์  - แนะนำให้คำปรึกษาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาครัฐและเอกชน- สนับสนุนเงินทุนแก่กลุ่มผลิตสินค้าแปรรูป- อบรม สาธิตการออกแบบบรรจุวัสดุที่ใช้บรรจุสินค้า -โครงการสนับสนุนพัฒนากลุ่มและบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูป
๓. ราคาผลผลิตการเกษตร(พืชไร่) ตกต่ำ - มีพื้นที่ปลูกมากจนทำให้ผลผลิตล้นตลาด-ผลผลิตไม่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาด - แนะนำทางเลือกให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นที่มีรายได้สูงทดแทนพืชเดิม- อบรมให้ความรู้การผลิตพืชให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน (GAP) - โครงการปลูกยางพารา- โครงการปลูกชา
๔. ดินเสื่อมโทรม  - เกษตรทำการเกษตรติคต่อกันในพี้นที่เดิมเป็นเวลาหลายปีไม่มี่การพักดิน- การไถพรวนไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดการชะล้างหน้าดิน- ไม่มีการใช้อินทรียวัตถุปรับปรุงดิน

– การใช้ปุ๋ยเคมี ในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง

– การใช้สารเคมีการเกษตรที่ไม่ถูกต้อง

- อบรมให้ความรู้เรื่องการเขตกรรมและการปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ 

 

 

-โครงการสนับสนุนผลิตปุ๋ยชีวภาพ 

 

 

๕.เกษตรกรขาดความรู้ด้านการกรีดยางและทำยางแผ่น -พื้นที่อำเภอนาแห้วเป็นพื้นที่ปลูกยางพาราแห่งใหม่  ยังไม่เคยเปิดกรีดยางทำให้เกษตรกรขาดความรู้และประสบการณ์ - อบรมให้ความรู้เรื่องการกรีดยางและการทำยางผ่าน - โครงการอบรมการกรีดยางและการทำยางแผ่น

แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

โครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการ งบประมาณ
๑.โครงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร -เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯในการพิจารณาการส่งเสริมเกษตรในตำบล - ๑๖ คน ประชุมกรรมการศูนย์ฯเดือนละ ๑ ครั้ง รวม ๑๒ ครั้ง ๑๖,๘๐๐-
๒.โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี -เพื่อให้เกษตรกรได้ข้าวที่มีคุณภาพดีไว้บริโภคและจำหน่าย-เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรในการดูแลรักษาข้าว-เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีปลูกและไว้เพื่อขยายพันธุ์ต่อไป

 

-ม.๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗ต.นาแห้ว -อบรมให้ความรู้เรื่องการผลผลิตปลอดภัยได้มาตรฐานสนับสนุนอุปกรณ์ ๔๔,๐๐๐-

แผนส่งเสริมการเกษตร

โครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการ งบประมาณ
๑.โครงการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร -เพื่อเป็นข้อมูลกลางและเป็นตำบลที่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วนและทันสมัย-เป็นการจัดทำข้อมูลแบบบูรณาการ -ม.๑-๗ ต.นาแห้ว -อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลทุกครัวเรือน ๒๑,๑๑๐
๒.ส่งเสริมการปลูกชา -เพื่อส่งเสริมเกษตรกรประกอบอาชีพที่ยั่งยืน-ช่วยยกระดับรายได้เกษตรกร -ม.๑ ต.นาแห้ว -อบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกชา-สนับสนุนปัจจัยการผลิต ๑๕๒,๕๐๐-

แผนงานพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

โครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการ งบประมาณ
๑.โครงการ อบรมการปลูกพืชในพื้นที่ลาดชัน - เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในการทำการเกษตรในพื้นที่ลาดชัน- เพื่อฝึกปฏิบัติให้เกษตรกรใช้เครื่องมือวัดระดับน้ำอย่างง่าย (เขาควาย) ในพื้นที่เพาะปลูกจริง  - ม.๑-๗ ต.นาแห้วเกษตรกร  ๑๔ คน 

 

-จัดทำแผนอบรมงานโครงการ- ติดต่อประสานงานกับวิทยากรและสถานที่- ดำเนินการอบรม

-ติดตามและสรุปผลการดำเนินงาน

 

 

๘,๙๘๐-

 

๒.โครงการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง -เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้เรื่องการปลูกพืชปลอดภัย-เพื่อลดอันตรายจากการใช้สารเคมีการเกษตร -เกษตรกร ๒๐ ราย -อบรมให้ความรู้เรื่องการทำน้ำสกัดชีวภาพและการใข้สารขีวภัณฑ์เพื่อป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ๔๐,๐๐๐-

แผนงานลงทุน

โครงการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีการ งบประมาณ
๑. โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปลรูปผลผลิตทางการเกษตร  – เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน- เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย- เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าแปรรูป  – ม.๖ ต.นาแห้ว  – ประชุมชี้แจงโครงการ- ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ๓๑,๐๐๐.-

บทที่  ๖

โครงการและกิจกรรม

 

๑. โครงการการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร

หลักการและเหตูผล : การจัดทำข้อมูลการเกษตรมีหลายระบบทั้งที่เป็นเลขสถิติ และข้อมูลที่แสดงเป็นแผนที่เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการบริการให้ความช่วยเลือกเกษตรกร และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆซึ่งระบบการจัดเก็บจะใช้กระบวนการที่มีส่วนร่วมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลและชุมชนเป็นผู้จัดเก็บ และจัดทำข้อมูลระดับหมู่บ้าน/ตำบล ตลอดจนจัดทำทะเบียนเกษตรกรทุกครัวเรือนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความทันสมัย  ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และข้อมูลทะเบียนเกษตรในการปฏิบัติงานมากขึ้น เช่น ใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบข้อมูลของเกษตรกรในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนจากภาครัฐการออกหนังสือสำคัญหรือการออกหนังสือรับรองต่างๆให้เกษตรกร การจัดเก็บและการจัดทำข้อมูลจะต้องเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและชุมชนเป็นช่องทาง ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และเป็นที่ยอมรับของชุมชน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหว สภาวการณ์ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และการประมงตลอดจนการประกอบ  อาชีพของเกษตรกรในหมู่บ้าน/ตำบล

๒. เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางและเป็นข้อมูลตำบลที่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วนและทันสมัย

๓. เพื่อให้การจัดทำข้อมูลการเกษตรมีความถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถตรวจสอบได้

๔. เพื่อเป็นการจัดทำข้อมูลแบบบูรณาการ

เป้าหมาย :  ครัวเรือนเกษตรกรทุกครัวเรือนในเขตรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาแห้ว จำนวน ๖๘๕  ครัวเรือน

วิธีดำเนินการ

๑. ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรทุกหมู่บ้าน ถึงวัตถุประสงค์ของการ จัดเก็บข้อมูล  เกษตรกรรายครัวเรือน

๒. รับสมัครอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล,อาสาสมัครเกษตร,เกษตรหมู่บ้าน

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ในเรื่องแบบสอบถามวิธีการ สัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๔. ออกสัมภาษณ์ข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำอำเภอ   (เกษตรตำบล) เป็นที่ปรึกษา

๕. วิเคราะห์ข้อมูล จัดหมวดหมู่ นำเผยแพร่และใช้ประโยชน์

ระยะเวลาดำเนินการ : ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

สถานที่ดำเนินการ : ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว ม.๑ ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

งบประมาณ :  งบประมาณเทศบาลตำบลนาแห้ว ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๖ โครงการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตรปี ๒๕๕๖ จำนวน ๒๓,๓๕๐ บาท (สองหมื่นสามพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน) รายละเอียดแนบท้าย

– จัดอบรบกรรมการศูนย์และอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร ๔๐ คน

– ค่าจัดเก็บข้อมูล ๖๘๕ ครัวเรือน

– ค่าจัดทำเอกสาร อุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร

ผู้รับผิดชอบโครงการ

๙.๑ เทศบาลตำบลนาแห้ว

๙.๒ สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลคาดว่าจะได้รับ :

๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์การประมงในหมู่บ้าน ตำบล

๒. มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์และทันสมัย

๓. มีข้อมูลที่บูรณาการยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

๔. สามารถใช้วางแผนการพัฒนาตำบลหรือให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและทันเวลา

รายละเอียดแนบท้ายโครงการ

งบประมาณ จำนวน ๒๓,๓๕๐ บาท (สองหมื่นสามพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน) รายละเอียดดังนี้

  • การฝึกอบรม จำนวน ๑ รุ่น จำนวน ๔๐ คน ๑ วัน

๑.๑  ค่าอาหารกลางวัน ๔๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท  เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท

๑.๒  ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๔๐ คนๆ ละ ๒๐ บาท  เป็นเงิน ๘๐๐ บาท

๑.๓  ค่าเตรียมสถานที่และเครื่องเสียงใช้ฝึกอบรม ๑ รุ่น เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท

๑.๔  ค่าพาหนะผู้เข้าร่วมอบรมเหมาจ่าย ๔๐ คน  เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท

  • ค่าจัดทำเอกสาร อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

๒.๑  แบบฟอร์มการจัดเก็บ ๖๘๕ ชุดๆ ละ ๑๐ บาท  เป็นเงิน ๖,๘๕๐ บาท

๒.๒  กระเป๋าพลาสติกเพื่อใส่เอกสาร ๔๐ ใบๆ ละ ๔๐ บาท  เป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท

๒.๓  ปากกา  ๕๐  ด้ามๆ ละ ๕  บาท เป็นเงิน ๒๕๐  บาท

  • ค่าจัดเก็บข้อมูล ๖๘๕ ครัวเรือนๆ ละ ๑๐ บาท  เป็นเงิน  ๖,๘๕๐ บาท

รวมเป็นเงิน ๒๓,๓๕๐ บาท (สองหมื่นสามพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)

๒. โครงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

หลักการและเหตุผล

ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๒๓ง วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้ถ่ายโอนภารกิจด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต และด้านวางแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ดำเนินการโดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เป็นศูนย์กลาง  ดำเนินงานด้านการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต ในชุมชนซึ่งมีคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ร่วมกับเลขานุการศูนย์ฯ  ทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยดำเนินการในลักษณะบูรณาการระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนาอาชีพในตำบล โดยยึดถือมติประชาวิจารณ์ของชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาตำบล และการเสนอของบประมาณสนับสนุนแผน

๒. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาดำเนินงาน ตามที่หน่วยงานต้นสังกัด สั่งการให้ศูนย์ฯดำเนินการ

๓. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล พิจาณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ต่าง ๆ

๔. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ดำเนินการสำรวจข้อมูลพื้นฐานในตำบลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับผลการจัดทำเวทีชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล

เป้าหมาย     คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว  จำนวน ๑๖ คน

วิธีดำเนินการ

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว จำนวนวน ๑๖ คน เดือนละ ๑  ครั้ง รวม  ๑๒  ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานบริหารและพัฒนาการเกษตรในตำบลให้พัฒนายิ่งขึ้น

ระยะเวลาดำเนินการ

๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

สถานที่ดำเนินการ

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

 งบประมาณ  งบประมาณเทศบาลตำบลนาแห้ว ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๔ โครงการประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการปละถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว  จำนวน  ๑๙,๒๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นเก้าพันสองร้อยบาทถ้วน)  รายละเอียดดังนี้

ผู้รับผิดชอบโครงการ

– เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว จะมีการประชุมเดือน   ละ ๑ ครั้ง เพื่อ เสนอปัญหาและพิจาณาแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์ฯ

๒. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว จะได้ทำข้อเสนอจากการจัดเวทีประชาวิจารณ์ด้านการเกษตร มาเพื่อพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นแผนพัฒนาตำบล

๓. การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน การสำรวจข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆของตำบลจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง เพราะคณะกรรมการศูนย์ฯ คือ บุคคลที่ถูกคัดเลือกมาจากทุกหมู่บ้านในตำบล

 ๓.โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว                                

หลักการและเหตุผล 

ด้วยกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้ทุกอำเภอมีการจัดตั้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรในทุกตำบลเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานและถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร , ปศุสัตว์ , ประมงและกลุ่มสถาบันเกษตรอื่น ๆ ให้แก่ชุมชน ดังนั้น เพื่อให้การบริการด้านการเกษตรแก่ชุมชนบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐานและการตกแต่งภายในอาคารศูนย์ให้เป็นระเบียบและสวยงามเหมาะสมกับการเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้วิชาชีพไปสู่ชุมชน

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

๒. เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและบริการข่าวสารด้านการเกษตรแต่ละสาขาอาชีพ

๓. เพิ่มเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตร

เป้าหมาย  ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว   ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

วิธีดำเนินกา

– จัดซื้อวัสดุและปรับปรุงข้อมูลศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

ระยะเวลาดำเนินการ      ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

สถานที่ดำเนินการ   ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว ตำบลนาแห้ว

อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ 

          ๑. สมุดเบอร์ ๒ จำนวน ๒๔ เล่ม ๆ ละ ๓๐ บาท                         เป็นเงิน   ๗๒๐  บาท

๒. ปากกาลูกลื่น(คละสี) จำนวน ๕๐ ด้ามๆ ละ ๖  บาท                 เป็นเงิน   ๒๕๐  บาท

๓. แล็คซีน  ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน   ๔  ม้วนๆ ละ ๖๐ บาท             เป็นเงิน   ๒๔๐  บาท

๔. กระดาษถ่ายเอกสาร A๔   จำนวน ๘ ริม ๆ ละ ๑๑๐  บาท         เป็นเงิน   ๘๘๐  บาท

๕. กระดาษปกสี  จำนวน ๔ ริมๆ ละ ๑๒๐ บาท                        เป็นเงิน   ๔๖๐  บาท

๖. กระดาษโรเนียว  จำนวน  ๓  ริม ๆ ละ ๙๐  บาท                   เป็นเงิน   ๒๗๐  บาท

๗. CD – RW  จำนวน  ๕๐  แผ่น ๆ ละ  ๕  บาท                      เป็นเงิน   ๒๕๐  บาท     ๘. แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด    จำนวน  ๑๐  แผ่น ๆ ละ ๔๐                เป็นเงิน   ๔๐๐  บาท     ๙. ปากกาลบความผิด  จำนวน  ๒  ด้าม ๆ ละ  ๖๕  บาท              เป็นเงิน   ๑๓๐  บาท     ๑๐. กระดาษสติกเกอร์สี  จำนวน  ๕  แผ่น ๆ ละ  ๔๐  บาท          เป็นเงิน   ๒๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๓,๘๐๐  บาท (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ  

          - เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นศูนย์ประสานงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

๒. เป็นศูนย์ข้อมูลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

๓. เป็นเวทีชุมชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

๔. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาแห้ว

๔.โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์

หลักการและเหตุผล       เนื่องจากในตำบลนาแห้ว มีการรวมกลุ่มกัน เพื่อประกอบอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนหลายชนิดที่ต้องการพัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์  และมาตรฐานของสินค้า  เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน

๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย

๓. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สินค้าแปรรูปของกลุ่ม

วิสาหกิจชุมชน

เป้าหมาย   ม. ๑-๗  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  เกษตรกร  ๑๐  คน

วิธีดำเนินการ

๑. ประชุมชี้แจงโครงการฯ ๑ ครั้ง  จำนวน   ๑๐   คน

          ๒. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์  ๑ ครั้ง

๓.  ดำเนินการขอรับรองมาตรฐานสินค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ระยะเวลาดำเนินการ      ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

สถานที่ดำเนินการ         กลุ่มวิสาหกิจชุมชน  ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

งบประมาณ       งบประมาณเทศบาลตำบลนาแห้ว ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๔ โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์ จำนวน  ๓๑,๐๐๐ บาท (สามหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) รายละเอียดแนบท้าย                                                         

ผู้รับผิดชอบโครงการ

          ๙.๑ เทศบาลตำบลนาแห้ว

๙.๒ สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

– เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสิ้นค้าแปรรูปให้ได้มาตรฐาน เป็นที่      ต้องการของ ลูกค้าในท้องถิ่นและตลาดทั่วไป

– เป็นการสร้างรายได้เสริมแก่ครัวเรือน

รายละเอียดแนบท้ายโครงการ

ค่าใช้จ่ายโครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลนาแห้ว งบประมาณ  ๓๑,๐๐ บาท (สามหมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน) ดังรายละเอียดดังนี้

  • อบรมชี้แจงโครงการ ๑  ครั้ง  ๑๐  คน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๑๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท         เป็นเงิน ๕๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๑๐ คนๆ ละ ๒๐ บาท  เป็นเงิน ๒๐๐ บาท

๑.๓ ค่าพาหนะเหมาจ่าย   ๑๐  คน     เป็นเงิน    ๓๐๐   บาท

  • ค่าสติกเกอร์ติดถุงบรรจุภัณฑ์ อันละ  ๕  บาท   จำนวน  ๓,๐๐๐ อัน    เป็นเงิน    ๑๕,๐๐๐  บาท

๒.๑ ค่าถุงกระดาษหิ้ว   ถุงละ   ๑๐    บาท  จำนวน  ๑,๕๐๐  บาท   เป็นเงิน   ๑๕,๐๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท (สามหมื่นนึ่งพันบาทถ้วน)

๕.โครงการการบริหารจัดการศัตรูพืชเพื่อลดความเสี่ยงให้แก่เกษตรกร

หลักการและเหตุผล      

การปลูกพืชในปัจจุบันเป็นการปลูกพืชชนิดเดียวกันในพื้นที่กว้างอย่างต่อเนื่อง  การใช้เมล็ดพันธุ์ในปริมาณมากและพันธุ์ที่อ่อนแอ  นับว่าเป็นปัจจัยที่เอ้ต่อการระบาดของศัตรูพืช  ตลอดจนวิธีการควบคุมศัตรูพืชของเกษตรกรที่เกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม  ที่มีแนวโน้มทำให้เกิดความเสี่ยงจากการถูกทำลายของศัตรูพืชมากยิ่งขึ้น  และทางเลือกหลักที่เกษตรกรเลือกเพื่อกำจัดศัตรูพืช  คือการใช้สารเคมี  ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ศัตรูพืชเกิดความต้านทานต่อสารเคมี  เกิดศัตรูพืชชนิดใหม่  มีความเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตนอกเป้าหมาย  และสภาพแวดล้อมเป็นพิษ  นอกจากนี้ยังทำให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น  ผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน  ถูกกีดกันจากประเทศคู่ค้า  ซึ่งทั้งหมดนี้มีสาเหตุมาจากเกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว  จึงต้องดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้  ความเข้าใจในการจัดการศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสม  โดยเน้นให้มีความรู้ในเรื่องการติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชอย่างถูกต้อง  เป็นระบบ  เริ่มตั้งแต่การสำรวจ  การติดตามและประเมินสถานการณ์ศัตรูพืช  การเลือกวิธีควบคุมศัตรูพืชอย่างเหมาะสม  เน้นการควบคุมศัตรูพืชให้เหมาะสมกับสถานการณ์  จะเป็นแนวทางป้องกัน  ก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับพืชผลทางการเกษตร

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเพิ่มพูนความรู้เรื่องการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสานให้แก่เกษตรกร

๒. เพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน

๓. เพื่อลดต้นทุนการผลิตในการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

เป้าหมาย         เกษตรกร  จำนวน  ๒๕  ราย

วิธีดำเนินการ

๑. ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ  จำนวน  ๑ กลุ่มๆ ละ  ๒๕  ราย  จำนวน  ๑  วัน

๒. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ  จำนวน  ๒๕  ราย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ  ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ     ม. ๑-๗  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘.งบประมาณ

๑.  ค่าฝึกอบรม

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท       เป็นเงิน ๑,๒๕๐  บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐ บาท  เป็นเงิน ๑,๐๐๐  บาท

๑.๓ ค่าวัสดุฝึกอบรมและเอกสารประกอบ  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๕๐ บาท    เป็นเงิน ๑,๒๕๐  บาท

๒.  ค่าวัสดุ

๒.๑ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตและบรรจุสารธรรมชาติของเกษตรกร

จำนวน  ๒๕  รายๆ ละ  ๒๖๐  บาท  เป็นเงิน  ๖,๕๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

๙. ผู้รับผิดชอบโครงการ  

          - เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

๑๐. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการจัดการศัตรูพืชสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

๒. เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

๓. เกษตรกรลดรายจ่ายต้นทุนในการผลิตเพื่อซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๖. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา

๒. หลักการและเหตุผล    เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อยกระดับรายได้  ในอำเภอนาแห้ว  มีศักยภาพในการปลูกยางพารา  จึงควรส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ตำบลนาแห้ว  ให้เป็นแหล่งปลูกยางพาราแหล่งใหม่ นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นอาชีพใหม่แล้ว  ยางพาราที่ปลูกเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า

ทดแทนป่าที่ถูกทำลาย  ช่วยลดการเกิดอุทกภัย  และยังทำให้สภาพแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน

๒. เพื่อยกระดับรายได้แก่เกษตรกร

๓. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย

๔. เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล

๔. เป้าหมาย     ม.๑-๗  ต.นาแห้ว  จำนวน  ๑๐  คนๆ ละ  ๕  ไร่

๕. วิธีดำเนินการ          ๑. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา

๒.  สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ ได้แก่  พันธุ์ยางพารา,ปุ๋ยเคมี

๖. ระยะเวลาดำเนินการ 

๑  ตุลาคม ๒๕๕๖ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

. สถานที่ดำเนินการ   พื้นที่หมู่ที่ ๑ – ๗  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ

๑. พันธุ์ยางพารา จำนวน  ๓,๘๐๐ ต้นๆ ละ  ๗๐  บาท              เป็นเงิน  ๒๖๖,๐๐๐  บาท

๒. ปุ๋ยเคมีหินฟอสเฟต  (๐-๓-๐)  จำนวน  ๑,๐๐๐  กก.ๆละ  ๘  บาท เป็นเงิน      ๘,๐๐๐  บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพารา  เกษตรกร  ๑๐  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสารปลูกยางพารา  จำนวน  ๑๐  เล่มๆละ  ๘๐  บาท เป็นเงิน    ๘๐๐  บาท

–  ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๑๐๐  บาท  เป็นเงิน    ๑,๐๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๒๗๕,๘๐๐  บาท  (สองแสนเจ็ดหมื่นห้าพันแปดร้อยบาทถ้วน)

๙. ผู้รับผิดชอบโครงการ  

          - เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

๑๐. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน
  • เพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  • เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ สร้างความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม

๗.โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวพันธุ์ดี

หลักการและเหตุผล       เกษตรกรในตำบลนาแห้ว  มีอาชีพทางการเกษตรและทำนาข้าวไว้เพื่อบริโภค  แต่ปัจจุบันเกษตรกรเก็บผลผลิตไว้เพื่อเป็นเมล็ดพันธุ์นานเกิน ๒ ปี  ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของโรคพืชหลายชนิดที่พบมากในตำบลนาแห้ว  ได้แก่  โรคใบไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล  โรคถอดฝักดาบ เป็นต้น  ซึ่งเชื้อสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้สามารถฟักตัวอยู่ได้ในเมล็ดพันธุ์และจะเจริญเติบโตเข้าทำลายพืชในฤดูกาลปลูก  อีกทั้งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตต่ำลง  และหากรุนแรงมากอาจทำให้สูญเสียผลผลิตในแปลงนั้นได้

ดังนั้น  จึงสนับสนุนให้เกษตรกรได้เปลี่ยนพันธุ์ข้าว  เป็นการตัดวงจรการเกิดโรคเหล่านี้  อีกทั้งเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิต  ทำให้มีผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือน  ชุมชน  และมีพันธุ์ข้าวที่ปราศจากโรคพืชไว้ขยายพันธุ์ในฤดูปลูกต่อไป

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวที่ปราศจากโรคพืชไว้ขยายพันธุ์ในฤดูปลูกต่อไป

๒. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ในการจัดการนาข้าวด้วยวิธีผสมผสาน

๓. เพื่อลดการใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดโรคพืชในนาข้าว

๔. เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนและชุมชน

เป้าหมาย         ม. ๑ – ๗  ต.นาแห้ว  จำนวน  ๓๕  คนๆ ละ  ๒  ไร่

วิธีดำเนินการ

๑. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าว  และการจัดการนาข้าวแก่เกษตรกร

๒. สนับสนุนเมล็ดข้าวพันธุ์ดีแก่เกษตรกร

ระยะเวลาดำเนินการ     

๑  ตุลาคม ๒๕๕๖ – ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

สถานที่ดำเนินการ   พื้นที่หมู่ที่ ๑ – ๗  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

งบประมาณ

๑. พันธุ์ข้าว  กข.๖  จำนวน ๓๕ ราย ๆ  ละ ๒ ไร่ ๆ ละ ๕ กิโลกรัม ๆ ละ ๒๓ บาท     เป็นเงิน  ๘,๐๕๐  บาท

๒. ค่าขนส่งเมล็ดพันธุ์      เป็นเงิน  ๖,๐๐๐  บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกข้าวและการจัดการนาข้าว  เกษตรกร  ๓๕  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสาร    จำนวน  ๓๕  เล่มๆ  ละ  ๓๐  บาท      เป็นเงิน  ๑,๐๕๐  บาท

–  ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๓๕  คนๆละ  ๑๐๐  บาท เป็นเงิน  ๓,๕๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๑๘,๖๐๐  บาท  (หนึ่งหมื่นแปดพันหกร้อยบาทถ้วน)

๙. ผู้รับผิดชอบโครงการ  

          - เทศบาลตำบลนาแห้ว

– สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

– คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรตำบลนาแห้ว

๑๐. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับเป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลต่อไป
  • เกษตรกรมีความรู้เรื่องการปลูกข้าวและการจัดการนาข้าว
  • เกษตรกรมีผลผลิตเพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือนและชุมชน

ภาคผนวก

 ข้อมูลเวทีชุมชน

ครั้งที่ วัตถุประสงค์ จำนวนชาวบ้านที่เข้าร่วมทั้งหมด (คน) จำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวนผู้นำชาวนา ผลที่ได้รับ
ชื่อหน่วยงาน จำนวน(คน)
๑. เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนรู้จักตัวเองและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ๑๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ -ทราบข้อมูลพื้นฐานชุมชน-ทราบถึงทรัพยากรที่เป็นต้นทุนของชุมชน
๒. เพื่อให้ชุมชนได้เห็นสภาพ ๑๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ -การวิเคราะห์ศักยภาพเศรษฐกิจสังคมของชุมชน-การเสนอปัญหาของชุมชน
๓. เพื่อให้ชุมชนได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาแต่ละด้านว่ามีความจำเป็นมากน้อยกว่ากัน ๑๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ -การวิเคราะห์สภาพปัญหา-การรวมหมวดหมู่ของปัญหา
๔. เพื่อนำปัญหาและข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาจัดทำผลงานและโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำนักงานดำเนินการตามแผน ๑๐๐  คน -สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว-ปศุสัตว์ -การแก้ไขปัญหา-การกำหนดแผนชุมชน-การจัดทำโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณงบประมาณดำเนินการตามแผน