ตำบลนาพึง

บทที่  ๑

โครงการพัฒนาชุมชนตำบลนาพึง

อำเภอนาแห้ว   จังหวัดเลย

 

หลักการและเหตุผล

การพัฒนาชุมชนตำบลนาพึงที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาที่บุคคลภายนอกพื้นที่เป็นผู้ริเริ่มและชี้นำการพัฒนามาโดยตลอดทำให้ผลของการปฏิบัติไม่ตรงตามความต้องการของชุมชน      เนื่องจากขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน    ดังนั้นในการพัฒนาชุมชนในยุคปัจจุบันต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม    โดยเฉพาะประชาชนในชุมชน   ซึ่งเป็นผู้ที่ทราบปัญหาและศักยภาพความต้องการของท้องถิ่น  จะต้องมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางวางแผนงานในการพัฒนาชุมชนของตนเอง   โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น    ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ  องค์กรเอกชนให้คำแนะนำด้านความรู้วิชาการมีความเข้มแข็ง     สามารถบริหารจัดการชุมชนของตนเองให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์

๑.  ส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ     โดยปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงานให้ชุมชนเป็นผู้กำหนด   แนวทางการพัฒนาของตนเอง

๒.  เพื่อส่งเสริมแนวคิดและการบริหารจัดการกระบวนการพัฒนา    เพื่อการพึ่งพาตนเองให้แก่ผู้นำและกลุ่มกิจกรรมต่าง  ๆ  ของชุมชน

๓.  เพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน    โดยการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดขึ้น    ตามความต้องการและตามศักยภาพของชุมชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.  ทำให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมในพื้นที่มีความรู้    ความสามารถในการทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.  มีการพัฒนาอาชีพหรือกิจกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชน    ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่คนในชุมชน

๓.  ได้แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล   ซึ่งจัดทำขึ้นโดยชุมชนเป็นผู้กำหนด

พื้นที่เป้าหมาย

ครัวเรือนเกษตรกร  ๔๖๘   ครัวเรือนในตำบลนาพึง   อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

จำนวน   ๘   หมู่บ้าน

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่ตุลาคม   ๒๕๕๖ – กันยายน  ๒๕๕๘

งบประมาณที่ใช้และแหล่งที่มา

๑.  งบประมาณทั้งหมด   ๖๑๗,๓๕๐           บาท

๒.  แหล่งที่มางบประมาณ

–  เทศบาลตำบลนาแห้ว

–  ส่วนราชการ

–  เอกชน

–  ระดมทุนจากสมาชิก

–  กองทุนหมู่บ้าน

ผู้รับผิดชอบโครงการ

–  ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

–  องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง

–  คณะกรรมการหมู่บ้าน / เกษตรหมู่บ้าน

–  สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

บทที่  ๒

สภาพพื้นฐานทางเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม

.๑ ข้อมูลทางกายภาพ

. ที่ตั้งและอาณาเขต

ตำบลนาพึง ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว  มีเนื้อที่ประมาณ ๗๓,๖๒๓ ไร่ กรมการปกครอง (๒๕๕๐)

แบ่งเขต การปกครองออกเป็น ๘ หมู่บ้าน

หมู่ที่  ๑  บ้านนาพึง                          หมู่ที่ ๕  บ้านเกลี้ยง

หมู่ที่  ๒  บ้านนานาจาน                     หมู่ที่ ๖  บ้านลาด

หมู่ที่  ๓  บ้านนาพระ                        หมู่ที่ ๗  บ้านนาแซง

หมู่ที่  ๔  บ้านนาท่อน                        หมู่ที่ ๘  บ้านกลาง

อาณาเขตติดต่อ

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ  ตำบลนาแห้ว  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ  ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย
  • ทิศตะวันออก        ติดต่อกับ  ตำบลนาดี  อำเภอด่านซ้าย  จังหวัดเลย
  • ทิศตะวันตก          ติดต่อกับ  ตำบลน้ำกุ่ม  อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

๒. สภาพภูมิประเทศ

สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๗๐๐ – ๙๐๐ เมตร

มีที่ราบลุ่มริมฝั่งน้ำและร่องเขาประมาณ ๑๐ % ของพื้นที่ทั้งตำบลสำหรับทำนาและที่ราบเชิงเขาประมาณ ๖๐% ของพื้นที่ทั้งตำบลสำหรับปลูกพืชไร่และได้ผลไม้ยืนต้นอื่นๆ

๓. พื้นที่ป่า

ตำบลนาพึง มีพื้นที่ป่าไม้ป่าไม้ตามกฎหมายทั้งหมด ๗๑,๒๖๑ ไร่ หรือร้อยละ ๙๖.๗๙ ของเนื้อที่ตำบล

ได้แก่ บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปลือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ จากการสำรวจสภาพการใช้ที่ดินพบว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ยังคงสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ ๖๒,๔๔๘ ไร่ ป่ารอสภาพฟื้นฟู ๓,๓๐๖ ไร่ และเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ๕,๕๐๗ ไร่ ชนิดป่าที่พบส่วนใหญ่เป็นป่าผสมผลัดใบมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้ยาง ไม้พยุง ไม้ตะเคียน และไม้ตะแบก ฯลฯ เป็นต้น

๔. อุณหภูมิ

มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี  ๒๕.๘๔ องศาเซลเซียส  โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายนเท่ากับ

๓๕.๕๐ องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือนมกราคม เท่ากับ ๑๕.๒๓ องศาเซลเซียส

104

๕. แหล่งน้ำและปริมาณน้ำฝนในรอบปี

แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ใช้บริโภคและเพื่อการเกษตร มีดังนี้

  • ลำน้ำพึง
  • ลำห้วยเหมือง
  • ลำห้วยโป่งค่าง
  • ลำห้วยนาถ้ำ
  • ลำห้วยงาน
  • ลำห้วยไพ่
  • ห้วยหนองใหญ่
  • ห้วยน้ำคั้น
  • ลำน้ำหู
  • ห้วยน้ำออก
  • ห้วยเซิม

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

  • ฝาย ๑๕ แห่ง
  • บ่อน้ำตื้น ๑๓๔ แห่ง
  • บ่อโยก ๘ แห่ง
  • สระน้ำ ๑๓ แห่ง

ปริมาณน้ำฝน

มีปริมาณน้ำฝนรวมตลอดปี ๑,๒๕๗.๒ มิลลิเมตร โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุด
ในเดือนกันยายน เท่ากับ ๒๖๔.๑๗ มิลลิเมตร ต่ำสุดในเดือน มกราคม เท่ากับ ๑.๕๙ มิลลิเมตร

ความชื้นสัมพัทธ์ มีความชื้นสัมพัทธ์ตลอดปี ๗๓.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ความชื้นสัมพัทย์สูงสุด
ในเดือนกันยายน เท่ากับ ๘๔.๑๐ เปอร์เซ็นต์ และต่ำสุดในเดือน มีนาคม เท่ากับ ๖๒.๒๗ เปอร์เซ็นต์

ตารางที่ ๒-๑  สถิติภูมิอากาศ  ณ  สถานีตรวจอากาศ อำเภอเมือง  จังหวัดเลย  (ปี พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๕๐)

เดือน ปริมาณ จำนวนวัน อุณหภูมิ อุณหภูมิ อุณหภูมิ ความชื้น ศักยภาพการคาย
น้ำฝน (มม.) ที่ฝนตก ต่ำสุด ( ซ) สูงสุด ( ซ) เฉลี่ย( ซ) สัมพัทธ์ (%) ระเหยน้ำ (มม.) *
ม.ค. ๑.๕๙ ๐.๗๕ ๑๕.๒๓ ๓๐.๘๒ ๒๒.๑๘ ๖๗.๓๑ ๙๗.๕๘
ก.พ. ๑๗.๖๖ ๒.๓๓ ๑๗.๑๕ ๓๒.๘๖ ๒๔.๓ ๖๓.๕๔ ๑๐๕.๗๙
มี.ค. ๓๘.๒๘ ๖.๓๓ ๒๐.๒๗ ๓๕.๒๓ ๒๖.๙๙ ๖๒.๒๗ ๑๓๖.๒๔
เม.ย. ๙๖.๖๘ ๑๑.๙๒ ๒๒.๖๔ ๓๕.๕ ๒๘.๐๖ ๖๙.๒๕ ๑๓๘.๔๗
พ.ค. ๑๘๓.๖๗ ๑๖.๕๘ ๒๓.๖๙ ๓๓.๖๒ ๒๗.๗ ๗๗.๑๑ ๑๑๖.๙๙
มิ.ย. ๑๙๒.๒๘ ๑๖.๒๕ ๒๔.๑๗ ๓๓.๑๗ ๒๗.๗๙ ๗๘.๒๘ ๑๑๒.๖
ก.ค. ๑๒๙.๐๘ ๑๖ ๒๔.๑๑ ๓๒.๖๖ ๒๗.๖๓ ๗๗.๖๙ ๑๐๘.๑๓
ส.ค. ๑๘๗.๒๙ ๑๙.๒๕ ๒๓.๘๗ ๓๒.๐๓ ๒๗.๑๔ ๘๐.๒๒ ๙๘.๖๔
ก.ย. ๒๖๔.๑๗ ๑๙.๙๒ ๒๓.๑๕ ๓๑.๒๔ ๒๖.๓๑ ๘๔.๑ ๘๔.๘๒
ต.ค. ๑๑๖.๖๔ ๑๐.๐๘ ๒๑.๘๘ ๓๑.๔๗ ๒๕.๙๖ ๗๙.๕๒ ๙๕.๑๑
พ.ย. ๒๔.๕๑ ๓.๑๗ ๑๘.๘๘ ๓๐.๗๓ ๒๔.๐๖ ๗๔.๖๙ ๘๘.๕๘
ธ.ค. ๕.๓๓ ๐.๕ ๑๕.๙๕ ๒๙.๔๒ ๒๑.๙๒ ๗๐.๒๖ ๘๖.๑๖
รวม ๑๒๕๗.๑๘ ๑๒๓.๐๘ ๒๕๐.๙๙ ๓๘๘.๗๕ ๓๑๐.๐๔ ๘๘๔.๒๔ ๑๒๖๙.๑๑
เฉลี่ย ๑๐๔.๗๗ ๑๐.๒๖ ๒๐.๙๒ ๓๒.๔๐ ๒๕.๘๔ ๗๓.๖๙ ๑๐๕.๗๖

ที่มา       :  กรมอุตุนิยมวิทยา (๒๕๕๐)             

หมายเหตุ :  * จากการคำนวณ

105

รูปที่ ๑-๒  กราฟสมดุลของน้ำเพื่อการเกษตร จังหวัดเลย  พ.ศ. ๒๕๓๙ -๒๕๕๐

๖. เส้นทางคมนาคม

ระยะทางระหว่างตำบลนาพึงกับอำเภอนาแห้วประมาณ ๙ กิโลเมตร และ ระยะทางระหว่างตำบล

นาพึงกับจังหวัดเลย ประมาณ ๑๐๖ กิโลเมตร เส้นทางจากจังหวัดเลยถึงอำเภอนาแห้ว    ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๓ สายด่านซ้าย – เหมืองแพร่ เป็นสายหลักสำหรับเส้นทางคมนาคมภายใน  หมู่บ้านและระหว่างหมู่บ้านต่างๆ ก่อสร้างด้วยคอนกรีตทุกสาย

๗. ข้อมูลกลุ่มชุดดิน  ความเหมาะสมของชุดดินและคุณภาพดิน

จากการสำรวจดินในระดับค่อนข้างละเอียด ที่ระดับมาตราส่วน ๑:๒๕,๐๐๐ สรุปพอสังเขปได้ดังต่อไปนี้ (รายละเอียดลักษณะและสมบัติดิน ตารางที่ ๓-๑ และรูปที่ ๓-๑)

ดินในที่ลุ่มการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลวมีความเหมาะสมในการทำนาประกอบด้วย

               ๑)    กลุ่มชุดดินที่ ๒๒ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนหยาบลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำหรือเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบ พบในบริเวณพื้นที่ลุ่มราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบหรือพื้นที่ลุ่มระหว่างเนิน มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน พบในพื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน ใช้ทำนา บางแห่งยังคงสภาพเป็นป่า ปัญหาในการเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ มักพบปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูเพาะปลูก หน่วยที่ดินนี้ มีเนื้อที่ ๑,๘๓๘ ไร่ หรือร้อยละ ๒.๕๐ ของตำบล

ดินในที่ดอนที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ประกอบด้วย

               ๒)   กลุ่มชุดดินที่ ๓๕ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนละเอียดลึกมากที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ หรือการสลายตัวผุพังอยู่กับที่ หรือการสลายตัวผุพังแล้วถูกเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบที่ส่วนใหญ่มาจากหินตะกอน มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นจนถึงเนินเขา มีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ อาจพบลูกรังในช่วงความลึก ๑๐๐-๑๕๐ เซนติเมตรจากผิวดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวใช้ปลูกพืชไร่ต่างๆ เช่น ข้าวโพด และถั่ว บางแห่งใช้ปลูกไม้ผล แบ่งเป็นหน่วยที่ดินต่างๆ คือ

(๒.๑)   ๓๕B สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีเนื้อที่ ๔๑๔ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๕๖ ของตำบล

(๒.๒)   ๓๕D สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนชัน มีเนื้อที่ ๑,๖๙๔ ไร่ หรือร้อยละ ๒.๓๐ ของตำบล

               ๓)   กลุ่มชุดดินที่ ๖๒ มีเนื้อที่ ๖๙,๐๓๕ ไร่ หรือร้อยละ ๙๓.๗๗ ของตำบล กลุ่มชุดดินนี้ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขาและเทือกเขาที่มีความลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ พื้นที่บริเวณนี้ยังไม่มีการสำรวจและจำแนกดิน เนื่องจากยากต่อการจัดการดูแลที่ดินในพื้นที่ทำการเกษตร

               ๔)    หน่วยที่ดิน U มีเนื้อที่ ๖๔๒ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๘๗ ของตำบล ได้แก่ ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง

ดินมีปัญหาหรือดินมีข้อจำกัดมากในการเพาะปลูกพืช ตำบลนาพึง ประกอบด้วย

               พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขาและผาชัน

พื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นพื้นที่ภูเขา (ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ ๖๒) ไม่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม เนื่องจากยากต่อการจัดการและดูแลรักษา ถ้าใช้มาตรการพิเศษในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และยังเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ของป่าอีกด้วย

แนวทางการแก้ไข ควรรักษาไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่เพาะพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ถ้ามีความจำเป็นต้องนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ควรมีการสำรวจดินและเลือกใช้พืชที่มีศักยภาพในการเกษตร เป็นดินลึกและมีความลาดชันไม่สูงมากนัก โดยทำการเกษตรแบบวนเกษตรและมีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

ตารางที่ ๒-๒ คุณภาพดินตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

กลุ่มชุดดิน ชุดดิน เนื้อดิน การระบายน้ำ ความ CEC BS ความลึก ความลาดชัน pH เนื้อที่
บน ล่าง อุดมสมบูรณ์ (%) (%) (ซม.) (%) บน ล่าง ไร่ ร้อยละ
๒๒ St-slA (ชุดดินสีทน) sl sl ค่อนข้างเลว ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๐-๒ ๕.๐-๕.๕ ๕.๕-๖.๕ ๑,๘๓๘ ๒.๕๐
๓๕B Ds-slB (ชุดดินด่านซ้าย) sl scl ดี ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๒-๕ ๕.๐-๕.๕ ๔.๕-๕.๐ ๔๑๔ ๐.๕๖
๓๕D Ds-slD (ชุดดินด่านซ้าย) sl scl ดี ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๑๒-๒๐ ๕.๐-๕.๕ ๔.๕-๕.๐ ๑,๖๙๔ ๒.๓๐
๖๒* SC (พื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน) ๖๙,๐๓๕ ๙๓.๗๗
U U (พื้นที่ชุมชนและสิ่งก่อสร้าง) ๖๔๒ ๐.๘๗
ผลรวมตำบลนาพึง ๗๓,๖๒๓ ๑๐๐.๐๐

  ที่มา  :  ส่วนสำรวจจำแนกดินที่ ๓, ๒๕๕๐

หมายเหตุ : อักษรย่อ       l = ดินร่วน          sl = ดินร่วนปนทราย                  c = ดินเหนียว             sil = ดินร่วนปนทรายแป้ง          cl = ดินร่วนปนดินเหนียว

                       scl = ดินร่วนเหนียวปนทราย  sic = ดินเหนียวปนทรายแป้ง      ls = ดินทรายปนร่วน     b = ดินนาบนที่ดอน        sicl = ดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง

        ดินมีปัญหาในการเพาะปลูก      

               ๖๒* = พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขา

        : ความหมาย   A/B = มีกลุ่มชุดดินหรือชุดดิน A มีเนื้อที่ ๕๐ % B มีเนื้อที่ ๕๐%   A-B = มีกลุ่มชุดดินหรือชุดดิน A มีเนื้อที่ ๗๐ % B มีเนื้อที่ ๓๐%

๘. ข้อมูลสาธารณูปโภค

– โทรศัพท์สาธารณะ จำนวน ๕ แห่ง ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑,๒,๔,๕,๖

– โทรศัพท์ประจำหมู่บ้าน จำนวน ๗ แห่ง ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑,๒,๓,๔,๕,๖ และ ๗

– หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน จำนวน ๘ แห่ง มีทุกหมู่บ้าน

– ระบบไฟฟ้า ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้

– ระบบประปา มีระบบประปาน้ำซับหมู่บ้าน มีครบทุกหมู่บ้าน

๙. ข้อมูลสิ่งก่อสร้างต่างๆ

– โรงเรียนประถมศึกษา ๑ แห่ง ตั้งอยู่ที่ บ้านกลาง หมู่ที่ ๘

– โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ๑ แห่ง โรงเรียนชุมชน บ้านนาพึง ตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง หมู่ ๑

– ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๑ แห่ง คือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเกลี้ยง หมู่ที่ ๕

– ศูนย์อบรมเด็กก่อนวัยเรียน ๑ แห่ง คือ ศูนย์อบรมเด็กก่อนวัยเรียนวัดโพธิ์ชัยบ้านนาพึง หมู่ที่ ๑

– ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน ๘ แห่งในทุกหมู่บ้าน

– วัดและสำนักพิมพ์ ๘ แห่ง ได้แก่

  • วัดโพธิ์ชัย บ้านนาพึง ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๑ บ้านนาพึง
  • สำนักสงฆ์วัดป่านาพระ ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๓ บ้านนาพระ
  • วัดศรีชมชื่น ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๔ บ้านนาท่อน
  • วัดป่าถ้ำผากอง ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๕ บ้านเกลี้ยง
  • วัดราษฎร์ประสงค์สามัคคี ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๖ บ้านลาด
  • วัดป่าบ้านนาแซง ตั้งอยู่ที่หมู่ ๘ บ้านกลาง
  • วัดป่าสันติธรรม ตั้งอยู่ที่หมู่ ๘ บ้านกลาง

– โบสถ์ ๓ แห่ง ตั้งอยู่ที่ บ้านนาพึง หมู่ ๑ บ้านนาท่อน หมู่ ๔ และบ้านลาด หมู่ ๖

– ศาลเจ้า ๕ แห่ง ตั้งอยู่ที่ บ้านนาพึง หมู่ ๑ ,บ้านนาจาน หมู่ ๒ ,บ้านนาท่อน หมู่ ๔,บ้านลาด

หมู่ ๖  บ้านเกลี้ยง หมู่ ๕

– เมรุ ๑ แห่ง ตั้งอยู่ที่ บ้านนาพึง หมู่ ๑ และมีพื้นที่ป่าช้าทุกหมู่บ้าน

– สถานีอนามัย ๑ แห่ง ตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง หมู่ ๑

– ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน จำนวน ๘ แห่ง ตั้งอยู่ทุกหมู่บ้าน

๒.๒ ข้อมูลทางชีวภาพ

          ๑. พันธุ์พืชที่ปลูก พันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ

พืชไร่ที่เกษตรกรเพาะปลูก  มีดังนี้

– ข้าวโพดลูกผสมพันธุ์ ๘๘๘ ,๙๑๙,๙๗๙,Nk

– ถั่วลิสงพันธุ์ ไทนาน ๙

– ขิง

– มันสำปะหลัง

– สับปะรด

ไม้ผลที่เกษตรกรเพาะปลูก  มีดังนี้

– ส้มเขียวหวาน พันธุ์สีทอง,สายน้ำผึ้ง,บางมด และโชกุน

– ส้มโอ พันธุ์ทองดี ,พันธุ์ขาวใหญ่,พันธุ์ท่าข่อย

– ลำใย พันธุ์ อีดอ,พันธุ์เบี้ยว, พันธุ์สีชมพู

– ลิ้นจี่ พันธุ์ฮงฮวย, พันธุ์เขียวเสวย, พันธุ์หนองแซง ,แก้ว

– มะม่วงกินสุก พันธุ์น้ำดอกไม้,หนังกลางวัน,แก้ว

ไม้ยืนต้นที่เกษตรกรเพาะปลูก มีดังนี้

– ไม้สัก

– ยูคาลิปตัส

– ยางพารา พันธุ์ RRIM ๖๐๐

พืชผักที่เกษตรกรเพาะปลูก มีดังนี้

– กะหล่ำปลี

– ฟักทอง

– พืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น การปลูกหม่อน –  เลี้ยงไหม

สัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยง ได้แก่

– โคพันธุ์พื้นเมือง  พันธุ์ลูกผสมโคพื้นเมืองกับพันธุ์อเมริกันบราห์มัน

– กระบือ นิยมเลี้ยงกระบือปลัก พันธุ์พื้นเมือง

– สุกร พันธุ์พื้นเมือง, สุกรลูกผสมสามสายเลือด

– สัตว์ปีก ไก่พันธุ์พื้นเมือง,เป็ดเทศ,เป็ดไข่พันธุ์กากี

๒. การใช้ที่ดินทำการเกษตร

สภาพการใช้ที่ดิน ตำบลนาพึง ประกอบด้วยประเภทการใช้ที่ดินต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ (รายละเอียด ตารางที่ ๓-๒ และรูปที่ ๓-๒)

๑)   พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง มีเนื้อที่ ๖๔๒ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๘๗ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย หมู่บ้านต่างๆ

๒)   พื้นที่เกษตรกรรม มีเนื้อที่ ๗,๐๔๒ ไร่ หรือร้อยละ ๙.๕๗ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย การใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ

(๒.๑)  นาข้าว มีเนื้อที่ ๑,๖๘๓ ไร่ หรือร้อยละ ๒.๒๙ ของเนื้อที่ทั้งหมด

(๒.๒)  พืชไร่ มีเนื้อที่ ๓,๙๗๔ ไร่ หรือร้อยละ ๕.๔๐ ของเนื้อที่ทั้งหมด พืชไร่ที่พบ ได้แก่ พืชไร่ผสม ข้าวโพด โดยพืชไร่ผสม จะเป็นพืชไร่ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป มีพื้นที่ปลูกขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไร่ สลับกันไม่สามารถแยกขอบเขตได้ พืชไร่ผสม เช่น ข้าวโพด ข่าวไร่ ถั่ว

(๒.๓)  ไม้ผล มีเนื้อที่ ๑๙๑ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๒๖ ของเนื้อที่ทั้งหมด ไม้ผลที่พบ ได้แก่ ไม้ผลผสม มะขาม ลำไย

(๒.๔)  ไร่หมุนเวียน มีเนื้อที่ ๑,๑๙๔ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๖๒ ของเนื้อที่ทั้งหมด ที่พบ ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพด

๓)   พื้นที่ป่าไม้ มีเนื้อที่ ๖๕,๗๕๔ ไร่ หรือร้อยละ ๘๙.๓๑ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟู ป่าผลัดใบสมบูรณ์

๔)   พื้นที่เบ็ดเตล็ด เป็นพื้นที่ชนิดอื่นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ประกอบด้วยไม้ละเมาะ มีเนื้อที่ ๑๘๕ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๒๕ ของเนื้อที่ทั้งหมด ลักษณะเป็นที่ว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือมีทุ่งหญ้าตามธรรมชาติและมีไม้พุ่มเตี้ยขึ้นอยู่

ตารางที่ ๒-๓  สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ปี  พ.ศ. ๒๕๕๐

ประเภทการใช้ที่ดิน เนื้อที่
ไร่ ร้อยละ
๑. พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง ๖๔๒ .๘๗
- หมู่บ้าน ( U๒๐๑) ๖๔๒ ๐.๘๗
๒. พื้นที่เกษตรกรรม ,๐๔๒ .๕๗
๒.๑ นาข้าว (A๑๐๑) ,๖๘๓ .๒๙
๒.๒ พืชไร่ ,๙๗๔ .๔๐
- พืชไร่ผสม (A๒๐๑) ๕๘๗ ๐.๘๐
- ข้าวโพด (A๒๐๒) ๓,๓๘๗ ๔.๖๐
.๓ ไม้ผล ๑๙๑ .๒๖
- ไม้ผลผสม (A๔๐๑) ๑๑๙ ๐.๑๖
- มะขาม (A๔๑๒) ๕๑ ๐.๐๗
- ลำไย (A๔๑๓) ๒๑ ๐.๐๓
.๔ ไร่หมุนเวียน ,๑๙๔ .๖๒
- ไร่หมุนเวียนผสม (A๖๐๑) ๑,๑๙๔ ๑.๖๒
๓. พื้นที่ป่าไม้ ๖๕,๗๕๔ ๘๙.๓๑
    – ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟู (F๒๐๐) ๓,๓๐๖ ๔.๔๙
    – ป่าผลัดใบสมบูรณ์ (F๒๐๑) ๖๒,๔๔๘ ๘๔.๘๒
๔. พื้นที่เบ็ดเตล็ด ๑๘๕ .๒๕
   – ไม้ละเมาะ (M๑๐๒) ๑๘๕ ๐.๒๕
รวม ๗๓,๖๒๓ ๑๐๐.๐๐

ที่มา: ส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑  สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน

๓. ระบบการผลิต

พืช เกษตรกรจะทำนาทั้งนาปีและนาปรัง แต่ส่วนใหญ่ทำนาปีผลผลิตข้าวจะเก็บไว้เพื่อการบริโภค พืชชนิดอื่นที่ปลูก ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วลิสง กระชายดำ หม่อน (เพื่อเลี้ยงไหม) กะหล่ำปลีและขิง แต่มีปริมาณผลผลิตไม่มากนัก เพราะพื้นที่เกษตรมีจำกัด สำหรับไม้ผลนั้นได้แก่ มะขามหวาน มะม่วง ส้มเขียวหวาน ลำไยและส้มโอ ซึ่งยังไม่ได้รับผลเต็มที่เนื่องจากเกษตรกรขาดความรู้ในการดูแลที่ถูกต้อง ประกอบกับต้นทุนการผลิตสูง เกษตรกรจะให้ความสำคัญในการดูแลรักษาพืชเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่ปลูกเพื่อจำหน่ายเท่านั้น แต่ถ้าเป็นพืชปลูกเพื่อยังชีพแล้วจะไม่ค่อยดูแลรักษาเท่าที่ควร

      ปศุสัตว์ สถานที่เลี้ยงสัตว์ในฤดูฝนสัตว์เลี้ยงในฤดูฝนที่ทำการเพาะปลูกพืชเกษตรกร
จะนำสัตว์ไปปล่อยในทำเลเลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้านและเมื่อพ้นระยะเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงนำสัตว์เลี้ยง
มาเลี้ยงในแปลงนาเพื่อให้สัตว์ได้แทะเล็มฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยรายงานจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของตำบลนาพึง จำแนกตามชนิดสัตว์ได้ดังนี้ โคเนื้อทั้งพันธุ์ลูกผสมและพันธุ์พื้นเมืองเกษตรกรผู้เลี้ยง ๒๐๐ รายๆ ละ ๑๐ ตัว กระบือเกษตรกรผู้เลี้ยง ๕๗ ราย เฉลี่ยรายละ ๖ ตัว สุกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุกรพ่อแม่พันธุ์เกษตรกรผู้เลี้ยง ๘ รายๆ ละ ๑๙ ตัว ไก่ทั้งหมดเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองเกษตรกรผู้เลี้ยง ๓๑๑ รายๆ ละ ๑๘ ตัว เป็ดทั้งหมดเป็นพันธุ์เป็ดเทศเกษตรกรผู้เลี้ยง ๒๔ รายๆ ละ ๑๗ ตัว และไก่งวงเกษตรกรผู้เลี้ยง ๔ รายๆ ละ ๕ ตัว และพบว่ามีฟาร์มมาตรฐานที่ตำบลนี้ ๑ ฟาร์ม คือ ฟาร์มโคเนื้อ

      ประมง การเลี้ยงปลานั้น ก็มีการเลี้ยงกันน้อยมาก ส่วนใหญ่จะนำพันธุ์ปลาไปปล่อย
ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ตามอ่างเก็บน้ำและฝายต่างๆ ไม่มีการเลี้ยงแบบเป็นรายบุคคล ขณะที่สำนักงานประมงจังหวัดเลย (๒๕๕๑) รายงานผลการสำรวจข้อมูลของตำบล พบว่า มีจำนวนครัวเรือนที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ๙๗ ครัวเรือน จำนวนบ่อเลี้ยง ๑๒๑ บ่อ พื้นที่ ๑๖ ไร่ ปริมาณผลผลิตสัตว์น้ำ ๒,๘๗๒ กิโลกรัม

๔. ปฏิทินกิจกรรมในการดูแลปลูกพืช

ตารางที่ ๒-๔ แสดงกิจกรรมในการปลูกพืช

กิจกรรม ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. หมายเหตุ
การปลูกข้าวนาปี  / / / / /
เก็บเกี่ยวข้าวนาปี  /  /  /
การปลูกข้าวไร่  /  /  /  /
เก็บเกี่ยวข้าวไร่  /  /  /
การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  /  /  /  /  /
เก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  /  /  /  /
การปลูกขิง  / /  /
เก็บเกี่ยวขิง  /  /  /  /  /  /  /
การปลูกถั่วลิสง  / / /  /
เก็บเกี่ยวถั่วลิสง  / /
การปลูกมันสำปะหลัง  /  / /  /
เก็บเกี่ยวมันสำปะหลัง  / /

๕. เทคโนโลยีการผลิต

ในการเพาะปลูกข้าวและพืชไร่ เกษตรกรก็จะมีการใช้ปุ๋ยเคมีช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชแต่ใช้ในอัตราที่ต่ำกว่าคำแนะนำ สำหรับสารเคมีนั้น มักนิยมใช้กำจัดศัตรูพืชมากกว่าที่จะใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง – ศัตรูพืช

๖. ปริมาณผลผลิต

          เนื่องจากเกษตรกรขาดการเอาใจใส่ในการปรับปรุงบำรุงดินและการดูแลรักษาพืชอย่างสม่ำเสมอทำให้ปริมาณผลผลิตต่อไร่ต่ำ และในการเลี้ยงสัตว์ก็เช่นเดียวกัน

๗. แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ ภูขัด น้ำตกตาดหมี น้ำตกตาดไฮ น้ำตกปูลู และถ้ำผากอง สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ วัดโพธิ์ชัยตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง หมู่ที่ ๑ ตำบลนาพึง เป็นวัดที่ก่อตั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง วิหาร โบสถ์ เจดีย์และกำแพงรอบวัด ฯลฯ ก่อด้วยอิฐและฉาบด้วยหินปูนผสมยางไม้และหนังสัตว์ที่ได้รับการต้มและเคี่ยวให้เหลว หลังคามุงด้วยไม้ (ชาวบ้านเรียกเกล็ด) ฝาผนังของวิหารด้านในมีภาพจิตรกรรมทั้ง ๔ ด้าน ส่วนฝาผนังด้านนอกเขียนภาพไว้เฉพาะด้านทิศตะวันตก

๒.๓ ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ

          ๑. ขนาดการถือครองที่ดิน

ขนาดการถือครองที่ดิน เกษตรกรมีการถือครองที่ดินเฉลี่ยครอบครัวครั้งละประมาณ ๑๐– ๒๐ ไร่

๒. สิทธิในที่ดินทำกิน

สิทธิในที่ดินทำกิน  เนื่องจากพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จึงไม่มี

เอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน

๓. จำนวนแรงงาน

แรงงานด้านการเกษตร ส่วนมากจะใช้แรงงานในครัวเรือนและการลงแขกช่วยเหลือกันในชุมชน

๔. รายได้ รายจ่ายของครัวเรือน

รายได้ส่วนใหญ่ของครัวเรือนจะได้จากการทำการเกษตรอย่างเดียว  ส่วนรายจ่ายนั้นจะเป็นการจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการรักษาพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยนั้นมีน้อยมากมีรายได้เฉลี่ย ๖๑,๐๒๐ บาท /ครัวเรือน  มีรายจ่ายเฉลี่ย  ๒๓,๔๗๗  บาท/ครัวเรือน

๕. เป้าหมายของการทำฟาร์ม

เป็นการผลิตเพื่อยังชีพและจำหน่าย เกษตรกรจะให้ความสำคัญในการดูแลรักษาพืชเฉพาะพืชเศรษฐกิจที่ปลูกเพื่อจำหน่ายเท่านั้น แต่ถ้าเป็นพืชปลูกเพื่อยังชีพแล้วมักจะไม่ค่อยดูแลรักษาเท่าที่ควร สำหรับสัตว์เลี้ยงในฤดูฝนที่ทำการเพาะปลูกพืชเกษตรกรจะนำสัตว์ไปปล่อยในทำเลเลี้ยงสัตว์ของหมู่บ้านและเมื่อพ้นระยะเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงนำสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงในแปลงนาเพื่อให้สัตว์ได้แทะเล็มฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว

๖. เทคนิค วิธีการผลิต

ในการเพาะปลูกข้าวและพืชไร่ เกษตรกรก็จะมีการใช้ปุ๋ยเคมีช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืชแต่ใช้ในอัตราที่ต่ำกว่าคำแนะนำ สำหรับสารเคมีนั้น มักนิยมใช้กำจัดศัตรูพืชมากกว่าที่จะใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดแมลง – ศัตรูพืช

๗. สัตว์ใช้งาน เครื่องจักรการเกษตรและปัจจัยการผลิต

สัตว์ใช้งานและเครื่องจักรการเกษตรและปัจจัยการผลิต ในปัจจุบันไม่นิยมนำสัตว์มาใช้งาน เพราะยุ่งยากต่อการฝึกและการดูแลรักษา เกษตรกรจะนิยมใช้เครื่องจักรในการทำงานมากกว่า เช่น ไถพรวน, หยอดเมล็ด,ขนส่ง,สูงน้ำ,พ่นยาเคมี,ตัดหญ้า ฯลฯ

สำหรับปัจจัยการผลิตนั้น จะซื้อเมล็ดพันธุ์ ,ปุ๋ยเคมี, และสารเคมีกำจัดวัชพืชเป็นส่วนใหญ่

๘. ผลผลิตเฉลี่ย  ราคา  ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนและราคาผลผลิตเฉลี่ยจากข้อมูลแผนพัฒนาการเกษตรของพื้นที่ใกล้เคียง คือ อำเภอ ด่านซ้าย มีดังนี้

      ข้าว ต้นทุนการผลิต ๑,๑๘๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๑๑.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ต้นทุนการผลิต ๑,๕๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๗.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ขิง  ต้นทุนการผลิต ๑๑,๔๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๑๒.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ถั่วนิ้วนางแดง  ต้นทุนการผลิต ๑,๐๙๕ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๙.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

ยางพารา  ต้นทุนการผลิต ๓,๐๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๖๖.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

๙. การรวมกลุ่มเกษตรกรและเงินทุนของกลุ่ม

ตำบลนาพึงมีการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลและ/เทศบาล เป็นต้น สหกรณ์จังหวัดเลยรายงานข้อมูลกลุ่มอาชีพที่สังกัดสหกรณ์ ปี ๒๕๕๐ ของตำบลนาพึง ว่ามีกลุ่มอาชีพเพียง ๑ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสตรีบ้านนาพึง หมู่ที่ ๑ ทำกิจกรรมเลี้ยงปลา ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่สังกัดสหกรณ์มี ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนานาพึง หมู่ที่ ๓ และกลุ่มเกษตรกรทำไร่นาพึง หมู่ที่ ๔ ขณะเดียวกันสำนักงานเกษตรจังหวัดเลยรายงานข้อมูลองค์กรเกษตรกรปี ๒๕๕๐ ว่ามีกลุ่มส่งเสริมอาชีพ ๑ กลุ่ม คือ กลุ่มสมุนไพรพื้นเมือง หมู่ที่ ๑ ส่วนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มี ๘ กลุ่ม ซึ่งมี ๒ กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้วแต่ยังไม่ดำเนินกิจกรรม ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาแซง หมู่ที่ ๗ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาพระ หมู่ที่ ๓ และมีกลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียน หมู่ที่ ๑ จำนวน ๑ กลุ่ม

ในบรรดากลุ่มต่างๆ ข้างต้น มีบางกลุ่มได้จดทะเบียนหรือจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาใหม่เป็นวิสาหกิจชุมชนจำนวน ๙ กลุ่ม เพื่อนำภูมิปัญญาและทรัพยากรที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการผลิตสินค้า บริการหรือการอื่นๆ และเพื่อเชื่อมโยงสินค้าในเครือข่าย เป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สูงขึ้นอีกทั้งสามารถจดสิทธิบัตรและขอการรับรองจากส่วนราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานมาตรฐานสินค้าอื่นๆ ได้ สามารถจำแนกเป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้ ประเภทการผลิตและขยายพันธุ์พืช ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านการเกษตรกรบ้านลาด หมู่ที่ ๖ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาพึงพัฒนา หมู่ที่ ๑ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาท่อน หมู่ที่ ๔ ประเภทการเลี้ยงสัตว์ อาทิ กลุ่มผู้เลี้ยงสุกร หมู่ที่ ๓ บ้านนาจาน  และมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน คือ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านลาด หมู่ที่ ๖ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาท่อน หมู่ที่ ๔ เป็นกลุ่มที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนบรรลุวัตถุประสงค์ของกลุ่ม สำหรับสินค้า OTOP ประจำตำบลนาพึง ได้แก่ ไวน์กระชายดำและยาดองของกลุ่มเกษตรกรทำนาตำบลนาพึง (สาขา ๓) กล้วยอบเนยและเครื่องดื่มสมุนไพรของกลุ่มแม่บ้านนาพึงพัฒนา หมู่ที่ ๑ เป็นต้น

๑๐. แหล่งสินเชื่อเพื่อการเกษตร

เกษตรกรส่วนใหญ่จะกู้เงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้บริการจำนวน  ๑  แห่ง

๑๑. ข้อมูลการตลาด

ในการจำหน่ายผลผลิตของเกษตรกรจะมีราคาต่ำ เพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลการคมนาคมขนส่งสินค้าลำบาก ทำให้ถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ

๑๒. ภาวะหนี้สิน

เกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโดยหนี้สินที่กู้จะเป็นหนี้สินระยะสั้น เพื่อนำเงินมาซื้อปัจจัยการผลิตในฤดูเพาะปลูกและหนี้สินระยะปานกลางที่    นำเงินมาซื้อเครื่องจักรใช้ในการเกษตร ซึ่งเกษตรกร มีภาวะหนี้สิน เฉลี่ย ๕,๕๘๕ บาท /ครัวเรือน

๑๓. กองทุนหมู่บ้าน และผลการดำเนินงาน

           ทุกหมู่บ้านจะมีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านในลักษณะต่างๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์,   กลุ่มสหกรณ์ยาประจำหมู่บ้าน,ร้านกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน,กลุ่มกองทุนหมู่บ้านเงินล้าน

๒.๔ ข้อมูลด้านสังคม

          ๑. จำนวนประชากร และครัวเรือน

              จำนวนประชากรทั้งสิ้น                   จำนวน      ๒,๐๘๑  คน

ครัวเรือนทั้งหมด                     จำนวน        ๕๖๕  ครัวเรือน

ครัวเรือนเกษตรกร                  จำนวน        ๔๖๘  ครัวเรือน

ตารางที่ ๒-๕ แสดงจำนวนประชากรตำบลนามาลา

หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร จำนวนครัวเรือน จำนวนครัวเรือนเกษตรกร
ชาย หญิง รวม ครัวเรือน ครัวเรือน
นาพึง ๑๙๔ ๒๓๐ ๔๒๔ ๑๓๒ ๗๘
นาจาน ๑๒๓ ๑๒๘ ๒๕๑ ๗๒ ๕๔
นาพระ ๖๖ ๗๑ ๑๓๗ ๓๖ ๓๖
นาท่อน ๑๕๘ ๑๖๘ ๓๒๖ ๙๓ ๘๓
เกลี้ยง ๑๔๗ ๑๒๗ ๒๗๔ ๗๐ ๕๙
ลาด ๑๒๓ ๑๓๘ ๒๖๑ ๖๔ ๖๑
นาแซง ๖๔ ๖๘ ๑๓๒ ๓๒ ๒๘
กลาง ๑๔๘ ๑๒๘ ๒๗๖ ๖๖ ๖๙
รวม ๘ หมู่บ้าน ๑,๐๒๓ ๑,๐๕๘ ๒,๐๘๑ ๕๖๕ ๔๖๘

         ที่มา:  ข้อมูลทะเบียนราษฎรสำนักทะเบียนอำเภอนาแห้ว

๒. ประวัติความเป็นมาของสมาชิกในชุมชน  รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน

              จากคำบอกเล่า ผู้ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานคนแรกคือ เพียนราชา โดยอพยพมาจากตำบลโพนสูง อำเภอด่านซ้าย ได้มาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ริมแม่น้ำซึ่งมีต้นพึงขึ้นอยู่หนาแน่น ต่อมาถึงเรียก แหล่งที่อยู่อาศัยนี้ว่าบ้านนาพึง

             เดิมอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอด่านซ้าย ต่อมาได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยให้ประกาศตั้งเป็นกิ่งอำเภอนาแห้วขึ้นเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ แยก ๒ ตำบล จากอำเภอด่านซ้าย คือตำบลนาพึงและตำบลนาแห้ว และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๓ ตำบลนาพึงได้แบ่งแยกพื้นที่และตั้งเป็นตำบลนามาลา

๓. ขนบธรรมเนียมประเพณี

    ขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรมต่างๆ ยึดถือตามประเพณีชาวอีสานเป็นส่วนใหญ่ และนับถือ                  พุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ประชาชนในตำบลนาพึงมีภาษาที่ใช้ในท้องถิ่น คือ ภาษาอิสาน มีความเป็นอยู่แบบเรียบง่ายเอื้ออาทรซึ่งกันและกันและมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมประเพณีตามแบบคนอิสานทั่วไป

๔. การศึกษา

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (๒๕๔๙) รายงานผลการสำรวจข้อมูลระดับตำบลพบว่าประชากรทั้งหมด จบการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี แล้วได้เรียนต่อมัธยมปลาย

๕. การรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ

ส่วนการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ นั้น ตำบลนาพึง มีการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ มีดังนี้

–  กลุ่มส่งเสริมอาชีพ      จำนวน  ๑  กลุ่ม                    สมาชิก  ๑๑    ราย

–  กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร   จำนวน  ๘ กลุ่ม                     สมาชิก  ๒๔๔  ราย

– กลุ่มวิสาหกิจชุมชน      จำนวน  ๓  กลุ่ม                    สมาชิก  ๓๒    ราย

–  กลุ่มยุวเกษตรกร        จำนวน  ๑  กลุ่ม                    สมาชิก  ๑๐    ราย

๖. องค์กรในชุมชน

องค์กร สถาบันต่างๆ จะมีวัตถุประสงค์ และกฎระเบียบตั้งไว้เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกจะทำการคัดเลือกผู้นำหรือคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามระบบมีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกแต่ส่วนใหญ่จะไม่ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ เพราะผู้นำหรือกรรมการไม่ให้ความสำคัญในการดำเนินงานและกิจกรรมที่ตั้งไว้

๗. กองทุน

ทุกหมู่บ้านจะมีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านในลักษณะต่างๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์, กลุ่มสหกรณ์ยาประจำหมู่บ้าน,ร้านกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน,กลุ่มกองทุนหมู่บ้านเงินล้าน

๘. ภูมิปัญญา

ส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่อง สมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ,การจักสานเครื่องมือจับปลา,  เครื่องใช้ประกอบอาชีพการเกษตร

บทที่  ๓

สถานการณ์ชุมชน

 

๓.๑ ปัญหาของชุมชน 

                ๑. ปัญหาของชุมชน

เกษตรกรที่สำรวจร้อยละ ๖๓.๖๔ ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ ปัญหาที่สำคัญประการแรกๆ ได้แก่ ราคาผลผลิตตกต่ำสัดส่วนเท่ากันกับปัญหาต้นทุนการผลิตสูง คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๑๔ ของจำนวนเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพทั้งหมด รองลงมาร้อยละ ๔๒.๘๖ เป็นปัญหาปริมาณผลผลิตต่ำ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอื่นๆ อาทิ ศัตรูพืชรบกวน ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ดินไม่อุดมสมบูรณ์ และผู้รับซื้อ/พ่อค้าเอาเปรียบ เป็นต้น ด้านการครองชีพนั้นมีเกษตรกรที่สำรวจร้อยละ ๖๓.๖๔ ประสบปัญหานี้ ปัญหาในการครองชีพที่สำคัญประการแรกคือ เกษตรกรว่างงานหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๘๖ ของจำนวนเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการครองชีพทั้งหมด รองลงมาเป็นปัญหาเกษตรกรไม่มีอาชีพเสริม มีหนี้สิน/หนี้สินเพิ่มและรายได้น้อยกว่ารายจ่าย เป็นต้น (รายละเอียดตารางที่ ๕-๒)

 

               ๒. ความต้องการของชุมชน

เกษตรกรที่สำรวจร้อยละ ๙๐.๙๑ ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ ในด้านการประกอบอาชีพนั้นประการแรกๆ เกษตรกรต้องการให้รัฐให้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็นสัดส่วนเท่ากันกับให้รัฐประกันราคาผลผลิต/พยุงราคาผลผลิต คือคิดเป็นร้อยละ ๗๐.๐๐ ของจำนวนเกษตรกรที่สำรวจพบว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือทั้งหมด และเกษตรกรที่สำรวจยังมีความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐด้านการประกอบอาชีพอย่างอื่นๆ ที่เหลือ อาทิ ให้รัฐจัดหาปัจจัยการผลิตในราคายุติธรรม และให้รัฐจัดอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ความช่วยเหลือจากรัฐด้านการครองชีพนั้น เกษตรกรต้องการให้รัฐจัดให้มีการอบรม/หาอาชีพเสริม คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๐๐ ของจำนวนเกษตรกรที่สำรวจพบว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือทั้งหมด รองลงมาเป็นความต้องการให้รัฐลดค่าครองชีพ (ค่าไฟฟ้า ประปา น้ำมัน) ปรับปรุงหรือซ่อม/สร้างถนนและปลด/ลดหนี้ให้เกษตรกร ตามลำดับ (รายละเอียดตารางที่ ๕-๒)

ตารางที่ ๓-๑ ปัญหาและความต้องการของเกษตรกร  ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

รายการ  ร้อยละ
ปัญหาในการประกอบอาชีพการเกษตร
 ไม่มี           ๓๖.๓๖
 มี           ๖๓.๖๔
ถ้ามี…ปัญหาด้านการประกอบอาชีพได้แก่
ราคาผลผลิตตกต่ำ           ๕๗.๑๔
ต้นทุนการผลิตสูง           ๕๗.๑๔
ปริมาณผลผลิตต่ำ           ๔๒.๘๖
ศัตรูพืชรบกวน           ๒๘.๕๗
ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์           ๒๘.๕๗
ดินไม่อุดมสมบูรณ์           ๒๘.๕๗
ผู้รับซื้อ/พ่อค้าเอาเปรียบ           ๑๔.๒๙
ขาดแคลนเงินทุน           ๑๔.๒๙
ขาดแคลนแรงงาน           ๑๔.๒๙
การขนส่งผลผลิตไม่สะดวก           ๑๔.๒๙
ปัจจัยการผลิตราคาสูง           ๑๔.๒๙
พืชที่ปลูกได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ           ๑๔.๒๙
ขาดแคลนน้ำ/แหล่งน้ำ           ๑๔.๒๙
ปัญหาด้านการครองชีพและด้านอื่นๆ
ไม่มี           ๓๖.๓๖
 มี           ๖๓.๖๔
ถ้ามีปัญหาด้านการครองชีพฯ ได้แก่
ว่างงานหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว           ๔๒.๘๖
ไม่มีอาชีพเสริม           ๒๘.๕๗
มีหนี้สิน/หนี้สินเพิ่ม           ๒๘.๕๗
รายได้น้อยกว่ารายจ่าย           ๒๘.๕๗
ค่าครองชีพสูง           ๒๘.๕๗
ไม่มีงานทำ           ๑๔.๒๙
แล้งจัด           ๑๔.๒๙
น้ำท่วม           ๑๔.๒๙
การคมนาคมไม่สะดวก           ๑๔.๒๙
ประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ/ไม่ทั่วถึง           ๑๔.๒๙
น้ำเน่าเสีย           ๑๔.๒๙

ตารางที่ ๓-๑ (ต่อ)

รายการ  ร้อยละ
ความต้องการให้ทางราชการเข้ามาส่งเสริมหรือช่วยเหลือ
 ไม่ต้องการ             ๙.๐๙
 ต้องการ           ๙๐.๙๑
ถ้าควรเข้ามาช่วยเหลือ/ส่งเสริมได้แก่
ด้านการประกอบอาชีพ
ให้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน           ๗๐.๐๐
ประกันราคาผลผลิต/พยุงราคาผลผลิต           ๗๐.๐๐
จัดหาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ยา ในราคายุติธรรม           ๕๐.๐๐
จัดอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง           ๔๐.๐๐
จัดหาตลาดจำหน่ายผลผลิต           ๓๐.๐๐
ส่งเสริมและแนะนำเกี่ยวกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ           ๓๐.๐๐
จัดสรรที่ดินทำกิน           ๓๐.๐๐
จัดหา/สร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร           ๓๐.๐๐
ส่งเสริมและแนะนำเกี่ยวกับการปรับปรุงบำรุงดิน           ๒๐.๐๐
ขุดลอก ห้วย หนอง บึง สระ           ๑๐.๐๐
ปรับพื้นที่ไร่/นา ให้สม่ำเสมอ           ๑๐.๐๐
ด้านการครองชีพ
จัดให้มีการอบรม/จัดหาอาชีพเสริม           ๓๐.๐๐
ให้ลดค่าครองชีพ เช่น ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าน้ำมัน           ๒๐.๐๐
ปรับปรุง/ซ่อม/สร้างถนน           ๒๐.๐๐
ปลด/ลดหนี้ให้เกษตรกร           ๑๐.๐๐
ที่มา : จากการสำรวจ , ๒๕๕๑

          ๑. ด้านกายภาพ

            จุดแข็ง

„ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินปรากฎว่าตำบลนาพึงมีพื้นที่ซึ่งควรเป็นเขตป่าไม้ร้อยละ ๙๖.๕๓ ของเนื้อที่ตำบล จำแนกเป็นเขตป่าไม้ตามกฎหมาย ๗๑,๐๒๕ ไร่หรือประมาณร้อยละ ๙๖ ของเนื้อที่ตำบล (อยู่ใน
เขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมด) และอยู่นอกเขตป่าตามกฎหมาย ๔๐ ไร่หรือร้อยละ ๐.๐๕ ของเนื้อที่ตำบล

„มีบริเวณพื้นที่คงสภาพเป็นป่าสมบูรณ์จำนวน ๖๒,๔๖๔ ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ในเขตป่าไม้ตามกฎหมาย หรือเขตคุ้มครองสภาพป่าจำนวน ๖๒,๔๒๔ ไร่หรือร้อยละ ๘๔.๗๙ ของเนื้อที่ตำบล สำหรับพื้นป่าไม้ที่อยู่นอกเขตป่าไม้ตามกฎหมายจำนวน ๔๐ ไร่หรือร้อยละ ๐.๑๑ ของเนื้อที่ตำบลนั้นคงสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ทั้งหมด

„ มีสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเกษตร จากผลการวิเคราะห์ของส่วนวางแผน
การใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่าดินและสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมทางกายภาพปานกลางสำหรับการทำการเกษตรประมาณ ๑,๙๐๐ ไร่หรือร้อยละ ๒.๖๐ ของเนื้อที่ตำบล

„ มีแหล่งน้ำธรรมชาติมากถึง ๑๑ สาย เช่น ลำน้ำพึง ลำน้ำหูและลำน้ำห้วยเหมืองที่เกษตรกรสามารถนำน้ำมาใช้ในการทำการเกษตร และยังมีแหล่งน้ำที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ลำห้วยโป่งค่าง ลำห้วยนา ห้วยเซิม เป็นต้น

„ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ ภูขัด น้ำตกตาดหมี น้ำตกตาดไฮ น้ำตกปูลู และถ้ำผากอง

จุดอ่อน

„ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันและอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๙๐๐ เมตร ทำให้มีพื้นที่ราบซึ่งเหมาะสมกับการเพาะปลูกพืชน้อยกว่าร้อยละ ๕ ของพื้นที่ตำบล

„  จากการสำรวจของส่วนสำรวจจำแนกดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินพบว่าตำบลนาพึงมีสภาพดินที่เป็นปัญหาต่อการเกษตร คือเป็นพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อนประมาณร้อยละ ๙๔ ของเนื้อที่ตำบล

„  สภาพดินทำการเกษตรบางส่วนขาดแคลนแร่ธาตุอาหารเพราะเกษตรกรขาดความรู้ในการปรับปรุงดิน มีพื้นที่ซึ่งดินไม่อุดมสมบูรณ์นักโดยจัดว่าควรเป็นเขตทุ่งหญ้า/ไม้ยืนต้นจำนวน ๑๘ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๐๒ ของเนื้อที่ตำบล

„  ส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินพบว่ามีบริเวณพื้นที่ป่าไม้น้อยกว่าพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย คือมีประมาณร้อยละ ๘๙ ของเนื้อที่ตำบล
ในสัดส่วนดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์มากถึงประมาณร้อยละ ๘๕ ของเนื้อที่ตำบล
ที่เหลือมีสภาพเป็นป่าผลัดใบรอการฟื้นฟูเนื่องจากมีสภาพเสื่อมโทรม

„  แหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ลำน้ำพึง ลำน้ำหูและลำน้ำเหมืองตื้นเขินใช้ในด้านการเกษตร
ได้เฉพาะพื้นที่ทำนาเท่านั้น

„  พื้นที่ตำบลเป็นพื้นที่สูงเพราะเป็นภูเขาส่วนใหญ่ยากแก่การนำน้ำมาใช้ในการเกษตร

  • ประชาชนขาดความตระหนักในเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

    โอกาส

„  กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมให้ความช่วยเหลือในเรื่องการฝึกอบรมประชาชนและบุคลากรในการรักษาสิ่งแวดล้อม

„  องค์การบริหารส่วนตำบลสนับสนุนงบประมาณในโครงการขุดลอกแหล่งน้ำที่ตื้นเขิน

  • รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีนโยบายแก้ไขฟื้นฟูระบบนิเวศน์ อาทิ มีโครงการ

สนับสนุนการปลูกยางพาราและปลูกป่าทดแทน

            อุปสรรค

„  ในฤดูฝนเกิดปัญหาน้ำป่าไหลบ่าท่วมขังในพื้นที่ทำการเกษตรเป็นประจำทุกปี

  • ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน วิเคราะห์ได้ว่า

พื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายซึ่งเป็นเขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมดนั้นควรเป็นเขตฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใต้เงื่อนไข เพราะมีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากถูกบุกรุกประมาณร้อยละ ๑๒ ของเนื้อที่ตำบล สาเหตุจากเกษตรกรตัดไม้ทำลายป่าเพื่อจับจองเป็นที่ทำกินและยังมีการทำไร่เลื่อนลอยโดยวิธีการเตรียมดินด้วยการเผาป่า

„  ขาดการปลูกป่าทดแทนส่วนที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

„  การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดประจำทุกปีต้องใช้ระยะเวลายาวนานและใช้งบประมาณสูงและต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

          ๓. ด้านเศรษฐกิจ

            จุดแข็ง

„  ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน วิเคราะห์ว่าพื้นที่ควรใช้ทำการเกษตรของตำบลมีจำนวน ๑,๙๑๖ ไร่หรือร้อยละ ๒.๖๐ ของเนื้อที่ตำบล โดยมีสภาพดินเป็นดินร่วนปนทรายแป้งที่ดอนและดินร่วนปนทรายที่ลุ่มเป็นส่วนใหญ่ จำแนกได้เป็นเขตทำการเกษตรแบบก้าวหน้าร้อยละ ๒.๕๘ ของเนื้อที่ตำบล ส่วนที่เหลือเหมาะสมเพียงเล็กน้อยจึงเป็นเขตทุ่งหญ้า/ไม้ยืนต้นร้อยละ ๐.๐๒ ของเนื้อที่ตำบล

                       „  พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่ควรใช้ปลูกข้าวนาปีและพืชไร่เพราะจากการวิเคราะห์ชั้นความเหมาะสม ของที่ดินสำหรับการปลูกพืชในเขตน้ำฝนโดยส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่า พื้นที่ของตำบลนาพึงเหมาะสมปานกลางสำหรับการปลูกข้าวนาปีนาดำและพืชไร่ (ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และขิง) ๑,๘๑๒ ไร่และ ๔๑๓ ไร่ ตามลำดับ

„  ตำบลนาพึงมีเขตพื้นที่เหมาะสมสำหรับทำการเกษตรมากเป็นอันดับสองของอำเภอนาแห้วส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ วิเคราะห์พบว่าสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมสำหรับการทำการเกษตรที่มีประมาณ ๑,๙๒๐ ไร่หรือร้อยละ ๒.๖๐ ของเนื้อที่ตำบลนั้นเหมาะสมปานกลางสำหรับการทำเกษตรกรรมแบบก้าวหน้าประมาณ ๑,๙๑๐ ไร่หรือร้อยละ ๒.๕๙๘ ของเนื้อที่ตำบล จำแนกได้ว่าควรใช้เป็นเขตทำนา เขตปลูกพืชไร่และเขตปลูกไม้ผล/พืชผัก ๑,๔๐๔ ๔๕๙ และ ๓๕ ไร่ ตามลำดับ ที่เหลือ ๑๘ ไร่หรือร้อยละ ๐.๐๒ ของเนื้อที่ตำบลควรเป็นทุ่งหญ้าและปลูกไม้ยืนต้น

„  เกษตรกรมีความรู้และประสบการณ์เพาะปลูกพืชและโดยเฉพาะการเลี้ยงสัตว์ เช่น โค-กระบือเพราะพบว่ามีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ได้มาตรฐานของกรมปศุสัตว์ที่ตำบลนี้ ๑ ฟาร์ม คือ ฟาร์มโคเนื้อ

„  มีผลผลิตทางการเกษตรมากมายหลายชนิดเพราะสามารถผลิตพืชได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งโดยเกษตรกรสามารถปลูกพืชได้มากกว่า ๑ ชนิด ในรอบปีเช่นข้าวนั้นเกษตรกรปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง

„  มีการเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรและสร้างงาน/เพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยมีการแปรรูปผลผลผลิตทางการเกษตรมากมายหลายชนิด

จุดอ่อน

„       ผลการวิเคราะห์ชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการปลูกพืชในเขตน้ำฝนโดยส่วนวางแผน การใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่า พื้นที่ของตำบลนาพึงมีความเหมาะสมเล็กน้อยสำหรับการปลูกพืชไร่ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และขิงจำนวน ๑,๖๙๔ ไร่

„      ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน วิเคราะห์ว่าพื้นที่ควรใช้ทำการเกษตรของตำบลมีเพียงประมาณร้อยละ ๓ ของเนื้อที่ตำบล เพราะพื้นที่
ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่มีความลาดชันสูงไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร มีพื้นที่ราบเป็นส่วนน้อย เมื่อเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่มีความลาดชันมาทำการเกษตรจะต้องมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำควบคู่ไปด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหน้าดินถูกชะล้าง/พังทลาย

„      มีสภาพพื้นที่ซึ่งดินและสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมทางกายภาพเพียงเล็กน้อยสำหรับการทำเป็นเขตทุ่งหญ้าและไม้ยืนต้นเพียง ๑๘ ไร่หรือร้อยละ ๐.๐๒ ของเนื้อที่ตำบลประกอบกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลเป็นเขตป่าสงวนและเป็นพื้นที่สูง ดังนั้นถ้าเกษตรกรนำพื้นที่ดังกล่าวซึ่งมีสภาพเป็นพื้นที่สูงมาทำการเกษตรจะทำให้เกษตรกรต้องลงทุนสูงในการปรับปรุงพื้นที่ ตลอดจนปรับปรุงบำรุงดินและ/หรือฟื้นฟูสภาพดินเสื่อมโทรมเมื่อนำมาเพาะปลูกพืชให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งยังต้องจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเข้มงวด

„      ขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่ตำบลส่วนใหญ่หรือประมาณร้อยละ ๙๐ อยู่ในเขตป่าสงวน ทำให้เกษตรกรเกิดปัญหาความไม่มั่นคงในการประกอบอาชีพและปัญหาความยากจน เนื่องจากไม่มีหลักประกันการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ

„  ปริมาณผลผลิตหม่อนต่ำ เกิดจากเกษตรกรขาดความรู้ในการปรับปรุงดิน

„  เกษตรกรขาดความรู้เรื่องการปลูกพืชบนพื้นที่ลาดชัน ทำให้เกิดปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน มีการชะล้างพังทลายหน้าดิน

„  ไม่มีสภาพพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงสัตว์ทั้งที่เกษตรกรมีความชำนาญในการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะโคเนื้อและกระบือเพราะมีพื้นที่เหมาะสมเป็นทุ่งหญ้าเพียง ๑๘ ไร่หรือร้อยละ ๐.๐๒ ของเนื้อที่ตำบล

„  โค มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำและมีต้นทุนการผลิตสูง เพราะขาดแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์
เมล็ดพันธุ์หญ้าพันธุ์ดี ขาดความรู้เรื่องการใช้เวชภัณฑ์และสุขาภิบาลสัตว์

„  มีสารพิษตกค้างในพืชผัก เพราะเกษตรกรใช้สารเคมีปริมาณมากและขาดความรู้ในการใช้สารเคมีที่ถูกต้อง

„  เกษตรกรขาดการพัฒนาการบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปเพราะขาดเทคโนโลยีในการผลิต ขาดการต่อยอดและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและขาดความรู้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์

„  ตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ. ๑) ประชากรทั้งหมดประมาณร้อยละ ๕๙.๐๐ ของในตำบลนาพึง มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทต่อปีต่อคน ส่วนที่เหลือมีประมาณร้อยละ ๔๑.๐๐ มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์

„  เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการวางแผนการผลิตโดยการผลิตสินค้าตามกันทำให้มีปริมาณผลผลิตเกินความต้องการของตลาด

„  ขาดระบบการจัดการน้ำชลประทานที่ดี ต้องอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติทำการเกษตร ปริมาณผลผลิตที่ได้รับจึงต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน

„  พื้นที่ทำกินมีน้อยเพราะสภาพพื้นที่ตำบลส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่สูง

„  ผลผลิตเกษตรมีปริมาณไม่มากนัก เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยและเกษตรกรไม่มีทุน
เพียงพอที่จะทำการเกษตร

„  เกษตรกรใช้ต้นทุนในการผลิตสูงทั้งค่าปุ๋ย ค่าสารเคมี (ยาปราบวัชพืชและกำจัดศัตรูพืช) และน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นต้น

„  ประชาชนยังยึดอาชีพทำการเกษตรแบบเดิม ไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

„  การลำเลียงพืชผลการเกษตรต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเพราะอยู่ห่างไกลจากแหล่งรับซื้อ

โอกาส

„  นโยบายของรัฐบาลให้ไทยเป็นครัวของโลก

„  พืชเศรษฐกิจของตำบลคือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์อีกทั้งเป็นพืชพลังงานทดแทน

„  นโยบายของรัฐบาลเพิ่มวิธีทางการค้า การส่งเสริมค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมีบทบาทยิ่งขึ้น

„  รัฐและองค์กรในท้องถิ่นมีนโยบายสนับสนุนให้มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี และมีการจัดฝึกอบรม/ดูงานโรงปุ๋ยชีวภาพ จัดซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด เพื่อลดค่าใช้จ่าย ค่าปุ๋ยเคมีและช่วยปรับปรุงบำรุงดิน

„  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีแผนพัฒนาการเกษตรของตำบล ในปีพ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๓ ซึ่งร่วมมือกับองค์กรในตำบลเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกรรวม
๔ แผนงานด้วยกัน ได้แก่ แผนงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโค-กระบือ โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยและการใช้น้ำสกัดชีวภาพ โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โครงการฝึกกรีดยางพารา แผนการส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง โครงการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ โครงการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพหม่อนไหมและโครงการเลี้ยงปลาในบ่อดิน แผนการลงทุน ได้แก่ โครงการจัดตั้งกองทุนยาสัตว์ โครงการแปรรูปถนอมอาหารเพิ่มผลผลิต แผนงานพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการปล่อยปลาในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์และการปลูกยางพาราในพื้นที่ลาดชัน

            อุปสรรค

„      จากการที่รัฐมีนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรโดยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาจำแนกเป็นเขตปฏิรูปที่ดินบางส่วนเพื่อมอบให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินโดยเร่งด่วน แต่เนื่องจากเขตฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใต้เงื่อนไขที่มีเนื้อที่ประมาณ ๘,๖๐๐ ไร่นั้นอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์แม้จะมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมแต่ไม่สามารถนำมาปฏิรูปได้เพราะมีกฎหมายห้ามดำเนินการใดๆ กับพื้นที่นี้ โดยให้เก็บรักษาไว้เป็น
เขตป่าอนุรักษ์ดังเดิม

„  การผลิตของเกษตรกรต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงในการเตรียมดินจึงทำให้มีต้นทุนการผลิตสูงตลอดจนค่าปุ๋ยเคมีและค่าสารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชและปราบวัชพืช

„  มีโรคพืชและแมลงศัตรูพืชระบาดโดยเฉพาะในนาข้าว อีกทั้งเกษตรกรขาดระบบป้องกันที่ดีในการจัดการ

„  พื้นที่ทำการเกษตรเป็นพื้นที่สูงทำให้มีข้อจำกัดในการเลือกชนิดพืชที่ปลูก และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรสูงกว่าพื้นที่ราบ

„  พ่อค้าคนกลางเอารัดเอาเปรียบด้านราคาผลผลิต ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นรายย่อยทำให้เกษตรกรได้รับราคาผลผลิตต่ำ

„  ไม่มีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรเพียงพอและไม่มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรล่วงหน้า

„  ราคาผลผลิตการเกษตรโดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน ขึ้นอยู่กับตลาดโลกและตลาดภูมิภาค การแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจึงทำได้ลำบาก

„  มีการกีดกันทางการค้า เช่น สุขอนามัย สิทธิมนุษยชน

„  ขาดการลงทุนจากภาคอุตสาหกรรมจากภายนอก

         ๔. ด้านสังคม

            จุดแข็ง

„  มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามแบบชาวอีสาน ยึดถือปฏิบัติที่สืบเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันปฏิบัติเป็นประจำทุกปี

„  ประชาชนนับถือพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ในทุกวันพระชาวบ้านจะพากันไปร่วมทำบุญที่วัด และร่วมกันพัฒนาตามสถานที่ต่างๆ หลังจากนั้นก็จะพบปะ พูดคุยและกินข้าวร่วมกัน

„  มีโบราณสถานที่เก่าแก่ จารึกเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของบรรพบุรุษให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านนาพึง หมู่ที่ ๑

„  ประชาชนส่วนใหญ่จบการศึกษาภาคบังคับ

„  เกษตรกรมีความมั่นคงด้านอาหารเนื่องจากบริโภคข้าวที่สามารถผลิตได้เองเป็นหลัก

„  มีการรวมกลุ่มของประชาชนหลายประเภท เช่นกลุ่มอาชีพ/กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่ กลุ่มทำไวน์กระชายดำและกลุ่มสมุนไพรพื้นเมือง เป็นต้น และบางกลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ๔ กลุ่ม และจำแนกได้ ๑ ประเภท

„  มีสินค้า OTOP ประจำตำบลนาพึงที่ทำชื่อเสียงและรายได้ให้แก่ตำบลได้แก่ ไวน์กระชายดำและยาดองของกลุ่มเกษตรกรทำนาตำบลนาพึง (สาขา ๓) กล้วยอบเนยและเครื่องดื่มสมุนไพรของกลุ่มแม่บ้านนาพึงพัฒนา หมู่ที่ ๑ เป็นต้น

จุดอ่อน

„  ขาดเอกภาพในการพัฒนาเรื่องการศึกษาอย่างเป็นระบบ

„  เด็กยากจนขาดโอกาสในการศึกษาต่อ

„  ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูด้านการศาสนา และวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

„  ประชาชนว่างงานหลังฤดูเก็บเกี่ยว

„  ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำทั้งมีรายจ่ายมากกว่ารายได้

„  กลุ่มอาชีพขาดเงินอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง

            โอกาส

„  รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ การบริหาร บุคลากรทางการศึกษา

„  รัฐมีนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน

    อุปสรรค

„  ปัญหาภัยยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของท้องถิ่นและประเทศชาติ เพราะทำให้สังคมและคุณภาพชีวิตเสื่อมลง

„  ความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรมและบริการในเมืองใหญ่ทำให้เกิดการอพยพแรงงาน

„  อิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมตะวันตกที่ไม่ดี ส่งผลกระทบต่อค่านิยมและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

บทที่  ๔

การสังเคราะห์ข้อมูล

 

๑.   ประวัติการประกอบอาชีพของชุมชน

การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ของเกษตรกรตำบลนามาลา ประกอบอาชีพทางการเกษตร  ซึ่งมีทั้งการผลิตพืช   ข้าว   ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  มันสำปะหลัง  ขิง การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม    และการผลิตสัตว์    ได้แก่    สัตว์ปีก    โคเนื้อ    เป็นต้น     ซึ่งต้องอาศัยพึ่งธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักมีสภาวะแวดล้อมไม่ปกติ    การจะเพิ่มหรือเร่งผลผลิตให้มีการเจริญเติบโตมากขึ้นหรือให้ได้ตามเกณฑ์ที่ผู้รับซื้อกำหนดและเพื่อให้ทันต่อช่วงที่มีการเปิดตลาดรับซื้อก็จำเป็นต้องเพิ่มวัตถุดิบ    หรือต้นทุนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต    จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดเงินทุน    เพื่อใช้ในการลงทุนปลูกพืชในแต่ละปีเกษตรกรจะประสบปัญหาราคารับซื้อไม่แน่นอนต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อความไม่คุ้มทุน     ตลอดจนการรวมกลุ่มอาชีพในเขตพื้นที่ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี    ผลผลิตที่กลุ่มทำออกขายสู่ท้องตลาดไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางหรือขาดการส่งเสริมด้านการตลาดในอาชีพแต่ละด้านจึงเกิดความไม่มั่นคงถาวรของกลุ่ม    เกษตรกรส่วนใหญ่ได้กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้มาลงทุนโดยผิตวัตถุประสงค์   จึงเกิดปัญหามีหนี้สินค้างคาตลอดทุกปี

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรขึ้น โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นการจัดการแรงงานในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังลดปัญหาการเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ

๒.   ลักษณะการผลิต เทคนิค การผลิต  ระบบ

ตามลักษณะการผลิตที่ผ่านมา    เพื่อเปรียบเทียบกับการผลิตในปัจจุบันการผลิตได้เปลี่ยนแปลงขึ้นเป็นลำดับ   พอสรุปได้ดังนี้

๒.๑  มีการผลิตพืชและสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันและเกื้อกูล    ซึ่งกันและกันตามแบบเกษตรผสมผสาน

๒.๒  มีการใช้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์    พันธุ์ดี    ที่ทางการส่งเสริมและตลาดมีความต้องการสูงและให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงแทนการใช้พันธุ์พื้นเมือง

๒.๓  มีการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตมากขึ้น

๒.๔  มีการผลิตพืชและสัตว์ในลักษณะครบวงจรมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน

๒.๕  มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคาหรือ    เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนหรือผลผลิตไม่มีออกสู่ตลาด

๓.  ปัจจัย / เงื่อนไขในการผลิต / ผลตอบแทนที่ได้

ปัจจัยการผลิต   ประกอบด้วยทรัพยากรที่ดิน     ทุน   แรงงาน    และการจัดการ  (ภูมิปัญญาท้องถิ่น)   ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา    เกษตรกรตำบลนามาลา    มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่และผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่าการลงทุน   ซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดเกี่ยวกับการผลิต   ดังนี้

๓.๑  ขาดที่ดินทำกินจำเป็นต้องบุกรุกป่าสงวน    ทำให้เกษตรกรไม่มีความคำนึงถึงเรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน    ทำให้ดินเสื่อมโทรม

๓.๒  เกษตรกรขาดพันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    และไม่การปรับปรุงบำรุงพันธุ์    มีการใช้พันธุ์เดิมติดต่อกันหลายปี   เช่น   ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว   ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่อไร่ต่ำ    คุณภาพข้าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาด    ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน

๓.๓  มีการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกมากขึ้น   เช่น   การใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช     มีการจ้างแรงงานดานการเกษตรจากภายนอกและการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาทดแทนแรงงานจากสัตว์    ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง

๓.๔  ทุนในการดำเนินการผลิต    มีอยู่อย่างจำกัด    ต้องกู้เงินจาก   ธกส.  สหกรณ์   เป็นส่วนใหญ่และเกษตรกรบางรายต้องกู้เงินจากภาคเอกชนในการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร   ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินมาก

๓.๕  ขาดการรวมกลุ่มผู้ผลิตทำให้ขาดอำนาจในการต่อรองทางด้านราคา

๔.  กลยุทธทางเลือก

๔.๑  แผนการผลิต   เป็นผลิตถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกรในชุมชนตำบลนาพึง  เช่น   ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้พันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    การป้องกันกำจัดศัตรูพืช  การแปรรูป   และการรณรงค์ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด

๔.๒  แผนธุรกิจชุมชน

–   ส่งเสริมให้มีการประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีงานทำตลอดปี

–  ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มอาชีพและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

–  ส่งเสริมให้มีออมในกลุ่มอาชีพ

–  สร้างความตระหนักให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง    สามารถพึ่งพาตนเองได้   โดยลดการพึ่งพาปัจจัย

การผลิตจากภายนอก    มุ่งเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น

๔.๓  แผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

–  ให้เกษตรกรในชุมชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่อยู่ในชุมชน

–  ส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์   ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน

–  ส่งเสริมการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีการผสมผสาน

บทที่  ๕

แนวทางการพัฒนาชุมชน

 ๕.๑ แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล

          ๕.๑.๑ แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี

                   ๑. โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

                   ๒. โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

๓. โครงการฝึกอบรมการเปิดกรีดยางพารา

๔. โครงการทำยางแผ่นคุณภาพ

๕.๑.๒ แผนการลงทุน

๑. โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและ

บรรจุภัณฑ์

๒. โครงการการจัดทำข้อมูลพื้นฐานการเกษตร

๓. โครงการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนามาลา

๔. โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๕.๑.๓ แผนพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

๑. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา

๓. สรุปแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล (แผน ๓ ปี)

แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๑.แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี ๑. โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้การใช้สารธรรมชาติป้องกันกำจัดศัตรูพืช๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต

๓. เพื่อรักษาความสมดุลทาง

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๑. ฝึกอบรมเกษตรกร จำนนวน ๒๕ ราย๒.สนับสนุนอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ เกษตรกรมีความรู้และลดการใช้สารเคมี
๒. โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง ๑. เพื่อลดการใช้น้ำในฤดูแล้ง๒. เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ๑. ประชุมชี้แจง๒. ถ่ายทอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๔๐,๕๐๐  -  - ๑.ดินมีสภาพดีขึ้น๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๓. โครงการการฝึกอบรมกรีดยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้สามารถกรีดยางได้อย่างถูกต้อง๒. เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อไปได้ ๑. ประชุมชี้แจง๒. ฝึกอบรมปฏิบัติการกรีดยาง ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๗๔,๔๐๐ ๗๔,๔๐๐ ๗๔,๔๐๐ ๑. เกษตรกรสามารถกรีดยางพาราได้อย่างถูกต้อง๒. ต้นยางที่เปิดกรีดให้ผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ
๔. โครงการทำยางแผ่นคุณภาพ ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร ๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๑. เกษตรกรสามารถผลิตยางแผ่นคุณภาพได้
๒. แผนการลงทุน ๑. โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์ ๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ๑. ประชุมชี้แจงโครงการ๒. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๓๐,๙๐๐  -  - ๑. สามารถผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน๒. สร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน
๒. โครงการการจัดทำข้อมูลพื้นฐานการเกษตร ๑. เพื่อให้ได้ข้อมูลการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมงที่มีความถูกต้อง ๑. ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บข้อมูล

๒. รับสมัครอาสาจัดเก็บข้อมูล

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจกับอาสา

๔.สัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๑๙,๐๐๐ ๑๙,๐๐๐ ๑๙,๐๐๐ ๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช เลี้ยงสัตว์๒. มีฐานข้อมูลของการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ประจำปี
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๕. วิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์      
๓. โครงการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา ๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯเพื่อเสนอของบประมาณ๒. เพื่อพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาระดับตำบล ๑. จัดประชุมคณะ กรรมการศูนย์ฯ ๑๒ ครั้ง ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๑๙,๒๐๐ ๑๙,๒๐๐ ๑๙,๒๐๐ ๑. คณะกรรมการศูนย์มีการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง๒. ได้แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล
๑. โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา ๑. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร๒. เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตร

๓. เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตร

๑. จัดซื้อวัสดุศูนย์ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๓,๘๐๐ ๓,๘๐๐ ๓,๘๐๐ ๑. มีศูนย์ข้อมูล ประสานงาน ข่าวสารบริการด้านการเกษตร
๓. แผนพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ๑. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน๒. เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร

๓. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย

๑. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา๒. สนับสนุนพันธุ์ยางพารา และปุ๋ย ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๑. เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

๓. มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น

บทที่ ๖

รูปแบบการเขียนโครงการ/กิจกรรม

 ๑. ชื่อโครงการ    : การจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานการเกษตร ปี ๒๕๕๖

๒. หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรนับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อนำไปใช้ในการบริการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเกิดภัยพิบัติ  ผลผลิตการเกษตรราคาตกต่ำ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆ  ซึ่งระบบการจัดเก็บจะใช้กระบวนการที่มีส่วนร่วมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลและชุมชนเป็นผู้จัดเก็บ และจัดทำข้อมูลระดับหมู่บ้าน/ตำบล ตลอดจนจัดทำทะเบียนเกษตรกรทุกครัวเรือนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความทันสมัย  ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และข้อมูลทะเบียนเกษตรในการปฏิบัติงานมากขึ้น  การจัดเก็บและการจัดทำข้อมูลจะต้องเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและชุมชนเป็นช่องทาง ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และเป็นที่ยอมรับของชุมชน

๓. วัตถุประสงค์ :

๑. เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาการผลิตและการตลาด

๒. เพื่อให้ทราบภาวการณ์ผลิตพืช  สัตว์  ประมง  และอื่นๆ

๓. เพื่อเป็นข้อมูลใช้ในการตรวจสอบการช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีเกิดภัยพิบัติ

๔. เป้าหมาย :  ครัวเรือนเกษตรกร  หมู่ที่ ๑-๘  ตำบลนาพึง  จำนวน ๔๖๘  ครัวเรือน

๕. วิธีดำเนินการ

๑. ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรทุกหมู่บ้าน ถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน

๒. รับสมัครอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ,อาสาสมัครเกษตร  ,เกษตรหมู่บ้าน

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ในเรื่องแบบสอบถาม  วิธีการสัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๔. ออกสัมภาษณ์ข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำอำเภอ  (เกษตรตำบล) เป็นที่ปรึกษา

๕. วิเคราะห์ข้อมูล จัดหมวดหมู่ นำเผยแพร่และใช้ประโยชน์สถานที่ดำเนินการ

๖. ระยะเวลาดำเนินการ ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ : ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง  ม.๑  ตำบลนาพึง          อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ

๑. การฝึกอบรม  จำนวน ๑ รุ่น จำนวน ๔๐ คน ๑ วัน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๔๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท                           เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๔๐ คนๆ ละ ๒๐ บาท                 เป็นเงิน    ๘๐๐ บาท

๑.๓ ค่าเตรียมสถานที่และเครื่องเสียงใช้ฝึกอบรม ๑ รุ่น                  เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท

๑.๔ ค่าพาหนะผู้เข้าร่วมอบรมเหมาจ่าย ๔๐ คน                         เป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท

๒. ค่าจัดทำเอกสาร อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

๒.๑ แบบฟอร์มการจัดเก็บ  ๔๖๘   ชุดๆ ละ ๑๐ บาท                  เป็นเงิน ๔,๖๘๐ บาท

๒.๒ กระเป๋าพลาสติกเพื่อใส่เอกสาร ๔๐ ใบๆ ละ ๔๐ บาท             เป็นเงิน ๑,๖๐๐ บาท

๒.๓ ปากกา  ๔๐  ด้ามๆ ละ ๖  บาท                                    เป็นเงิน  ๒๔๐  บาท

๓. ค่าจัดเก็บข้อมูล  ๔๖๘  ครัวเรือนๆ ละ ๑๐ บาท                          เป็นเงิน  ๔,๖๘๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๙,๐๐๐บาท (หนึ่งหมื่นเก้าพันบาทถ้วน)

๙. ผลคาดว่าจะได้รับ :

๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์การประมงในหมู่บ้าน ตำบล

๒. มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์และทันสมัย

๓. มีข้อมูลที่บูรณาการยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

๔. สามารถใช้วางแผนการพัฒนาตำบลหรือให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและทันเวลา

๑. ชื่อโครงการ  โครงการจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนาพึง

๒. หลักการและเหตุผล

ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๒๓ง วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้ถ่ายโอนภารกิจด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต และด้านวางแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ดำเนินการโดยใช้ศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เป็นศูนย์กลาง  ดำเนินงานด้านการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต ในชุมชนซึ่งมีคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ร่วมกับเลขานุการศูนย์ฯ  ทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยดำเนินการในลักษณะบูรณาการระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนาอาชีพในตำบล โดยยึดถือมติประชาวิจารณ์ของชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงาน

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาตำบล และการเสนอของบประมาณสนับสนุนแผน

๒. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาดำเนินงาน ตามที่หน่วยงานต้นสังกัด สั่งการให้ศูนย์ฯ ดำเนินการ

๓. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล พิจาณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ต่าง ๆ

๔. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ดำเนินการสำรวจข้อมูลพื้นฐานในตำบลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับผลการจัดทำเวทีชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล

๔. เป้าหมาย     คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

จำนวน ๑๖  คน

๕. วิธีดำเนินการ

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จำนวนวน ๑๖  คน เดือนละ  ๑  ครั้ง รวม  ๑๒  ครั้ง เพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานบริหารและพัฒนาการเกษตรในตำบลให้พัฒนายิ่งขึ้น

๖. ระยะเวลาดำเนินการ ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ 

–  ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนาพึง  จำนวน ๑๖ คน ๆละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๑๒ ครั้ง                 เป็นเงิน  ๑๙,๒๐๐บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๙,๒๐๐  บาท (หนึ่งหมื่นเก้าพันสองร้อยบาทถ้วน)

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จะมีการประชุมเดือน   ละ ๑ ครั้ง เพื่อ เสนอปัญหาและพิจาณาแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์ฯ

๒. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง จะได้ทำข้อเสนอจากการจัดเวทีประชาวิจารณ์ด้านการเกษตร มาเพื่อพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นแผนพัฒนาตำบล

๓. การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน การสำรวจข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆของตำบลจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง เพราะคณะกรรมการศูนย์ฯ คือ บุคคลที่ถูกคัดเลือกมาจากทุกหมู่บ้านในตำบล

๑. ชื่อโครงการ  โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๒. หลักการและเหตุผล 

ด้วยกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้ทุกอำเภอมีการจัดตั้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยี การเกษตรในทุกตำบลเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานและถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร , ปศุสัตว์ , ประมงและกลุ่มสถาบันเกษตรอื่น ๆ ให้แก่ชุมชน ดังนั้น เพื่อให้การบริการด้านการเกษตรแก่ชุมชนบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐานและการตกแต่งภายในอาคารศูนย์ให้เป็นระเบียบและสวยงามเหมาะสมกับการเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้วิชาชีพไปสู่ชุมชน

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

๒. เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและบริการข่าวสารด้านการเกษตรแต่ละสาขาอาชีพ

๓. เพิ่มเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตร

๔. เป้าหมาย       ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง ม. ๑ ตำบลนาพึง
อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๕. วิธีดำเนินกา

– จัดซื้อวัสดุและปรับปรุงข้อมูลศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๖. ระยะเวลาดำเนินการ             ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ      ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง  หมู่ที่ ๑  ตำบลนาพึง
อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ 

          ๑. สมุดเบอร์ ๒ จำนวน ๒๔ เล่ม ๆ ละ ๓๐ บาท                              เป็นเงิน   ๗๒๐  บาท

๒. ปากกาลูกลื่น(คละสี) จำนวน ๕๐ ด้ามๆ ละ ๖  บาท                     เป็นเงิน   ๒๕๐  บาท

๓. แล็คซีน  ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน   ๔  ม้วนๆ ละ ๖๐ บาท                 เป็นเงิน   ๒๔๐  บาท

๔. กระดาษถ่ายเอกสาร A๔   จำนวน ๘ ริม ๆ ละ ๑๑๐  บาท             เป็นเงิน   ๘๘๐  บาท

๕. กระดาษปกสี  จำนวน ๔ ริมๆ ละ ๑๒๐ บาท                            เป็นเงิน   ๔๖๐  บาท

๖. กระดาษโรเนียว  จำนวน  ๓  ริม ๆ ละ ๙๐  บาท                        เป็นเงิน    ๒๗๐ บาท

๗. CD – RW  จำนวน  ๕๐  แผ่น ๆ ละ  ๕  บาท                          เป็นเงิน    ๒๕๐ บาท

๘. แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด    จำนวน  ๑๐  แผ่น ๆ ละ ๔๐                     เป็นเงิน    ๔๐๐ บาท

๙. ปากกาลบความผิด  จำนวน  ๒  ด้าม ๆ ละ  ๖๕  บาท                 เป็นเงิน    ๑๓๐ บาท

๑๐. กระดาษสติกเกอร์สี  จำนวน  ๕  แผ่น ๆ ละ  ๔๐  บาท              เป็นเงิน    ๒๐๐ บาท

รวมเป็นเงิน  ๓,๘๐๐  บาท (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน)

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นศูนย์ประส่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๒. เป็นศูนย์ข้อมูลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๓. เป็นเวทีชุมชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๔. เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาพึง

๑. ชื่อโครงการ    โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลิตทางการเกษตร

และบรรจุภัณฑ์

๒. หลักการและเหตุผล    เนื่องจากในตำบลนาพึงมีการรวมกลุ่มกัน เพื่อประกอบอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนหลายชนิดที่ต้องการพัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์  และมาตรฐานของสินค้า  เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน

๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย

๓. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สินค้า

แปรรูปของวิสาหกิจชุมชน

๔. เป้าหมาย   ม. ๔  ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  เกษตรกร  ๑๐  คน

๕. วิธีดำเนินการ

๑.  ประชุมชี้แจงโครงการ ๑ ครั้ง  จำนวน   ๑๐   คน

๒.  ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์  ๑ ครั้ง

๓.  ดำเนินการขอรับรองมาตรฐานสินค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๖. ระยะเวลาดำเนินการ 

          ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ     วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาท่อน  หมู่ที่ ๔  ตำบลนาพึง

อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ

  1. อบรมชี้แจงโครงการ ๑  ครั้ง  จำนวน  ๑๐  คน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๑๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท  จำนวน ๑มื้อ           เป็นเงิน    ๕๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๑๐ คนๆละ ๒๐ บาท จำนวน ๒ มื้อ  เป็นเงิน    ๔๐๐ บาท

  1. ค่าสติกเกอร์ติดถุงบรรจุภัณฑ์ อันละ  ๕  บาท   จำนวน  ๓,๐๐๐ อัน      เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท

๒.๑ ค่าถุงกระดาษหิ้ว   ถุงละ   ๑๐    บาท  จำนวน  ๑,๕๐๐  บาท   เป็นเงิน  ๑๕,๐๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน ๓๐,๙๐๐ บาท (สามหมื่นเก้าร้อยบาทถ้วน)

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสินค้าแปรรูปให้ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของลูกค้าในท้องถิ่นและตลาดทั่วไป

๒. เป็นการสร้างรายได้เสริมแก่ครัวเรือน

๑. ชื่อโครงการ  การผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

๒. หลักการและเหตุผล    ปัจจุบันในการทำการเกษตร  เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชกันมาก  ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติให้เกษตรกรหันมารู้จักผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์  ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเองมากขึ้น

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกัน
กำจัดแมลงศัตรูพืช
๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต
๓. เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นอาชีพเสริมกับเกษตรกร

๔. เป้าหมาย     เกษตรกร  จำนวน  ๒๕  ราย

๕. วิธีดำเนินการ

๑. ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ
จำนวน ๑ กลุ่มๆ ละ  ๒๕  ราย  จำนวน  ๑  วัน

๒. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ  จำนวน  ๒๕  ราย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ  ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ     ม. ๒  ตำบลนาพึง  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ

๑.  ค่าฝึกอบรม

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท       เป็นเงิน  ๑,๒๕๐  บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท

๑.๓ ค่าวัสดุฝึกอบรมและเอกสารประกอบ  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๕๐ บาทเป็นเงิน ๑,๒๕๐ บาท

๒.  ค่าวัสดุ

๒.๑ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตและบรรจุสารธรรมชาติของเกษตรกร

จำนวน  ๒๕  รายๆ ละ  ๒๖๐  บาท                           เป็นเงิน  ๖,๕๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความเข้าใจนาการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๒. เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

๓. เกษตรกรลดรายจ่ายต้นทุนในการผลิตเพื่อซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๑. ชื่อโครงการ     โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

๒. หลักการและเหตุผล 

ในพื้นที่อำเภอนาแห้วส่วนใหญ่มีอาชีพทำการเกษตรและหลังการทำข้าวนาปี แล้ว  เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชฤดูแล้ง  เช่น กะหล่ำปลี  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีการใช้สารเคมีและน้ำในปริมาณมาก ซึ่งทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำ และเพื่อลดปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชฤดูแล้งตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้ลดการใช้น้ำ  และสารเคมีลงและเพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน คือ การปลูกถั่วเหลือง

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

– เพื่อบำรุงดิน

– เพื่อเป็นพืชตัวใหม่ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีน้อยลง

๔. พื้นที่ดำเนินการ       เกษตรกร ม. ๑ – ๘    ต.นาพึง  อ.นาแห้ว  จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. ถ่ายถอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

๘. งบประมาณ

๑. ค่าอาหารประกอบเลี้ยงเกษตรกร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท         เป็นเงิน      ๓,๐๐๐ บาท

๒. ค่าเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง จำนวน ๑,๕๐๐  กก. ๆ ละ ๒๕ บาท                  เป็นเงิน    ๓๗,๕๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น  ๔๐,๕๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีทางเลือกหรือพืชส่วนใหม่เพื่อเพิ่มรายได้

๒. ดินมีสภาพที่ดีขึ้น

๓. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

๔. เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

๑. ชื่อโครงการ            ส่งเสริมการปลูกยางพารา

๒. หลักการและเหตุผล    เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพเอยกระดับรายได้  ในอำเภอนาแห้ว  มีศักยภาพในการปลูกยางพารา  จึงควรส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราในเขตท้องที่ตำบลนาพึง  ให้เป็นแหล่งปลูกยางพาราแหล่งใหม่ นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นอาชีพใหม่แล้ว  ยางพาราที่ปลูกเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่า

ทดแทนป่าที่ถูกทำลาย  ช่วยลดการเกิดอุทกภัย  และยังทำให้สภาพแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

๓. วัตถุประสงค์ -เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน

  • เพื่อยกระดับรายได้แก่เกษตรกร
  • เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย
  • เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล

๔. เป้าหมาย     ม.๑-๘  ต.นาพึง  จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๗  ไร่

. ผู้รับผิดชอบโครงการ  องค์การบริหารส่วนตำบลนาพึง     สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

๖. ระยะเวลาดำเนินการ  ๑ ต.ค.๒๕๕๖ -๓๐ ก.ย.๒๕๕๘

๗. วิธีดำเนินการ          -อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา

– สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ ได้แก่  พันธุ์ยางพารา,ปุ๋ยเคมี

๘. งบประมาณ

๑. พันธุ์ยางพารา จำนวน  ๖,๓๐๐  ต้นๆละ  ๕๕  บาท  เป็นเงิน  ๓๔๖,๕๐๐  บาท

๒. ปุ๋ยเคมีหินฟอสเฟต  (๐-๓-๐) จำนวน  ๑,๐๐๐  กก.ๆละ  ๕  บาท          เป็นเงิน  ๕,๐๐๐  บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพารา  เกษตรกร  ๑๐  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสารปลูกยางพารา  จำนวน  ๑๐  เล่มๆละ  ๓๐  บาท เป็นเงิน  ๓๐๐  บาท

– ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๑๐๐  บาท เป็นเงิน  ๑,๐๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๓๕๘,๒๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน
  • เพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  • เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ สร้างความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม

๑. ชื่อโครงการ     โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมการเปิดกรีดยางพารา

๒. หลักการและเหตุผล 

เนื่องจากในพื้นที่ตำบลนาพึงมีพื้นที่ปลูกยางพารา  และอายุยางพาราใกล้จะ ได้รับผลผลิตแล้วแต่เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความชำนาญในการเปิดกรีดยางพารา ดังนั้น จึงควรจัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการกรีดยางพาราและการผลิตยางให้ได้คุณภาพให้กับเกษตรกร

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง

– เพื่อให้เกษตรกรผลิตยางพาราได้อย่างมีคุณภาพ

– เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หรือเป็นวิทยากรได้ต่อไป

๔. พื้นที่ดำเนินการ      กลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลนาพึง    อ.นาแห้ว  จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพาราตำบลนาพึง

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑  ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๗

๗. วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. จัดการถ่ายทอดเทคโนโลยี
๓.  ฝึกปฏิบัติเกษตรกรในการเปิดกรีดยางพารา

๘. งบประมาณ  ตามรายละเอียดดังนี้

๑. ค่าอาหาร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท จำนวน ๕ วัน         เป็นเงิน  ๑๕,๐๐๐   บาท

๒. ค่าอาหารว่าง จำนวน ๓๐ คนๆ ๒ มื้อๆ ละ ๒๕ บาท จำนวน ๕ วัน เป็นเงิน    ๗,๕๐๐   บาท

๒. ค่าจัดทำเอกสาร จำนวน ๓๐ เล่มๆ ละ ๑๐๐ บาท                    เป็นเงิน     ๓,๐๐๐   บาท

๓. ค่าวิทยากร ๔  คน  จำนวน  ๕ วัน   ๖  ชั่วโมง ๆ ละ ๖๐๐ บาท  เป็นเงิน   ๑๔,๔๐๐   บาท

๔. ค่าวัสดุอุปกรณ์การฝึกอบรม

๑) ค่าท่อนยางพาราสำหรับเปิดกรีดและสาธิต  ขนาดเส้นรอบวง  ๕๐  ซม. ความยาว  ๒  เมตร

จำนวน  ๖๐ ท่อนๆ ละ ๔๐๐ บาท                           เป็นเงิน    ๒๔,๐๐๐  บาท

๒) ค่ามีดกรีดยางเบอร์ ๓  จำนวน  ๓๐  เล่ม ๆ ละ ๑๕๐ บาท          เป็น เงิน     ๔,๕๐๐  บาท

๓) ค่าหินลับมีดกรีดยางชนิดหยาบและชนิดละเอียดขนาดความยาว ๘ นิ้ว (๑ คู่)
จำนวน ๓๐  คู่ ๆ ละ ๒๐๐ บาท                        เป็นเงิน  ๖,๐๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น      ๗๔,๔๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้การเปิดกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง

๒. เกษตรกรมีความสามารถและผลิตยางอย่างมีคุณภาพ

๓. เกษตรกรสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรรายอื่นได้

๑. โครงการ      โครงการทำยางแผ่นคุณภาพดี

๒. หลักการและเหตุผล 

เกษตรกรในตำบลนามาลา มีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำยางแผ่น  และการทำยางแผ่นห้ำได้คุณภาพมาตรฐานที่ตลาดต้องการ  ถ้าเกษตรกรที่ผ่านการฝึกทำยางแผ่นคุณภาพดีแล้วจะทำให้เกษตรกำมีความรู้  และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง  และสามารถนำไปถ่ายทอดให้เกษตรในชุมชนปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นการเพิ่มอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นมีคุณภาพ

– เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติมีทักษะถูกต้องตามวิธีตามหลักวิชาการ

– เพื่อสร้างอาชีพ  และรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน

๔. พื้นที่ดำเนินการ   กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑- ๘    ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑-๘  ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑  ต.ค. ๕๖  – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินกา

๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพดี

๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต

๘. งบประมาณ  ขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก  จังหวัดเลย  จำนวนเงิน  ๖๑,๓๕๐  บาท

     (หกหมื่นหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดดังนี้

          ๑. อบรม

–  ค่าวิทยากร  ๒  วันๆ ละ  ๔  ชั่วโมงๆ  ละ  ๓๐๐  บาท จำนวน  ๔  คน    เป็นเงิน  ๙,๖๐๐  บาท

– ค่าอาหารเลี้ยงเกษตรกรจำนวน  ๔๐  คน ๆ ละ ๑๐๐ บาท จำนวน  ๒  วัน เป็นเงิน  ๘,๐๐๐  บาท

๒.  อุปกรณ์การผลิต

–  ค่าจักรรีดยางชนิดเรียบ  จำนวน ๑  เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท           เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท
–   ค่าจักรกรีดยางชนิดรีดดอก จำนวน ๑ เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท        เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท

–   ค่าแท่นนวดยกพื้นปูด้วยอลูมิเนียมหรือสังกะสี ๒ ตัว ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท  เป็นเงิน   ๒,๐๐๐  บาท

–   ค่าตะกงสำหรับใส่น้ำยาง จำนวน ๔๐ ใบ ๆ ละ ๑๓๐ บาท                  เป็นเงิน   ๕,๒๐๐  บาท

–   ค่าตะแกรงกรองน้ำและน้ำยาเบอร์ ๔๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๒๐ บาท    เป็นเงิน    ๒๔๐   บาท

–   ค่าตะแกรงกรอกน้ำและน้ำยาเบอร์ ๖๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๕๐ บาท    เป็นเงิน    ๓๐๐   บาท

–   ค่าไม้พายกวนยางพลาสติก จำนวน ๒๐ อัน ๆ ละ ๑๕ บาท                 เป็นเงิน   ๓๐๐   บาท

–  กระป๋องตวงน้ำยาง จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๓๐ บาท                           เป็นเงิน     ๓๐๐   บาท

–   กระป๋องตวงน้ำกรด จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๑๕ บาท                         เป็นเงิน     ๑๕๐   บาท

–  ถังรวมน้ำยาง / บรรจุน้ำ จำนวน ๖ ใบ ๆ ละ ๑๖๐ บาท                   เป็นเงิน    ๙๖๐   บาท

–  แผ่นสังกะสีปิดตะกงยาง จำนวน ๔๐ แผ่น ๆ ละ ๑๕ บาท                  เป็นเงิน    ๖๐๐   บาท

–  ค่าน้ำกรดฟอร์มิก ขนาดถัง ๕ ลิตร จำนวน ๑ ถัง ๆ ละ ๓๐๐ บาท        เป็นเงิน    ๓๐๐   บาท

–  ค่าน้ำยางสด จำนวน ๔๐ กิโลกรัม ๆ ละ ๖๐ บาท                           เป็นเงิน  ๒,๔๐๐   บาท

– ค่าจัดทำเอกสารวิชาการแจกเกษตรกร  ๔๐  คน                              เป็นเงิน ๑,๐๐๐    บาท

          รวมทั้งสิ้น  ๖๑,๓๕๐   บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้และทักษะการทำยางแผ่นคุณภาพดีที่ถูกวิธี

๒. เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้เกษตรกรรายอื่นๆได้

๓. เกษตรกรมีรายได้  และมีอาชีพอย่างยั่งยืน

๔. เกษตรกรสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพ 

 

ภาคผนวก

กระบวนการจัดทำเวทีชุมชน

 ครั้งที่  วัตถุประสงค์ จำนวนชาวบ้านที่  เข้าร่วมทั้งหมด (คน) จำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวนผู้นำชาวบ้าน  ผลที่ได้รับ
ชื่อหน่วยงาน จำนวน(คน)
1 เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนรู้จักตัวเองและ       สิ่งแวดล้อมใน      ชุมชน  100 คน สนง.เกษตรอำเภอ 6 คน 8  คน -ทราบข้อมูล      พื้นฐานชุมชน-ทราบถึงทรัพยากรที่เป็นต้นทุนของชุมชน
2 เพื่อชี้ให้ชุมชนได้เห็นสภาพที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านต่าง ๆ  100 คน สนง.เกษตรอำเภอ 6 คน 8  คน -การวิเคราะห์    ศักยภาพเศรษฐกิจ สังคม ของชุมชน-การเสนอปัญหาของชุมชน
3 เพื่อให้ชุมชนได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาแต่ละด้านว่ามีความจำเป็นมากน้อยกว่ากัน 100 คน สนง.เกษตรอำเภอ 6 คน 8  คน -การวิเคราะห์สภาพปัญหา-การรวบรวมหมวดหมู่ของ ปัญหา
4 เพื่อนำปัญหาและของเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาจัดทำแผนและโครงการสนับสนุน                งบประมาณ     ดำเนินการตามแผน  100 คน สนง.เกษตรอำเภอ 6 คน 8  คน -การแก้ไขปัญหา-การกำหนดแผนชุมชน

-การจัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการตามแผน