ตำบลนามาลา

บทที่  ๑

โครงการพัฒนาชุมชนตำบลนามาลา

อำเภอนาแห้ว   จังหวัดเลย

 

หลักการและเหตุผล

การพัฒนาชุมชนตำบลนามาลาที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาที่บุคคลภายนอกพื้นที่เป็นผู้ริเริ่มและชี้นำการพัฒนามาโดยตลอดทำให้ผลของการปฏิบัติไม่ตรงตามความต้องการของชุมชน      เนื่องจากขาดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน    ดังนั้นในการพัฒนาชุมชนในยุคปัจจุบันต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม    โดยเฉพาะประชาชนในชุมชน   ซึ่งเป็นผู้ที่ทราบปัญหาและศักยภาพความต้องการของท้องถิ่น  จะต้องมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางวางแผนงานในการพัฒนาชุมชนของตนเอง   โดยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น    ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ  องค์กรเอกชนให้คำแนะนำด้านความรู้วิชาการมีความเข้มแข็ง     สามารถบริหารจัดการชุมชนของตนเองให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

วัตถุประสงค์

๑.  ส่งเสริมการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ     โดยปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงานให้ชุมชนเป็นผู้กำหนด   แนวทางการพัฒนาของตนเอง

๒.  เพื่อส่งเสริมแนวคิดและการบริหารจัดการกระบวนการพัฒนา    เพื่อการพึ่งพาตนเองให้แก่ผู้นำและกลุ่มกิจกรรมต่าง  ๆ  ของชุมชน

๓.  เพื่อจัดทำแผนพัฒนาชุมชน    โดยการที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดขึ้น    ตามความต้องการและตามศักยภาพของชุมชน

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.  ทำให้ชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับงานส่งเสริมในพื้นที่มีความรู้    ความสามารถในการทำงานแบบมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๒.  มีการพัฒนาอาชีพหรือกิจกรรมเพื่อการพึ่งพาตนเองของชุมชน    ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่คนในชุมชน

๓.  ได้แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล   ซึ่งจัดทำขึ้นโดยชุมชนเป็นผู้กำหนด

พื้นที่เป้าหมาย

ครัวเรือนเกษตรกร  ๗๓๓   ครัวเรือนในตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย     จำนวน   ๘   หมู่บ้าน

ระยะเวลาดำเนินการ

ตั้งแต่ตุลาคม   ๒๕๕๖ – กันยายน  ๒๕๕๘

งบประมาณที่ใช้และแหล่งที่มา

๑.  งบประมาณทั้งหมด   ๖๐๔,๔๖๗          บาท

๒.  แหล่งที่มางบประมาณ

–  องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา

–  ส่วนราชการ

–  เอกชน

–  ระดมทุนจากสมาชิก

–  กองทุนหมู่บ้าน

ผู้รับผิดชอบโครงการ

–   ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

–  องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา

–  คณะกรรมการหมู่บ้าน / เกษตรหมู่บ้าน

–  สำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้ว

บทที่  ๒

สภาพพื้นฐานทางเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม

.๑ ข้อมูลทางกายภาพ

. ที่ตั้งและอาณาเขต

ตำบลนามาลา  ตั้งอยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว  มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๙,๘๓๕ ไร่ จากข้อมูลของ
กรมการปกครอง(๒๕๕๐) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๘ หมู่บ้าน และมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
(รูปที่ ๒-๑)

หมู่ที่  ๑  บ้านนาลามา               หมู่ที่  ๒  บ้านหัวด่าน

หมู่ที่  ๓  บ้านนาปูน                  หมู่ที่  ๔  บ้านซำทอง

หมู่ที่  ๕  บ้านหนองหวาย            หมู่ที่  ๖  บ้านโคก

หมู่ที่  ๗  บ้านหนองสิม               หมู่ที่  ๘  บ้านโนนสว่าง

        อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ         ติดต่อกับ  ตำบลนาพึง อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ทิศใต้             ติดต่อกับ  ตำบลนาบัว  และตำบลยางโกลน  ตำบลบ่อโพธิ์  อำเภอนครไทย

จังหวัดพิษณุโลก

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ  ตำบลนาดี  และตำบลนาหอ  ตำบลด่านซ้าย  อำเภอด่านซ้าย

จังหวัดเลย

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ  ตำบลน้ำกุ่ม  อำเภอนครไทย  จังหวัดพิษณุโลก

๒. สภาพภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของตำบลนามาลา เป็นภูเขาสูงชัน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๕๐๐- ๑,๔๒๖ เมตร มีภูเขาที่สำคัญ ได้แก่ ภูขัด ภูเปือย ภูเก้าง้อม มีพื้นที่ราบเพียงเล็กน้อย
อยู่ตามร่องเขา มีลำห้วยสายเล็ก ๆ หลายสายที่ไหลมารวมกันเป็นต้นกำเนิดของน้ำพึงไหลผ่านตำบล โดยไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือโดยบริเวณที่ลำน้ำพึงไหลผ่านจะมีลักษณะเป็นที่ราบใช้เป็นที่ตั้ง
ของชุมชนและตัวตำบล

๓. พื้นที่ป่า

ตำบลนามาลา มีพื้นที่ป่าไม้ป่าไม้ตามกฎหมายทั้งหมด ๑๐๙,๒๔๘ ไร่ หรือร้อยละ ๙๙.๔๗ ของเนื้อที่ตำบล ได้แก่ บางส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปลือย ป่าภูขี้เถ้า ป่าภูเรือ จากการสำรวจสภาพการใช้ที่ดินพบว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ยังคงสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ ๔๐,๐๘๘ ไร่ ป่ารอสภาพฟื้นฟู ๒๔,๑๐๖ ไร่ และเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ๔๕,๐๕๔ ไร่ ชนิดป่าที่พบส่วนใหญ่เป็นป่าผสมผลัดใบมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ ไม้แดง ไม้เต็ง ไม้ยาง ไม้พยุง ไม้ตะเคียน และไม้ตะแบก ฯลฯ เป็นต้น

อนึ่ง  ในการจำแนกเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้ของตำบลนามาลา เป็นเขตพื้นที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์ (โซน C) มีเนื้อที่ประมาณ ๑๐๙,๒๔๘ ไร่ หรือร้อยละ ๙๙.๔๗ ของเนื้อที่ตำบล

106

๔. อุณหภูมิ

– อุณหภูมิ มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี ๒๕.๘๔ องศาเซลเซียส ในปี ๒๕๕๓ โดยมีอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน เท่ากับ ๓๗.๒ องศาเซลเซียส และต่ำสุดในเดือน ธันวาคม เท่ากับ ๑๕.๔ องศาเซลเซียส

๕. แหล่งน้ำและปริมาณน้ำฝนในรอบปี

แหล่งน้ำธรรมชาติ

ตำบลนามาลาประกอบด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติหรือห้วยที่สำคัญดังนี้

๑.  ลำน้ำพึง  ต้นกำเนิดอยู่ที่บริเวณภูขัด พื้นที่หมู่ที่ ๔ ไหลผ่านหมู่ที่ ๔,๒,๓ และหมู่ที่ ๘ และไหลผ่านตำบลนาพึงไปรวมกับลำน้ำหู เป็นลำน้ำที่สำคัญที่สุดของตำบลนามาลา เพราะอาศัยลำน้ำนี้ประกอบอาชีพ      การทำนา ทำไร่ และปลูกพืชฤดูแล้ง แต่ในฤดูแล้งน้ำจะน้อยทำการเกษตรไม่ค่อยเพียงพอ

แหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้น ตำบลนามาลามีแหล่งน้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นที่สำคัญ มี ๑๕ แห่ง คือ

๑.  ฝายห้วยกระชู้ใหญ่ เป็นฝายโครงการ กสช. ปี ๒๕๒๙ ซึ่งกั้นห้วยกระชู้ใหญ่ พื้นที่เก็บน้ำ ๒ ไร่ คลองส่งน้ำยาว ๒๐๐ เมตร มีน้ำไปใช้ในการทำนา ได้ประมาณ ๑๐๐ ไร่ในฤดูแล้งมีน้ำน้อย

๒.  ฝายประชาอาสา ตั้งอยู่ที่บ้านซำทอง หมู่ที่ ๔ เป็นฝายแบบประชาอาสาสร้างเมื่อปี ๒๕๓๗ กั้น     ลำน้ำพึง มีพื้นที่เก็บน้ำ ๒ ไร่ สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรได้ประมาณ ๘๐ ไร่

  1. ฝายห้วยเหมือง เป็นฝายทำนบดินกั้นห้วยเหมืองซึ่งเป็นน้ำ ซึ่งมีพื้นที่เก็บน้ำประมาณ ๒๐ ไร่

แหล่งน้ำอื่น ๆ อีก ๑๒ แห่งนั้น ก็สามารถนำน้ำมาใช้ในการเกษตรได้แต่ไม่สามารถทำได้มากนัก ฤดูแล้งราษฎรอาศัยแหล่งน้ำนี้ ปลูกพืชผักตามบริเวณริมน้ำเพื่อบริโภคในครัวเรือนและใช้ในการเลี้ยงสัตว์และเลี้ยงปลา

หมู่ที่ ชื่อหมู่บ้าน ชื่อแหล่งน้ำ ขนาดพื้นที่(ไร่)
นามาลา สระ,กสช
หัวด่าน ฝายห้วยเหมือง
นาปูน -สระลอยฟ้า-สระห้วยปูน

-สระข้างศาลเจ้า

-ฝายห้วยกระซู้ใหญ่

๐.๕๐.๕

๐.๕

ซำทอง -ฝายประชาอาสา
หนองหวาย -หนองบัว,หนองโป่ง,หนองแบน ๕,๒,๑
โคก -หนองเต่า,สระห้วยน้ำฝนห้วยบ้านโคก ๓,๕,๓
หนองสิม -สระหนองสิม,กสช.๐ ๖,๕
รวม ๑๕  แห่ง ๕๐

          ปริมาณน้ำฝน

ปริมาณน้ำฝน มีปริมาณน้ำฝนรวมตลอดปี ๑,๒๕๗.๒ มิลลิเมตร โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดในเดือนกันยายน เท่ากับ ๒๖๔.๑๗ มิลลิเมตร ต่ำสุดในเดือน มกราคม เท่ากับ ๑.๕๙ มิลลิเมตร

ตารางที่ 2-1  สถิติภูมิอากาศ  ณ  สถานีตรวจอากาศ อำเภอเมือง  จังหวัดเลย  (ปี พ.ศ.2539-2550)

เดือน ปริมาณ จำนวนวัน อุณหภูมิ อุณหภูมิ อุณหภูมิ ความชื้น ศักยภาพการคาย
น้ำฝน (มม.) ที่ฝนตก ต่ำสุด ( ซ) สูงสุด ( ซ) เฉลี่ย( ซ) สัมพัทธ์ (%) ระเหยน้ำ (มม.) *
ม.ค. 1.59 0.75 15.23 30.82 22.18 67.31 97.58
ก.พ. 17.66 2.33 17.15 32.86 24.3 63.54 105.79
มี.ค. 38.28 6.33 20.27 35.23 26.99 62.27 136.24
เม.ย. 96.68 11.92 22.64 35.5 28.06 69.25 138.47
พ.ค. 183.67 16.58 23.69 33.62 27.7 77.11 116.99
มิ.ย. 192.28 16.25 24.17 33.17 27.79 78.28 112.6
ก.ค. 129.08 16 24.11 32.66 27.63 77.69 108.13
ส.ค. 187.29 19.25 23.87 32.03 27.14 80.22 98.64
ก.ย. 264.17 19.92 23.15 31.24 26.31 84.1 84.82
ต.ค. 116.64 10.08 21.88 31.47 25.96 79.52 95.11
พ.ย. 24.51 3.17 18.88 30.73 24.06 74.69 88.58
ธ.ค. 5.33 0.5 15.95 29.42 21.92 70.26 86.16
รวม 1257.18 123.08 250.99 388.75 310.04 884.24 1269.11
เฉลี่ย 104.77 10.26 20.92 32.40 25.84 73.69 105.76

ที่มา       :  กรมอุตุนิยมวิทยา (2550)              

หมายเหตุ :  * จากการคำนวณ

107

รูปที่ 2-2  กราฟสมดุลของน้ำเพื่อการเกษตร จังหวัดเลย  พ.ศ. 2539 -2550

 ๖. เส้นทางคมนาคม

ตำบลนามาลา  มีเส้นทางติดต่อกับอำเภอนาแห้ว  ได้เส้นทางคือ  ถนนด่านซ้าย-เหมืองแพร่  เป็นถนนลาดยาว  เชื่อมระหว่างอำเภอนาแห้วกับอำเภอด่านซ้าย  มีรถโดยสารประจำทางวิ่งเฉพาะเวลากลางวัน  โดยมีหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมถนน  จำนวน  ๔  หมู่บ้าน  คือ  หมู่ที่  ๑, ๕, ๗ และ ๘

๗. ข้อมูลกลุ่มชุดดิน  ความเหมาะสมของชุดดินและคุณภาพดิน

จากการสำรวจดินในระดับค่อนข้างละเอียด ที่ระดับมาตราส่วน ๑:๒๕,๐๐๐ สรุปพอสังเขปได้ดังต่อไปนี้ (รายละเอียดลักษณะและสมบัติดิน ตารางที่ ๓-๑ และรูปที่ ๓-๑)

ดินในที่ลุ่มการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลวมีความเหมาะสมในการทำนาประกอบด้วย

               ๑)    กลุ่มชุดดินที่ ๒๒ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนหยาบลึกมากสีเทาที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำหรือเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบ พบในบริเวณพื้นที่ลุ่มราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบหรือพื้นที่ลุ่มระหว่างเนิน มีน้ำแช่ขังในช่วงฤดูฝน การระบายน้ำค่อนข้างเลว ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ บางพื้นที่พบในพื้นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลบ่าท่วมขังสูงในฤดูฝน พบในพื้นที่ค่อนข้างดอน ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน ใช้ทำนา บางแห่งยังคงสภาพเป็นป่า ปัญหาในการเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เนื้อดินค่อนข้างเป็นทราย มีความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ มักพบปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูเพาะปลูก หน่วยที่ดินนี้ มีเนื้อที่ ๑,๗๗๖ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๖๒ ของตำบล

ดินในที่ดอนที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นหรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ประกอบด้วย

               ๒)   กลุ่มชุดดินที่ ๓๕ กลุ่มชุดดินที่เป็นดินร่วนละเอียดลึกมากที่เกิดจากวัตถุต้นกำเนิดดินพวกตะกอนลำน้ำ หรือการสลายตัวผุพังอยู่กับที่ หรือการสลายตัวผุพังแล้วถูกเคลื่อนย้ายมาทับถมของวัสดุเนื้อหยาบที่ส่วนใหญ่มาจากหินตะกอน มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นจนถึงเนินเขา มีการระบายน้ำดีถึงดีปานกลาง ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ อาจพบลูกรังในช่วงความลึก ๑๐๐-๑๕๐ เซนติเมตรจากผิวดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบัน บริเวณดังกล่าวใช้ปลูกพืชไร่ต่างๆ เช่น มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย และถั่ว บางแห่งใช้ปลูกไม้ผล และไม้ยืนต้น แบ่งเป็นหน่วยที่ดินต่างๆ คือ

(๒.๑)   ๓๕C สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด มีเนื้อที่ ๓,๗๐๘ ไร่ หรือร้อยละ ๓.๓๘ ของตำบล

(๒.๒)   ๓๕D สภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนชัน มีเนื้อที่ ๑๒,๔๖๕ ไร่ หรือร้อยละ ๑๑.๓๕ ของตำบล

(๒.๓)   ๓๕E สภาพพื้นที่เป็นเนินเขา มีเนื้อที่ ๑,๓๕๒ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๒๓ ของตำบล

               ๓)   กลุ่มชุดดินที่ ๖๒ มีเนื้อที่ ๙๐,๐๔๖ ไร่ หรือร้อยละ ๘๑.๙๘ ของตำบล กลุ่มชุดดินนี้ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขาและเทือกเขาที่มีความลาดชันมากกว่าร้อยละ ๓๕ พื้นที่บริเวณนี้ยังไม่มีการสำรวจและจำแนกดิน เนื่องจากยากต่อการจัดการดูแลที่ดินในพื้นที่ทำการเกษตร

               ๔)    หน่วยที่ดิน U มีเนื้อที่ ๔๘๘ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๔๔ ของตำบล ได้แก่ ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง

ดินมีปัญหาหรือดินมีข้อจำกัดมากในการเพาะปลูกพืช ตำบลนามาลา ประกอบด้วย

               พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขาและผาชัน

พื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า ๓๕ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นพื้นที่ภูเขา (ได้แก่ กลุ่มชุดดินที่ ๖๒) ไม่เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม เนื่องจากยากต่อการจัดการและดูแลรักษา ถ้าใช้มาตรการพิเศษในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก และยังเป็นการทำลายระบบนิเวศน์ของป่าอีกด้วย

แนวทางการแก้ไข ควรรักษาไว้ให้เป็นป่าธรรมชาติ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นที่เพาะพันธุ์ของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ถ้ามีความจำเป็นต้องนำมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ควรมีการสำรวจดินและเลือกใช้พืชที่มีศักยภาพในการเกษตร เป็นดินลึกและมีความลาดชันไม่สูงมากนัก โดยทำการเกษตรแบบวนเกษตรและมีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในการจำแนกความเหมาะสมของที่ดิน ตามหลักเกณฑ์ของ FAO Framework เป็นการประเมินศักยภาพของที่ดินสำหรับการปลูกพืชหรือประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยการพิจารณาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพที่ดินกับความต้องการปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชหรือประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับใด และมีข้อจำกัดใดบ้าง โดยได้จำแนกความเหมาะสมออกเป็น ๔ ชั้น คือ

S๑ :    ชั้นที่มีความเหมาะสมสูง

S๒ :    ชั้นที่มีความเหมาะสมปานกลาง

S๓ :    ชั้นที่มีความเหมาะสมเล็กน้อย

N   :    ชั้นที่ไม่มีความเหมาะสม

นอกจากนี้ชั้นความเหมาะสมแต่ละชั้น จะแบ่งเป็นชั้นย่อยตามข้อจำกัดคุณภาพดิน ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช จากการประเมินความเหมาะสมของที่ดินเขตน้ำฝนในพื้นที่ ดังตารางที่ ๔-๒ และสามารถสรุปชั้นความเหมาะสมของที่ดินที่มีความเหมาะสมปานกลางเขตน้ำฝน และเหมาะสมเล็กน้อยเขตน้ำฝนของแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ดังตารางที่ ๔-๓ และตารางที่ ๔-๔

ตารางที่ ๒-๒        ชั้นความเหมาะสมของที่ดินเขตน้ำฝนตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย 

กลุ่มชุดดิน ข้าวนาปีนาดำ ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ขิง เนื้อที่ (ไร่)
St-slA : สีทน (๒๒) S๒ns N N N ๑,๖๓๙
Ds-slC : ด่านซ้าย (๓๕C) N S๒ens S๒ens S๒ens ๓,๗๐๘
Ds-slD : ด่านซ้าย (๓๕D) N S๓e S๓e S๓e ๑๒,๔๖๕
Png-slE-Ds-slE : โพนงาม-ด่านซ้าย (๓๕E) N N N N ๑,๓๕๒

คำอธิบาย

S๒      =   ชั้นที่มีความเหมาะสมของที่ดินปานกลาง

S๓      =   ชั้นที่มีความเหมาะสมของที่ดินน้อย

N        =   ชั้นที่ไม่มีความเหมาะสมของที่ดิน

e        =   ข้อจำกัดของที่ดินเนื่องจากความเสียหายจากการกัดกร่อน

n        =   ข้อจำกัดของที่ดินเนื่องจากความจุในการดูดยึดธาตุอาหาร

s        =   ข้อจำกัดของที่ดินเนื่องจากความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหาร

ตารางที่ ๒-๓        ชั้นความเหมาะสมของที่ดินปานกลางเขตน้ำฝนในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย 

การใช้ประโยชน์ที่ดิน ชุดดิน เนื้อที่
(ไร่)
ข้าวนาปีนาดำ St-slA  (๒๒) ๑,๖๓๙
ข้าวไร่ Ds-slC (๓๕C) ๓,๗๐๘
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ Ds-slC (๓๕C) ๓,๗๐๘
ขิง Ds-slC (๓๕C) ๓,๗๐๘

 ตารางที่ ๒-๔          ชั้นความเหมาะสมของที่ดินเล็กน้อยเขตน้ำฝนในแต่ละประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย 

การใช้ประโยชน์ที่ดิน ชุดดิน เนื้อที่
(ไร่)
ข้าวไร่ Ds-slD (๓๕D) ๑๒,๔๖๕
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ Ds-slD (๓๕D) ๑๒,๔๖๕
ขิง Ds-slD (๓๕D) ๑๒,๔๖๕

ตารางที่ ๒-๕ คุณภาพดินตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

กลุ่มชุดดิน ชุดดิน เนื้อดิน การระบายน้ำ ความ CEC BS ความลึก ความลาดชัน pH เนื้อที่
บน ล่าง อุดมสมบูรณ์ (%) (%) (ซม.) (%) บน ล่าง ไร่ ร้อยละ
๒๒ St-slA (ชุดดินสีทน) sl sl ค่อนข้างเลว ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๐-๒ ๕.๐-๕.๕ ๕.๕-๖.๕ ๑,๗๗๖ ๑.๖๒
๓๕C Ds-slC (ชุดดินด่านซ้าย) sl scl ดี ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๕-๑๒ ๕.๐-๕.๕ ๔.๕-๕.๐ ๓,๗๐๘ ๓.๓๘
๓๕D Ds-slD (ชุดดินด่านซ้าย) sl scl ดี ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๑๒-๒๐ ๕.๐-๕.๕ ๔.๕-๕.๐ ๑๒,๔๖๕ ๑๑.๓๕
๓๕E Ds-slE (ชุดดินด่านซ้าย) sl scl ดี ต่ำ <๑๐ <๓๕ >๑๕๐ ๒๐-๓๕ ๕.๐-๕.๕ ๔.๕-๕.๐ ๑,๓๕๒ ๑.๒๓
๖๒* SC (พื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน) ๙๐,๐๔๖ ๘๑.๙๘
U U (พื้นที่ชุมชนและสิ่งก่อสร้าง) ๔๘๘ ๐.๔๔
ผลรวมตำบลนามาลา ๑๐๙,๘๓๕ ๑๐๐.๐๐

  ที่มา  :  ส่วนสำรวจจำแนกดินที่ ๓, ๒๕๕๐

หมายเหตุ : อักษรย่อ       l = ดินร่วน          sl = ดินร่วนปนทราย                  c = ดินเหนียว             sil = ดินร่วนปนทรายแป้ง          cl = ดินร่วนปนดินเหนียว

                       scl = ดินร่วนเหนียวปนทราย  sic = ดินเหนียวปนทรายแป้ง      ls = ดินทรายปนร่วน     b = ดินนาบนที่ดอน        sicl = ดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง

        ดินมีปัญหาในการเพาะปลูก      

               ๖๒* = พื้นที่มีความลาดชันสูงหรือพื้นที่ภูเขา

        : ความหมาย   A/B = มีกลุ่มชุดดินหรือชุดดิน A มีเนื้อที่ ๕๐ % B มีเนื้อที่ ๕๐%   A-B = มีกลุ่มชุดดินหรือชุดดิน A มีเนื้อที่ ๗๐ % B มีเนื้อที่ ๓๐%

๘. ข้อมูลสาธารณูปโภค

มีไฟฟ้าใช้ทั้ง ๘ หมู่บ้าน แต่ยังไม่ครอบคลุมทุกครัวเรือนเนื่องจากการขยายตัวของบ้านเรือนประชากร มีประปาหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน มีโทรศัพท์สาธารณะ ๗ แห่ง แต่สภาพการติดต่อสื่อสารยังมีล่าช้าเนื่องจากไม่มีสัญญาณเครือข่ายทางการสื่อสาร แต่มีจำนวนบ้านที่มีโทรศัพท์ใช้คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ของจำนวนหลังคาเรือนทั้งตำบล ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ๑ แห่ง อัตราการมีและการใช้ส้วมราดน้ำร้อยละ ๑๐๐.๐๐

๙. ข้อมูลสิ่งก่อสร้างต่างๆ

โรงเรียนประถมศึกษา ๖ แห่ง ศูนย์เรียนรู้ชุมชน ๑ แห่ง สถานีอนามัยประจำตำบล ๑ แห่ง  มีวัด/สำนักสงฆ์ ๖ แห่ง ที่อ่านหนังสือพิมพ์ ๘ แห่ง  ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ๑ แห่งและที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๑ แห่ง

๒.๒ ข้อมูลทางชีวภาพ

          ๑. พันธุ์พืชที่ปลูก พันธุ์สัตว์เศรษฐกิจ

            พันธุ์พืช

ในการเพาะปลูกพืชของเกษตรกรในเขตตำบลนามาลา ได้มีการเพาะปลูกพืชหลายชนิดที่ทำรายได้ ให้เกษตรอีกเป็นพืชเศรษฐกิจของตำบล ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวนา ข้าวไร่ ถั่วต่างๆ ขิง และการเลี้ยงไหม โดยเกษตรกรจะเริ่มเพาะปลูกพืชตามฤดูกาลของพืชแต่ละชนิด เพาะพันธุ์ข้าวที่ใช้ในข้าวนาปี คือ กข.๖ , กข.๑๐ ,ข้าวไร่พันธุ์หางปลาไหล,ชิวเกลี้ยง,ขาวดอกมะลิ  ๑๐๕  ,ขิง,ข้าวโพด ๘๘๘ , ๗๑๗, ๙๗๙,ถั่วลิสง คือ ไทนาน ๙, มะม่วงเขียวเสวย,หนองแซง,น้ำดอกไม้,หม่อนไหม บร ๖๐ ,นครราชสีมา ๖๐ หม่อนน้อย คุณไพร

               พันธุ์สัตว์

ที่นิยมเลี้ยงกันมากในตำบลนามาลา คือ โค กระบือและสุกร ส่วนใหญ่เลี้ยงเพื่อจำหน่าย และใช้บริโภคบ้างเล็กน้อย ส่วนเป็ดและไก่นั้นเลี้ยงไว้เพื่อบริโภคเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงไหมอีกด้วย สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเลยรายงานจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของตำบลนามาลา จำแนกตามชนิดสัตว์ได้ดังนี้ โคเนื้อทั้งพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ลูกผสมเกษตรกรผู้เลี้ยง ๑๘๓ รายๆ ละ ๑๒ ตัว กระบือเกษตรกรผู้เลี้ยง ๑๐๘ ราย เฉลี่ยรายละ ๙ ตัว สุกรซึ่งส่วนใหญ่เป็นสุกรพ่อแม่พันธุ์เกษตรกรผู้เลี้ยง ๑๐ รายๆ ละ ๑๐ ตัว ไก่ทั้งหมดเป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองเกษตรกรผู้เลี้ยง ๓๗๖ รายๆ ละ ๑๗ ตัว เป็ดเป็นพันธุ์เป็ดเทศเกษตรกรผู้เลี้ยง ๓๐ รายๆ ละ ๑๐ ตัว และไก่งวงเกษตรกรผู้เลี้ยง ๒ รายๆ ละ ๔ ตัว และไม่พบว่ามีฟาร์มมาตรฐานที่ตำบลนี้

๒. การใช้ที่ดินทำการเกษตร

สภาพการใช้ที่ดิน ตำบลนามาลา ประกอบด้วยประเภทการใช้ที่ดินต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ (รายละเอียด ตารางที่ ๓-๒ และรูปที่ ๓-๒)

๑)   พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง มีเนื้อที่ ๔๘๘ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๔๔ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย หมู่บ้าน

๒)   พื้นที่เกษตรกรรม มีเนื้อที่ ๔๕,๐๒๕ ไร่ หรือร้อยละ ๔๑.๐๐ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย การใช้ประโยชน์ที่ดินด้านเกษตรกรรมต่างๆ ดังต่อไปนี้ คือ

(๒.๑)  นาข้าว มีเนื้อที่ ๒,๕๐๒ ไร่ หรือร้อยละ ๒.๒๘ ของเนื้อที่ทั้งหมด

(๒.๒)  พืชไร่ มีเนื้อที่ ๖,๕๑๐ ไร่ หรือร้อยละ ๕.๙๓ ของเนื้อที่ทั้งหมด พืชไร่ที่พบ ได้แก่ พืชไร่ผสม ข้าวโพด โดยพืชไร่ผสม จะเป็นพืชไร่ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป มีพื้นที่ปลูกขนาดเล็กกว่า ๑๐ ไร่ สลับกันไม่สามารถแยกขอบเขตได้

(๒.๓)  ไม้ผล มีเนื้อที่ ๑๗๕ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๑๖ ของเนื้อที่ทั้งหมด ไม้ผลที่พบ ได้แก่ ส้ม ลำไย ไม้ผลเมืองหนาว

(๒.๔)  ไร่หมุนเวียน มีเนื้อที่ ๓๕,๘๓๘ ไร่ หรือร้อยละ ๓๒.๖๓ ของเนื้อที่ทั้งหมด ที่พบ ได้แก่ ไร่หมุนเวียนร้าง ไร่หมุนเวียนผสม

๓)   พื้นที่ป่าไม้ มีเนื้อที่ ๖๔,๑๙๔ ไร่ หรือร้อยละ ๕๘.๔๔ ของเนื้อที่ทั้งหมด ประกอบด้วย ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟู ป่าผลัดใบสมบูรณ์

๔)   พื้นที่เบ็ดเตล็ด เป็นพื้นที่ชนิดอื่นนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ประกอบด้วยไม้ละเมาะ มีเนื้อที่ ๑๒๘ ไร่ หรือร้อยละ ๐.๑๒ ของเนื้อที่ทั้งหมด ลักษณะเป็นที่ว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือมีทุ่งหญ้าตามธรรมชาติและมีไม้พุ่มเตี้ยขึ้นอยู่

ตารางที่ ๒-๖  สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน  ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ปี  พ.ศ. ๒๕๕๐

ประเภทการใช้ที่ดิน เนื้อที่
ไร่ ร้อยละ
๑. พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง ๔๘๘ .๔๔
- หมู่บ้าน ( U๒๐๑) ๔๘๘ ๐.๔๔
๒. พื้นที่เกษตรกรรม ๔๕,๐๒๕ ๔๑.๐๐
๒.๑ นาข้าว (A๑๐๑) ,๕๐๒ .๒๘
๒.๒ พืชไร่ ,๕๑๐ .๙๓
- พืชไร่ผสม (A๒๐๑) ๑,๒๔๐ ๑.๑๓
- ข้าวโพด (A๒๐๒) ๕,๒๗๐ ๔.๘๐
.๓ ไม้ผล ๑๗๕ .๑๖
- ส้ม (A๔๐๒) ๔๒ ๐.๐๔
- ลำไย (A๔๑๓) ๒๕ ๐.๐๒
- ไม้ผลเมืองหนาว (A๔๒๓) ๑๐๘ ๐.๑๐
.๔ ไร่หมุนเวียน ๓๕,๘๓๘ ๓๒.๖๓
- ไร่หมุนเวียนร้าง (A๖๐๐) ๑,๖๕๗ ๑.๕๑
- ไร่หมุนเวียนผสม (A๖๐๑) ๓๔,๑๘๑ ๓๑.๑๒
๓. พื้นที่ป่าไม้ ๖๔,๑๙๔ ๕๘.๔๔
    – ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟู (F๒๐๐) ๒๔,๑๐๖ ๒๑.๙๔
    – ป่าผลัดใบสมบูรณ์ (F๒๐๑) ๔๐,๐๘๘ ๓๖.๕๐
๔. พื้นที่เบ็ดเตล็ด ๑๒๘ .๑๒
   – ไม้ละเมาะ (M๑๐๒) ๑๒๘ ๐.๑๒
รวม ๑๐๙,๘๓๕ ๑๐๐.๐๐

ที่มา: ส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑  สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน

๓. ระบบการผลิต

๓.๑ ข้าวนาปี

เกษตรกรในพื้นที่ตำบลนามาลา มีพื้นที่ต่อตารางการปลูกพืชปลูกข้าวไม่แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของในแต่ละปี ไม่แน่นอน จึงทำให้เกษตรกรไม่สามารถที่จะตกกล้าและปักดำได้เต็มที่ ผลผลิตก็ไม่แน่นอน เนื่องจากมีโรค แมลงทำลายตลอดจนฝนทิ้งช่วง

พันธุ์

พันธุ์ข้าวทำการเกษตรกรปลูกจะมีทั้งพันธุ์พื้นเมือง แต่ส่วนใหญ่เกษตรกรจะใช้พันธุ์ที่ทาง

ราชการส่งเสริม ได้แก่ พันธุ์ กข.๖, กข. ๑๐ ขาวดอกมะลิ ๑๐๕ หางปลาไหล ชิวเกลี้ยง

การปลูก

การทำนาของเกษตรกร ตำบลนามาลา ส่วนใหญ่จะอาศัยน้ำฝน

  • ตกกล้าเดือน พ.ค. – มิ.ย.
  • ทำการปักดำ เดือน มิ.ย. – ก.ค.

การเตรียมดิน

การเตรียมดินของเกษตรกรโดยใช้รถไถนาเดินตามเกษตรกรจะทำการไถดะ ๑ ครั้ง ไถแปร ๑ ครั้ง แล้วคราด ๑ ครั้ง

การปักดำ

เกษตรกรจะทำการปักดำแบบเป็นแถวเป็นหนาโดยการใช้แรงงานในครัวเรือน การปลูกจะใช้ระยะประมาณ ๒๕ X ๒๕ ซ.ม.

การปฏิบัติดูแลรักษา

การปฏิบัติดูแลรักษาข้าวของเกษตรกร หลังจากการปักดำแล้วเกษตรกรส่วนมากจะไม่มีการใส่ปุ๋ย เกษตรกรยังไม่มีการป้องกันกำจัดโรคแมลงที่ถูกต้อง จะทำการพ่นสารเคมีตอนที่โรคและแมลงระบาดแล้ว รวมทั้งการกำจัดวัชพืช

การเก็บเกี่ยว

เกษตรกรจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยวตั้งแต่เดือน ต.ค. – ธ.ค. โดยการใช้แรงงานในครัวเรือน และจ้างแรงงานเก็บเกี่ยวเป็นบางราย

การนวด

เกษตรกรส่วนมากจะทำการนวดโดยใช้เครื่องนวดและส่วนน้อยที่ยังใช้แรงงานคนทำการนวด โดยใช้ไม้คีบข้าวเป็นมัด ๆ แล้วตีลงลานนวดใช้พัดโบก (วี) เอาเศษฟางและเมล็ดข้าวลีบออกแล้วเก็บเข้ายุ้งฉางต่อไป ในปี ๒๕๖ ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ ๓๕๐ กก./ไร่

๓.๒  ข้าวไร่

เกษตรกรตำบลนามาลามีพื้นที่ปลูกข้าวไร่ประมาณ ๑,๖๕๐ ไร่ เนื่องมาจากพื้นที่นามีน้อยผลผลิตข้าวไม่เพียงพอในการบริโภค เกษตรกรตำบลนามาลาจึงจำเป็นต้องปลูกข้าวไร่แทนพื้นที่ปลูกไร่มาก หมู่ที่ ๕,๖,๗  โรคแมลงที่สำคัญคือ หนอนในดิน (ชาวบ้านเรียกว่า ตัวหยั่น) โรคใหม่และยังมีศัตรู นก หนู

พันธุ์

เกษตรกรตำบลนามาลา  จะใช้พันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมือง ได้แก่  ข้าวพันธุ์หางปลาซิว  หรือซิวเกลี้ยง  หมากปอ หางปลาไหล

การปลูก

เกษตรกรตำบลนามาลา จะเริ่มทำการปลูกข้าวไร่ในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. โดยการเตรียมดินก่อนปลูก เกษตรกรจะทำการถางและเผาป่าแต่ส่วนมากจะไม่ทำการไถ เมื่อมีฝนตกลงมาเกษตรกรก็จะใช้ไม้ปลายแหลมหรือรุ่ง สักเป็นหลุม แล้วก็หยอดเมล็ดข้าวลงหลุมละประมาณ ๗ –๑๕ เมล็ด

การดูแลรักษา

เกษตรกรจะทำการกำจัดวัชพืช โดยการใช้จอบดายหญ้า ๑ ครั้ง และบางรายกิมี

การกำจัดวัชพืชครั้งที่ ๒ โดยการใช้มีดถามหญ้าที่ขึ้นสูงเท่านั้น หรือชาวบ้านเรียกว่า “ถามหุ่น” เกษตรกรยังไม่มีการใส่ปุ๋ย และการใช้สารเคมี กำจัดโรคและแมลงหลังการปลูกแล้ว

การเก็บเกี่ยว

เกษตรกรจะเริ่มทำการเก็บเกี่ยว ข้าวไร่ ระหว่างเดือน ต.ค. – พ.ย. โดยการใช้เคียวเกี่ยว แล้วจะทำการมัดข้าวเป็นกำ ๆ ขนาด ๑ กำมือ แล้วตากแดด ๓ – ๕ แดด แล้วจำนำมาใส่ลานนวด โดยการใช้ไม้คีบหรือชาวบ้านเรียกว่า “กัง” แล้วตีลงไปในลานนวดเพื่อให้เมล็ดข้าวหลุดจากรวง แล้วใช้พัดโบก (วี) พัดเอาเศษฟางแล้วข้าวลีบออกแล้วจึงเก็บข้าวเข้ายุ้งฉากต่อไป

๓.๓  การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

จากการสำรวจพื้นที่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี ๒๕๕๑ ตำบลนามาลามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ ๓,๙๐๐ ไร่

พันธุ์

เกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้พันธุ์  ๘๘๘, ๗๑๗ หรือข้าวโพดลูกผสมต่างๆ

การปลูก

เกษตรกรจะเริ่มปลูกเดือน เม.ย. – ก.ค. โดยการทยอยเป็นหลุมๆละ ๒ –๓ เมล็ด จะใช้ระยะปลูกระหว่างแถว ๗๕ เซนติเมตร ระหว่างต้น ๕๐ เซนติเมตร

การเตรียมดิน

เกษตรกรจะทำการไถ ๑ ครั้ง ด้วยรถไพขนาดใหญ่ ในอัตราค่าจ้างแบบเหมาจ่าย   ในพื้นที่ราบและพื้นที่เชิงเขาไม่สูงนัก และเป็นพื้นที่ที่ทำมานานก็จะคิดเป็นไร่ ๆ ละ ๑๘๐ บาท ถึง ๒๕๐ บาท           แต่คิดเป็นบริเวณที่ภูเขาสูงขึ้นจะคิดเป็นไร่ละประมาณ ๓๐๐ – ๕๐๐ บาท

การดูแลรักษา

เมื่อปลูกข้าวโพดได้ประมาณ ๑  เดือน เกษตรกรจะทำการดายหญ้า ๑ ครั้ง สำหรับการใส่ปุ๋ยเคมี เกษตรกรจะใส่บ้างเล็กน้อยตอนกำจัดวัชพืชและพื้นที่ที่ข้าวโพดไม่งาม ศัตรูที่สำคัญคือหนอน    ในดิน ตั๊กแตน และหนู การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและยังไม่มีการใช้

การเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวข้าวโพดเกษตรกรจะใช้แรงงานคน โดยมากจะใช้แรงงานในครัวเรือนทำการเก็บเกี่ยว จะเริ่มทำการเก็บเกี่ยว ระหว่างเดือน ส.ค. – ก.ย. เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วก็จะนำเข้ายุ้งฉางพอถึงเวลา พ่อค้าคนกลางจะนำเครื่องสีมาทำการสีและรับซื้อโดยการคิดค่าบริการต่างๆ เช่น ค่าสี ค่าขนส่ง จากบนภูเขา    ถึงถนนใหญ่จึงทำให้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด เมื่อคิดหักต้นทุนในการผลิตจะมีเงินเหลือใช้จ่ายภายในครัวเรือน   ไม่เพียงพอ พอถึงฤดูกาลต่อไป ก็ต้องยืมเงินมาลงทุนอีก

ผลผลิต

ผลผลิตเฉลี่ยประมาณ ๔๑๐ กก./ไร่

๓.๔  การปลูกถั่วลิสง

พื้นที่การปลูกถั่วลิสงของตำบลนามาลา มีการปลูก ๒ รุ่น คือรุ่นที่ ๑ เริ่มปลูกกลางเดือน เมษายน รุ่นที่ ๒ ปลูกเดือนกันยายน โรคแมลงที่สำคัญ คือเสี้ยนดิน และโรคใบจุด

พันธุ์

เกษตรกรตำบลนามาลา ใช้พันธุ์ ไทนาน ๙ และพันธุ์พื้นเมืองบ้างเล็กน้อย

การปลูก

เกษตรกรจะทำการปลูกถั่วลิสง ๒ รุ่น คือรุ่นที่ ๑ เริ่มปลูกเดือน เม.ย. และรุ่นที่ ๒ ในช่วงระหว่างเดือน พ.ค. – มิ.ย. เกษตรกรจะทำการไถ ๑ ครั้ง แล้วดายดิน เมื่อฝนตกมาเกษตรกรจะทำการหยอด     โดยการใช้ระยะปลูก ๒๐ – ๓๐ ซม.

การดูแลรักษา

หลังจากการปลูกไปแล้ว ประมาณ ๑๕ – ๑๖ วัน เกษตรกรก็จะทำการดายหญ้า     กลบโคลนและใส่ปุ๋ยแต่เกษตรกรส่วนใหญ่จะไม่มีการใส่ปุ๋ย โรคแมลงที่สำคัญ คือ เสี้ยนดินหนู และโรคใบจุดและป้องกันกำจัดโรคและแมลง

การเก็บเกี่ยว

เกษตรกรจะทำการเก็บเกี่ยวระหว่างเดือน ส.ค. – ก.ย.  โดยการใช้แรงงานภายใน   ครัวเรือน โดยการถอนแล้วตากแดดประมาณ ๓ – ๕  แดด ก็เก็บไว้เพื่อขายต่อไป

ผลผลิต

ผลผลิตของถั่วลิสงเฉลี่ย  ๑๘๐ กก./ไร่

               ๓.๕  การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

ในเขตตำบลนามาลา มีเกษตรกรทำการเลี้ยงไหมทั้งหมด ๑๐ ครัวเรือน มีห้องเลี้ยงไหมไว้สำหรับเลี้ยง ๑ ปี สามารถเลี้ยงได้โดยเฉลี่ย ๘ รุ่น ๑ ปี

พันธุ์หม่อน

พันธุ์หม่อนน้อย,  บร.๖๐,  คุณไพร

การปลูก

จะทำการเตรียมดินโดยทางใด ๑ – ๒ ครั้ง แล้วเตรียมหลุมปลูกใช้ระยะ ๑X ๑ ม. บางราย  ก็ปลูกตามหัวไร่ปลายนา บริเวณบ้านการปลูกของเกษตรกรมี ๒ วิธี คือ

  1. ตัดท่อนปลูกในแปลง
  2. ปลูกโดยการชำกิ่งพันธุ์ก่อน

การดูแลรักษา เกษตรกรจะทำการดายหญ้า บ้างเป็นครั้งคราว มีการใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมี ทำการตัดแต่งกิ่งหม่อนปีละ ๑ ครั้ง โดยการตัดต่ำ

การเก็บเกี่ยว

การเลี้ยงไหมวัยอ่อนเกษตรกรจะเก็บใบส่วนหยอด และการเลี้ยงไหมเกษตรกรจะเก็บใบที่ตัดลงมาจากใบอ่อนลงมา

               ๓.๖  การปลูกไม้ผล – ไม้ยืนต้น

ในตำบลนามาลา ไม้ผลที่ปลูกในตำบล ได้แก่ ส้มโอ ลิ้นจี่ ลำไย มะขามหวาน และมะม่วง ในปัจจุบันเกษตรกรหันไปทำกิจกรรมอื่นแทน การปลูกไม้ผล เนื่องจากผลผลิตดีกว่า และสวนเก่าขาดการดูแลรักษาผลผลิตไม่คุ้มกับการลงทุน โรคแมลงระบาด

                 ๓.๗  การปลูกพืชผัก

ส่วนใหญ่เกษตรกรตำบลนามาลา จะทำการปลูก กะหล่ำปลี โดยมีพื้นที่ประมาณ ๒๐ ไร่ ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายจะเป็นช่วงหน้าหนาว เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกกะหล่ำปลี

–  พันธุ์ที่ใช้ปลูก ตราลูกโลก ๕๐๑,๑๐๕

๓.๘  การปลูกขิง

พันธุ์

ขิงหยวก อัตรา ๓๐๐ –๗๐๐ กก./ไร่

การคัดพันธุ์

–  ไม่มีโรคแมลง

–  มีตาและแง่งแต่งเนื้อไม่นิ่ม

–  มีข้อถี่และแง่งใหญ่

–  อายุประมาณ ๑๐ – ๑๒  เดือน

การเตรียมดิน

เกษตรกรถางและเผาป่า  ไว้ ๒ –๓ ครั้ง เพื่อทำการย่อยดิน แล้วทำร่องปลูกร่องลึก   ๑๕ –๒๐ ซม. ระหว่างแถว ๕๐ –๗๐ ซม.

การปลูก

ใช้ท่อนพันธุ์จากในร่องที่เตรียมไว้ ระยะ ๑๕ – ๒๐ ซม.กลบดิน และใช้หญ้าคาปกไว้กันความชื้น

การดูแลรักษา

อายุ ๓๐ วัน กำจัดวัชพืช พรวนดิน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ ประมาณ ๕๐ กก./ไร่ อายุประมาณ ๖๐ วัน กำจัดวัชพืช รอบที่ ๒ พร้อมใส่ปุ๋ยสูตร ๑๓-๑๓-๒๑ ๕๐ กก./ไร่

การเก็บเกี่ยว

เกษตรกรเก็บเกี่ยว ๒ ระยะ คือ ระยะขิงอ่อน อายุ ๓-๕ เดือน ขิงแก่อายุ ๘-๑๐ เดือน และเก็บไว้ทำพันธุ์อายุ ๑๐ เดือนขึ้นไป ผลผลิตขิงอ่อน ๑,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ กก./ไร่ ขิงแก่ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ กก./ไร่

ตลาด

ขายที่ตลาดต่างอำเภอ และที่โรงงานจังหวัดเพชรบูรณ์

๔. ปฏิทินกิจกรรมในการดูแลปลูกพืช

ตารางที่ ๒-๗ แสดงกิจกรรมในการดูแลปลูกพืช

ชนิดพืช ม.ค ก.พ มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค พ.ย. ธ.ค
ข้าวนาปี

ข้าวไร่

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

มันสำปะหลัง

ถั่วลิสง

ถั่วดำ

ขิง

พืชผัก

หม่อนไหม

ไม้ผล – ไม้ยืนต้น

 

 

 

 

/

 

 

 

/

/

 

 

 

/

 

 

 

/

/

 

 

 

/

 

 

/

/

/

 

 

 

/

/

 

/

/

/

 

/

/

/

/

/

/

 

/

/

 /

/

/

/

/

/

/

 

/

/

 /

/

/

/

/

/

/

 

/

/

 /

/

/

/

/

/

/

 

/

/

 /

/

/

/

/

/

 

 

/

 

 

 /

/

/

/

/

/

 

 

/

 

 /

/

 

/

 

/

 

 

/

/

/

/

/

 

/

 

/

/

 ๕. เทคโนโลยีการผลิต

พันธุ์

พันธุ์พืชและสัตว์ เกษตรกรส่วนใหญ่เริ่มใช้พันธุ์ที่ทางราชการส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืชหรือสัตว์ เช่นพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๘๘๘ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตที่เกษตรกรพอใจ และพันธุ์สัตว์ เช่น โค พันธุ์บรามัน ซึ่งตลาดกำลังเป็นที่ต้องการและขายได้ราคาดีกว่าพันธุ์พื้นเมือง

ปุ๋ย

ปัจจุบันนี้เกษตรกรมีความต้องการใช้ปุ๋ยเป็นจำนวนมากขึ้นเนื่องจากมาจากสาเหตุต่างๆ เช่น ดินเสื่อมโทรม หรือดินคุณภาพต่ำ ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์ แต่ก็ถ้าขาดความรู้เรื่องการใช้ปุ๋ยอยู่เป็นส่วนใหญ่

สารเคมี

เกษตรกรมีการใช้สารเคมีมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคหรือภัยต่างๆ มากมาย และมีแนวโน้มของความต้องการใช้มากขึ้นแต่เกษตรกรยังขาดความรู้เรื่องการใช้สารเคมีอยู่มาก เช่น อัตราการใช้, ระยะเวลา ฯลฯ

เครื่องมือการเกษตร

เกษตรกรมีเครื่องจักรกลทางการเกษตรเกือบครบทุกครัวเรือน ส่วนใหญ่     จะเป็นรถไถนาเดินตาม การใช้ประโยชน์ส่วนมากใช้ในการทำนา,เตรียมดิน,บรรทุกผลผลิตทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่

๖. แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ

                   แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ได้แก่ ภูขัด น้ำตกตาดหมี น้ำตกตาดไฮ น้ำตกปูลู และถ้ำผากอง สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมได้แก่ วัดโพธิ์ชัยตั้งอยู่ที่บ้านนาพึง หมู่ที่ ๑ ตำบลนาพึง เป็นวัดที่ก่อตั้งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง วิหาร โบสถ์ เจดีย์และกำแพงรอบวัด ฯลฯ ก่อด้วยอิฐและฉาบด้วยหินปูนผสมยางไม้และหนังสัตว์ที่ได้รับการต้มและเคี่ยวให้เหลว หลังคามุงด้วยไม้ (ชาวบ้านเรียกเกล็ด) ฝาผนังของวิหารด้านในมีภาพจิตรกรรมทั้ง ๔ ด้าน ส่วนฝาผนังด้านนอกเขียนภาพไว้เฉพาะด้านทิศตะวันตก

 ๒.๓ ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ

๑. ขนาดการถือครองที่ดิน

ขนาดการถือครองที่ดิน เกษตรกรมีการถือครองที่ดินเฉลี่ยครอบครัวครั้งละประมาณ ๑๐– ๒๐ ไร่

๒. สิทธิในที่ดินทำกิน

เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีหลักฐานในการถือครองที่ดินทำการเกษตรทั้งที่ทำมาหากินมานาน เพราะ

พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

๓. จำนวนแรงงาน

แรงงานด้านการเกษตร ส่วนมากจะใช้แรงงานในครัวเรือนและการลงแขกช่วยเหลือกันในชุมชน

๔. รายได้ รายจ่ายของครัวเรือน

รายได้ ตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ. ๑) ร้อยละ ๙๐.๐๐ ของประชากรทั้งหมดใน

ตำบลนามาลา มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทต่อปีต่อคน

๕. สัตว์ใช้งานและเครื่องจักรการเกษตรและปัจจัยการผลิต

ในปัจจุบันไม่นิยมนำสัตว์มาใช้งาน เพราะยุ่งยากต่อการฝึกและการดูแลรักษา เกษตรกรจะนิยมใช้เครื่องจักรในการทำงานมากกว่า เช่น ไถพรวน, หยอดเมล็ด,ขนส่ง,สูงน้ำ,พ่นยาเคมี,ตัดหญ้า ฯลฯ  สำหรับปัจจัยการผลิตนั้น จะซื้อเมล็ดพันธุ์ ,ปุ๋ยเคมี, และสารเคมีกำจัดวัชพืชเป็นส่วนใหญ่

๖. ผลผลิตเฉลี่ย  ราคา  ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนและราคาผลผลิตเฉลี่ยจากข้อมูลแผนพัฒนาการเกษตรของพื้นที่ใกล้เคียง คือ

อำเภอด่านซ้าย มีดังนี้

      ข้าว ต้นทุนการผลิต ๑,๑๘๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๑๑.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ต้นทุนการผลิต ๑,๕๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๗.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ขิง  ต้นทุนการผลิต ๑๑,๔๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๑๒.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ถั่วนิ้วนางแดง  ต้นทุนการผลิต ๑,๐๙๕ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๙.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

      ยางพารา  ต้นทุนการผลิต ๓,๐๐๐ บาทต่อไร่  ราคาผลผลิต ๖๖.๐๐ บาทต่อกิโลกรัม

๗. การรวมกลุ่มเกษตรกรและเงินทุนของกลุ่ม

ตำบลนามาลามีการรวมกลุ่มของเกษตรกร โดยได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลและ/เทศบาล เป็นต้น สหกรณ์จังหวัดเลยรายงานข้อมูลกลุ่มอาชีพที่สังกัดสหกรณ์ ปี ๒๕๕๐ ของตำบลนามาลา ว่ามีกลุ่มอาชีพ ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสตรีบ้านนามาลา หมู่ที่ ๕ ทำกิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านนามาลา หมู่ที่ ๘ กิจกรรมที่ทำคือไวน์กระชายดำ ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่สังกัดสหกรณ์มีจำนวน ๒ กลุ่มได้แก่ กลุ่มเกษตรกรทำนานามาลา หมู่ที่ ๖ และกลุ่มเกษตรกรทำไร่ตำบลนามาลา หมู่ที่ ๘ ขณะที่สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยรายงานข้อมูลองค์กรเกษตรกรปี ๒๕๕๐ ว่ามีกลุ่มส่งเสริมอาชีพ ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ปลูกยางพาราหนองสิม หมู่ที่ ๗ และกลุ่มผู้ปลูกผัก หมู่ที่ ๑ ส่วนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมี ๘ กลุ่ม โดยกลุ่มแม่บ้านฯ เกือบทั้งหมดนั้นได้จัดตั้งและขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานเกษตรอำเภอนาแห้วแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินกิจกรรม ยกเว้นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหัวด่าน หมู่ที่ ๓ กลุ่มแม่บ้านโนนสว่าง หมู่ที่ ๘ และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองสิม หมู่ที่ ๗ ที่มีการดำเนินกิจกรรม สำหรับกลุ่มยุวเกษตรกรประจำตำบลมี ๑ กลุ่ม คือ กลุ่มยุวเกษตรกรในโรงเรียนบ้านหนองหวาย หมู่ที่ ๕

ในบรรดากลุ่มต่างๆ ข้างต้น มีบางกลุ่มได้จดทะเบียนหรือมีการจัดตั้งกลุ่มใหม่เป็นวิสาหกิจชุมชนจำนวน ๓ กลุ่ม เพื่อนำภูมิปัญญาและทรัพยากรที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการผลิตสินค้า บริการหรือการอื่นๆ และเพื่อเชื่อมโยงสินค้าในเครือข่าย เป็นการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้สูงขึ้นอีกทั้งสามารถจดสิทธิบัตรและขอการรับรองจากส่วนราชการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และหน่วยงานมาตรฐานสินค้าอื่นๆ ได้ สามารถจำแนกได้เป็นประเภทการผลิตและการขยายพันธุ์พืชทั้งหมด ได้แก่ กลุ่มปลูกยางพาราบ้านหนองสิม หมู่ที่ ๗ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวด่าน หมู่ที่ ๒ และกลุ่มแม่บ้านโนนสว่าง หมู่ที่ ๘ ในจำนวนกลุ่มและวิสาหกิจชุมชนดังกล่าว กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหัวด่าน หมู่ที่ ๒ และกลุ่มผู้ปลูกยางพาราหนองสิมเป็นกลุ่มที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนบรรลุวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจและลดรายจ่าย/เพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้แก่สมาชิกกลุ่ม ตามลำดับ สำหรับสินค้า OTOP ประจำตำบลนามาลา ได้แก่ สุรากลั่นชุมชนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรบ้านหัวด่าน หมู่ที่ ๒ และไวน์กระชายดำ (ตราเลียงผา) ของกลุ่มสตรีสหกรณ์เยาวชนนามาลา เป็นต้น

๘. แหล่งสินเชื่อเพื่อการเกษตร

เกษตรกรส่วนใหญ่จะกู้เงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้บริการจำนวน  ๑  แห่ง

๙. ภาวะหนี้สิน

เกษตรกรส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรโดยหนี้สินที่กู้จะเป็นหนี้สินระยะสั้น เพื่อนำเงินมาซื้อปัจจัยการผลิตในฤดูเพาะปลูกและหนี้สินระยะปานกลางที่    นำเงินมาซื้อเครื่องจักรใช้ในการเกษตร

๑๐. กองทุนหมู่บ้าน และผลการดำเนินงานทุกหมู่บ้านจะมีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านในลักษณะต่างๆ เช่น กลุ่มออมทรัพย์,   กลุ่มสหกรณ์ยาประจำหมู่บ้าน,ร้านกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน,กลุ่มกองทุนหมู่บ้านเงินล้าน

           สถานการณ์การดำเนินการของกองทุนหมู่บ้านและผลการดำเนินงานของตำบลนามาลา      หรือของแต่ละหมู่บ้านตั้งแต่ ม. ๑ – ๘ นั้น ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการในการดูแลและกำกับการกู้ยืมเงินกองทุนแต่ละหมู่บ้านขึ้น และมีคณะกรรมการของตำบลซึ่งมีหน้าที่ให้การกำกับดูและตรวจสอบการดำเนินงานของ    แต่ละหมู่บ้าน และผลการดำเนินการที่ยืมมาได้มีการกู้ยืมเงินจากกองทุนแต่ละหมู่บ้าน เป็นไปตามระเบียบ     กฎเกณฑ์หรือข้อตกลงของกองทุน และมติของหมู่บ้าน ส่วนอัตราดอกเบี้ยนั้น ส่วนใหญ่แล้วอยู่ที่ประมาณ     ร้อยละ ๓ บาท / ปี

ตารางที่ ๒-๘ แสดงสถานการณ์การดำเนินการของกองทุนหมู่บ้าน

หมู่ที่ กองทุนเงินล้าน สมาชิก (ราย) กู้เงินแล้ว (ราย) เงินที่กู้ (บาท)
๑๒

๑,๐๐๐,๐๐๐๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๗๑๘๕

๓๐

๙๐

๖๔

๙๔

๘๐

๓๓

๕๒๕๒

๓๐

๗๕

๖๒

๘๙

๗๖

๓๓

๙๔๔,๐๐๐๑,๐๐๐,๐๐๐

๓๗๘,๐๐๐

๑๐๐๐๐๐๐

๑,๐๐๐,๐๐๐

๑,๐๓๕,๐๐๐

๑,๑๐๐,๐๐๐

๙๙๐,๐๐๐

รวม ๘,๐๐๐,๐๐๐ ๔๓๖ ๓๙๔ ๖,๔๔๗,๐๐๐

๒.๔ ข้อมูลด้านสังคม

          ๑. จำนวนประชากร และครัวเรือน

              จำนวนประชากรทั้งสิ้น                   จำนวน      ๒,๙๘๙  คน

ครัวเรือนทั้งหมด                     จำนวน        ๗๗๙  ครัวเรือน

ครัวเรือนเกษตรกร                  จำนวน        ๗๓๓  ครัวเรือน

ตารางที่ ๒-๙ แสดงข้อมูลประชากรตำบลนามาลา

หมู่ ชื่อหมู่บ้าน จำนวนประชากร (คน) จำนวนครัวเรือน จำนวนครัวเรือนเกษตรกร
ชาย หญิง รวม
บ้านนามาลา ๑๓๘ ๑๓๑ ๒๖๙ ๘๑ ๘๐
บ้านหัวด่าน ๑๖๕ ๑๖๔ ๓๒๙ ๘๒ ๗๙
บ้านนาปูน ๘๖ ๗๓ ๑๕๙ ๓๘ ๓๘
บ้านซำทอง ๒๒๑ ๒๑๓ ๔๓๔ ๑๐๗ ๙๘
บ้านหนองหวาย ๒๑๙ ๒๐๓ ๔๒๒ ๑๑๖ ๑๐๐
บ้านโคก ๔๐๕ ๓๕๐ ๗๕๕ ๑๘๘ ๑๗๑
บ้านหนองสิม ๒๑๙ ๒๒๙ ๔๔๘ ๑๑๘ ๑๒๐
บ้านโนนสว่าง ๘๑ ๙๒ ๑๗๓ ๔๙ ๔๗
  รวม ๑,๕๓๔ ๑,๔๕๕ ๒,๙๘๙ ๗๗๙ ๗๓๓

ที่มา:  ข้อมูลทะเบียนราษฎรสำนักทะเบียนอำเภอนาแห้ว

๒. ประวัติความเป็นมาของสมาชิกในชุมชน  รูปแบบการตั้งถิ่นฐาน

 ความหมายของชื่อตำบล มีความหมายเป็นหลายทางคือ

๑.  ตั้งตามดอกไม้ชื่อ “ดอกมาลา” กอกมาลาเป็นพันธุ์ไม้ประเภทไม้ยืนต้น มีลักษณะคล้าย ๆ กับต้นดอกจำปามีสีเหลือง มีกลิ่นหอมมาก ประโยชน์ใช้เป็นเครื่องประดับ

๒.  คำว่า “มา” นั้น อาจเพี้ยนมาจากคำว่า “หมา”  ซึ่งเมื่อก่อนนั้นบริเวณนั้นมีหมาตายมากโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนี้ว่า “หมาลา” เพี้ยนเป็นมาลา

๓.  คำว่า “นามาลา” นั้นมาจากนาดอกไม้ เพราะตามบริเวณที่จะสร้างบ้าน สร้างนามีดอกดังควายด่อน (จมูกควายเผือก) ดอกสะเลเต และดอกอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก จึงตั้งชื่อว่า “บ้านนามาลา” ดอกดังควายด่อน (จมูกความเผือก) มีลำต้นเป็นเถาวัลย์ ดอกสีขาวเป็นพวงๆ  แต่ละพวงมีดอกเล็ก ๆ เป็นจำนวน ๕๐ –๑๐๐ ดอก กลิ่นหอมหวลมาก
ดอกสะเลเต มีลักษณะคล้าย ๆ ต้นว่าน ดอกสีขาวอยู่เป็นกลุ่ม ๆ กลิ่นหอมมาก

ประวัติความเป็นมาของการตั้งชื่อตำบล

๑.  ตามคำบอกเล่าของนายเทียม  ศรีคำ ว่ามีต้นไม้ใหญ่ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่กลางหมู่บ้านซึ่งขณะนี้เป็นทางแยกเขาหมู่บ้าน ชื่อว่าต้นดอกนามาลา แต่ก่อนบ้านนี้ ชื่อว่า “บ้านนาดอกไม้” ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นนามาลา

ตำบลนามาลาเดิมขึ้นอยู่กับตำบลนาพึง เพื่อสะดวกแก่การปกครองจึงแยกออกจากตำบลนาพึง เป็นตำบลนามาลา โดยเอาหมู่บ้านนามาลา หมู่ที่ ๑ เป็นชื่อของตำบล

๒.  ตามคำบอกเล่าของนายเริง เสวิสิทธิ์ บอกว่า ราษฎร ส่วนใหญ่อพยพมาจากอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เมื่อประมาณ ๒๑๐ ปีมาแล้ว มีลุงโก มั่งสี พ่อเฒ่าถ้ำ แม่ตู้คำภา  มาปลูกบ้านเรือนทำ

นาทำไร่มีลูกมีหลานมากขึ้น จึงตั้งเป็นหมู่บ้านชื่อหมู่บ้านนามาลา มีคนเล่าขานว่า มีหมามาจากที่ต่าง ๆมาตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “บ้านหมาลา” ต่อมาชาวบ้านได้เปลี่ยนเป็น “นามาลา” จนถึงปัจจุบัน

๓.  แต่เดิมพ่อค้าสังข์ทอง พร้อมด้วยญาติมาตั้งบ้านเรือน เพื่อทำไร่อยู่ด้วยกันสามครอบครัว ได้ปรึกษาหารือกันเพื่อตั้งชื่อบ้าน โดยเห็นพ้องต้องกันว่า ชื่อบ้านนามาลา เพราะตามบริเวณที่จะสร้างบ้านสร้างนา ประกอบไปด้วยดอกดังควายด่อน ดอกสะเลเต และดอกไม้อื่น ๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งนามาลาก็แปลมาจากนาดอกไม้ นั่นเอง

๓. ขนบธรรมเนียมประเพณี

                   ในท้องที่ตำบลนามาลา มีประเพณีและความเชื่อต่าง ๆ ซึ่งประเพณีและความเชื่อ เหล่านี้นับว่าเป็นคุณประโยชน์และสร้างสรรค์ให้ชุมชนหมู่บ้านต่าง ๆ มีความสามัคคีเพื่อการเสริมสร้างและพัฒนางานด้านต่าง ๆ  ของท้องถิ่นให้เจริญขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นต้นมา คือ

–  บุญวันขึ้นปีใหม่         เดือนมกราคม

–  บุญข้าวเปลือก          เดือนกุมภาพันธ์

–  บุญพระเวส–บุญบั้งไฟ  เดือนมีนาคม

–  บุญสงกรานต์           เดือนเมษายน

–  บุญเข้าพรรษา          เดือนกรกฎาคม

–  บุญข้าวประดับดิน      เดือนสิงหาคม

–  บุญข้าวสาก             เดือนกันยายน

–  บุญออกพรรษา         เดือนตุลาคม

–  บุญกฐิน                 เดือนพฤศจิกายน

–  บุญแจกข้าว             เดือนมกราคม – ธันวาคม

การนับถือศาสนาชาวตำบลนามาลา นับถือศาสนาพุทธเพราะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเชื่อพวกโชคลาง การทำความดี ข้อห้ามต่าง ๆที่ชาวตำบลนามาลายึดถือกัน คือ ไม่ทำงานในวันพระ หรือ ๘ ค่ำ , ๑๕ ค่ำ

ส่วนผู้นำนั้นในตำบลนามาลา มีทั้งมาจากการคัดเลือก หรือจากการเลือกตั้งจาก หมู่บ้าน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน,อบต. ส่วนผู้นำที่ชาวตำบลนามาลาให้ความนับถือหรือเชื่อถือกันนั้นเป็นบุคคลที่ราษฎรใช้คราวเคารพเชื่อถือ เป็นที่ปรึกษา เช่นผู้อาวุโส ในหมู่บ้าน พระ ครู ผู้นำกลุ่มอาชีพต่างๆ ฯลฯ

๔. การศึกษา

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (๒๕๔๙) รายงานผลการสำรวจข้อมูลระดับตำบลพบว่าประชากรทั้งหมด จบการศึกษาภาคบังคับ ๙ ปี แล้วได้เรียนต่อมัธยมปลาย

๕. การรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ

ส่วนการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพ นั้น ตำบลนามาลา มีการรวมกลุ่มเพื่อประกอบอาชีพที่เห็นได้เด่นชัด คือ กลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ส่วนกลุ่มที่มีการรวมตัวกันของตำบลนามาลา เพื่อกิจกรรมแปรรูปและอื่นๆ มีดังนี้

            สถาบันเกษตรกร

กลุ่มวิสาหกิจชุมชน  จำนวน  ๔  กลุ่ม

๑. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวด่าน         หมู่ที่  ๒  สมาชิก          ๒๖         ราย

๒. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนนสว่าง       หมู่ที่  ๘  สมาชิก          ๒๐        ราย

๓. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกยางพารา ม.๗ บ้านหนองสิม     หมู่ที่ ๗  สมาชิก           ๖๔        ราย

๔. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนามาลา        หมู่ที่  ๑  สมาชิก      ๗          ราย

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร  ๘ กลุ่ม

๑. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนามาลา              ม.๑      สมาชิก  ๓๐  ราย

๒.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวด่าน                 ม.๒      สมาชิก  ๒๗  ราย

๓.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านนาปูน                  ม.๓      สมาชิก  ๑๒  ราย

๔.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านซำทอง                 ม.๔      สมาชิก  ๑๐  ราย

๕.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองหวาย            ม.๕      สมาชิก  ๑๐  ราย

๖.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคก                    ม.๖      สมาชิก  ๑๐  ราย

๗.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองสิม               ม.๗      สมาชิก  ๒๘  ราย

๘.กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโนนสว่าง              ม.๘      สมาชิก  ๕๔  ราย

กลุ่มส่งเสริมอาชีพ  จำนวน  ๑ กลุ่ม

๑.กลุ่มผู้ปลูกยางพาราบ้านหนองสิม                           สมาชิก   ๖๔ ราย

๖. องค์กรในชุมชน

องค์กร สถาบันต่างๆ จะมีวัตถุประสงค์ และกฎระเบียบตั้งไว้เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมาชิกจะทำการคัดเลือกผู้นำหรือคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามระบบมีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้แก่สมาชิกแต่ส่วนใหญ่จะไม่ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ เพราะผู้นำหรือกรรมการไม่ให้ความสำคัญในการดำเนินงานและกิจกรรมที่ตั้งไว้

๗. กองทุน

-กองทุนโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน  (กข.คจ.)  หมู่บ้านละ  ๒๘๐,๐๐๐  บาท  ครบทุก

หมู่บ้าน

– กองทุนวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

– กองทุนเงินหมุนเวียน หมู่บ้านละ  ๒,๐๐๐,๐๐๐  บาท  ครบทุกหมู่บ้าน

๘. ภูมิปัญญา

เป็นภูมิปัญญาในการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรของตำบลนามาลานั้นได้ทำมาตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย แล้ว ก็ย่อมจะทำให้เกิดวัสดุ หรืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพขึ้น เช่น ข้อง ,ไซ,สวิง ฯลฯ ส่วนตำบลนามาลานั้นมีภูมิปัญญาที่เกิดขึ้น หรือมีมานานแล้วดังนี้ ลอม,ไซ,แห,ข้อง

บทที่  ๓

สถานการณ์ชุมชน

 ๓.๑ ปัญหาของชุมชน 

                ๑. ปัญหาของชุมชน

ปัญหา เกษตรกรที่สำรวจทุกรายประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ ปัญหาที่สำคัญประการแรก ได้แก่ ต้นทุนการผลิตสูงร้อยละ ๗๓.๓๓ รองลงมาเป็นปัญหาขาดแคลนเงินทุน ราคาผลผลิตตกต่ำ คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๖๗ และ ๖๐.๐๐ ของจำนวนเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพทั้งหมด ตามลำดับ ส่วนปัญหาเกษตรกรมีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ ๕๓.๓๓ เท่ากันกับปัญหาปัจจัยการผลิตราคาสูงและประสบภัยธรรมชาติ นอกจากนี้ยังประสบปัญหาอื่นๆ อาทิ ผู้รับซื้อ/พ่อค้าเอาเปรียบ ปริมาณผลผลิตต่ำ และดินไม่อุดมสมบูรณ์ เป็นต้น ด้านการครองชีพนั้นมีเกษตรกรที่สำรวจร้อยละ ๙๓.๓๓ ประสบปัญหานี้ ปัญหาที่สำคัญประการแรกคือ มีหนี้สิน/หนี้สินเพิ่มสัดส่วนเท่ากันกับรายได้น้อยกว่ารายจ่าย คิดเป็นร้อยละ ๖๔.๒๙ ของจำนวนเกษตรกรที่ประสบปัญหาในการครองชีพทั้งหมด รองลงมาเป็นปัญหาขาดแคลนน้ำดื่ม/น้ำใช้ ประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ/ไม่ทั่วถึง และค่าครองชีพสูง เป็นต้น (รายละเอียดตารางที่ ๕-๒)

               ๒.ความต้องการของชุมชน

ความต้องการ เกษตรกรที่สำรวจทุกรายต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ ในด้านการประกอบอาชีพนั้นประการแรกๆ เกษตรกรต้องการให้รัฐให้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินและให้รัฐจัดหาปัจจัยการผลิตในราคายุติธรรม คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๐๐ และ ๗๓.๓๓ ของจำนวนเกษตรกรที่สำรวจพบว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือทั้งหมด ตามลำดับ และเกษตรกรที่สำรวจยังมีความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐด้านการประกอบอาชีพอย่างอื่นๆ ที่เหลือ อาทิ ให้รัฐประกันราคาผลผลิต/พยุงราคาผลผลิต และให้รัฐจัดหา/สร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เป็นต้น ความช่วยเหลือจากรัฐด้านการครองชีพนั้น ประการสำคัญที่เกษตรกรต้องการได้แก่ ให้รัฐปลด/ลดหนี้ให้เกษตรกร และให้รัฐลดค่าครองชีพ (ค่าไฟฟ้า ประปา น้ำมัน) คิดเป็นร้อยละ ๔๖.๖๗ และ ๔๐.๐๐ ของจำนวนเกษตรกรที่สำรวจพบว่าต้องการให้รัฐช่วยเหลือทั้งหมด รองลงมาเป็นความต้องการให้รัฐปรับปรุงหรือซ่อม/สร้างถนน และจัดให้มีการอบรม/หาอาชีพเสริม เป็นต้น (รายละเอียดตารางที่ ๕-๒)

ตารางที่ ๕-๒ ปัญหาและความต้องการของเกษตรกร  ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

รายการ  ร้อยละ
ปัญหาในการประกอบอาชีพการเกษตร
 มี          ๑๐๐.๐๐
ถ้ามี…ปัญหาด้านการประกอบอาชีพได้แก่
ต้นทุนการผลิตสูง            ๗๓.๓๓
ขาดแคลนเงินทุน            ๖๖.๖๗
ราคาผลผลิตตกต่ำ            ๖๐.๐๐
ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์            ๕๓.๓๓
ปัจจัยการผลิตราคาสูง            ๕๓.๓๓
พืชที่ปลูกได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ            ๕๓.๓๓
ผู้รับซื้อ/พ่อค้าเอาเปรียบ            ๔๐.๐๐
ปริมาณผลผลิตต่ำ            ๔๐.๐๐
ดินไม่อุดมสมบูรณ์            ๒๖.๖๗
ขาดแคลนน้ำ/แหล่งน้ำ            ๒๖.๖๗
ศัตรูพืชรบกวน            ๑๓.๓๓
วัชพืชมาก            ๑๓.๓๓
ขาดแคลนแรงงาน            ๑๓.๓๓
ปัญหาด้านการครองชีพและด้านอื่นๆ
 ไม่มี              ๖.๖๗
 มี            ๙๓.๓๓
ถ้ามีปัญหาด้านการครองชีพฯ ได้แก่
มีหนี้สิน/หนี้สินเพิ่ม            ๖๔.๒๙
รายได้น้อยกว่ารายจ่าย            ๖๔.๒๙
ขาดแคลนน้ำดื่ม/น้ำใช้            ๔๒.๘๖
ประปาหมู่บ้านไม่เพียงพอ/ไม่ทั่วถึง            ๔๒.๘๖
ค่าครองชีพสูง            ๔๒.๘๖
ไม่มีอาชีพเสริม            ๓๕.๗๑
ว่างงานหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว            ๓๕.๗๑
ไม่มีงานทำ            ๑๔.๒๙
น้ำท่วม            ๑๔.๒๙
การคมนาคมไม่สะดวก            ๑๔.๒๙
ความต้องการให้ทางราชการเข้ามาส่งเสริมหรือช่วยเหลือ
 ต้องการ          ๑๐๐.๐๐

ตารางที่ ๕-๒ (ต่อ)

รายการ  ร้อยละ
ถ้าควรเข้ามาช่วยเหลือ/ส่งเสริมได้แก่
ด้านการประกอบอาชีพ
ให้เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน            ๘๐.๐๐
จัดหาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย ยา ในราคายุติธรรม            ๗๓.๓๓
ประกันราคาผลผลิต/พยุงราคาผลผลิต            ๖๐.๐๐
จัดหา/สร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร            ๔๐.๐๐
จัดสรรที่ดินทำกิน            ๒๖.๖๗
ขุดลอก ห้วย หนอง บึง สระ            ๒๐.๐๐
จัดหาตลาดจำหน่ายผลผลิต            ๑๓.๓๓
จัดอบรมให้ความรู้ด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง            ๑๓.๓๓
ด้านการครองชีพ
ปลด/ลดหนี้ให้เกษตรกร            ๔๖.๖๗
ให้ลดค่าครองชีพ เช่น ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าน้ำมัน            ๔๐.๐๐
ปรับปรุง/ซ่อม/สร้างถนน            ๒๖.๖๗
จัดให้มีการอบรม/จัดหาอาชีพเสริม            ๑๓.๓๓
จัดหาแหล่งเงินทุน            ๑๓.๓๓
ที่มา : จากการสำรวจ , ๒๕๕๑

๑. ด้านกายภาพ

       จุดแข็ง

  •      „   ผลการวิเคราะห์ข้อมูลของส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินปรากฎว่าตำบลนามาลามีพื้นที่ซึ่งเป็นควรเป็นเขตป่าไม้ร้อยละ ๙๙.๐๔ ของเนื้อที่ตำบล
    โดยเป็นเขตป่าไม้ตามกฎหมายซึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมด
  •      „   บริเวณพื้นที่ป่าไม้มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์โดยเป็นเขตคุ้มครองสภาพป่าซึ่งอยู่ใน
    เขตป่าอนุรักษ์ประมาณ ๔๐,๐๙๐ ไร่ หรือประมาณร้อยละ ๓๖ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „  มีสภาพดินที่อุดมสมบูรณ์ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเกษตร จากผลการวิเคราะห์ของส่วนวางแผน การใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่าดินและสภาพแวดล้อมมีความเหมาะสมทางกายภาพปานกลางสำหรับการเกษตรกรรมแบบก้าวหน้าจำนวน ๕๖๓ ไร่หรือร้อยละ ๐.๕๑ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „   มีปัจจัยส่งเสริมสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ได้ในอนาคต เนื่องจากมีสภาพอากาศหนาวเย็น สภาพภูมิทัศน์ที่สวยงาม และสภาพทรัพยากรป่าไม้ค่อนข้างสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีน้ำตกที่สวยงามคือ น้ำตกผาผึ้ง-ผาจอม น้ำตกเย็นสุดยอดและน้ำตกผานางอ่ำ
  •      „   มีลำน้ำสำคัญไหลผ่านทุกหมู่บ้าน กล่าวคือ ลำน้ำพึงไหลผ่านบ้านนามาลา บ้านซำทอง
    บ้านนาปูน บ้านหัวด่านและบ้านโนนสว่าง ลำน้ำพานไหลผ่านบ้านหนองหวาย บ้านหนองสิมและบ้านโคก ห้วยน้ำตับไหลผ่านบ้านหนองหวายและบ้านหนองสิม

จุดอ่อน

  •      „  สภาพภูมิประเทศของตำบลส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีความลาดชันสูงมีพื้นที่ราบน้อยทำให้
    มีพื้นที่ทำการเกษตรไม่มากนัก จากการวิเคราะห์ของส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่า
    มีพื้นที่ควรใช้ทำการเกษตรเพียง ๕๖๓ ไร่หรือเพียงร้อยละ ๐.๕๑ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „   ส่วนสำรวจจำแนกดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินพบว่าตำบลนามาลา
    มีสภาพดินที่เป็นปัญหาต่อการเกษตรคือ เป็นพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อนประมาณร้อยละ ๘๒ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „   ส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินพบว่า
    มีบริเวณพื้นที่ป่าไม้น้อยกว่าพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย คือมีประมาณร้อยละ ๕๘ ของเนื้อที่ตำบล ในสัดส่วนดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ประมาณร้อยละ ๓๖ ของเนื้อที่ตำบล
    ที่เหลือมีสภาพเป็นป่าผลัดใบรอการฟื้นฟูเนื่องจากมีสภาพเสื่อมโทรม
  •      „  ในฤดูแล้งลำน้ำมีปริมาณน้ำน้อยไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร จากการวิเคราะห์ของ
    ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ และส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑ ไม่พบว่ามีพื้นที่แหล่งน้ำ
  •      „   มีการปลูกพืชแบบไร่หมุนเวียนและมีพื้นที่ไร่หมุนเวียนที่ทิ้งร้างประมาณ ๓๕,๘๔๐ ไร่หรือประมาณร้อยละ ๓๓ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „   มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ขาดการพัฒนาอยู่หลายแห่ง

       โอกาส

  •      „  ตามแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดจะดำเนินการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศน์ทรัพยากรป่าไม้และธรรมชาติ คือการส่งเสริมการปลูกยางพารา ซึ่งทำให้มีรายได้มาสู่ชุมชน เป็นการอนุรักษ์ทางอ้อม
  •      „   มีสภาพอากาศที่อยู่ในเกณฑ์หนาวเย็นเพราะตำบลตั้งอยู่หุบเขา และภูเขาสูง (เช่น ภูขัด
    ภูเปือยและภูเก้าง้อม) และมีความชื้นสูงเกือบตลอดปี เหมาะสมกับการปลูกไม้ผลเมืองหนาวและการเกษตรกรรม การปศุสัตว์
  •      „   กระทรวงวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมให้ความช่วยเหลือในเรื่องการฝึกอบรมประชาชนและบุคลากรในการรักษาสิ่งแวดล้อม

       อุปสรรค

  •      „  ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน วิเคราะห์ได้ว่าพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมายซึ่งเป็นเขตป่าอนุรักษ์ทั้งหมดนั้นควรเป็นเขตฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใต้เงื่อนไข เพราะมีสภาพเสื่อมโทรมเนื่องจากถูกบุกรุกเพราะเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกินสูงถึงประมาณร้อยละ ๖๒ ของเนื้อที่ตำบล
  •      „  ป่าไม้ถูกทำลายและเกิดการชะล้างพังทลายหน้าดิน สาเหตุจากเกษตรกรตัดไม้ทำลายป่าเพื่อจับจองเป็นที่ทำกินและยังมีการทำไร่เลื่อนลอยโดยวิธีการเตรียมดินด้วยการเผาป่า
  •      „  ผลการสำรวจของส่วนวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดินที่ ๑ พบว่าเกษตรกรตำบลนามาลามีการใช้พื้นที่ทำการเกษตรแบบไร่หมุนเวียนสูงถึง ๓๕,๘๓๘ ไร่ หรือร้อยละ ๓๒.๖๓ ของเนื้อที่ตำบล ในจำนวนนี้เป็นไร่หมุนเวียนร้าง ๑,๖๕๗ ไร่ หรือร้อยละ ๑.๕๑ ของเนื้อที่ตำบล ที่เหลือเป็นไร่หมุนเวียนผสม
  •      „   ความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง
  •      „  จากการวิเคราะห์ของส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน พบว่าพื้นที่ป่าไม้ในเขตป่าอนุรักษ์ถูกบุกรุกถึงร้อยละ ๒๑.๙๕ ของเนื้อที่ตำบลทั้งหมด
  •      „   มีการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อใช้พื้นที่ทำการเกษตรกรรมและอยู่อาศัย ซึ่งถ้าไม่รีบแก้ไขอาจทำให้สภาพแวดล้อมที่มีอยู่เปลี่ยนแปลงไปได้
  •      „  ความลาดชันของพื้นที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาในหลายๆ ด้าน

 

๒. ด้านชีวภาพ

     จุดแข็ง

  •              „   ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน วิเคราะห์ว่าพื้นที่ควรใช้ทำการเกษตรของตำบลนามาลามีจำนวน ๕๖๓ ไร่หรือร้อยละ ๐.๕๑ ของเนื้อที่ตำบลนั้นมีความเหมาะสมปานกลางแก่การทำการเกษตรแบบก้าวหน้าคือควรที่จะใช้ทำนา ๒๐๘ ไร่ และใช้ปลูกพืชไร่ ๓๕๕ ไร่
  •      „   จากการวิเคราะห์ชั้นความเหมาะสมของที่ดินในเขตน้ำฝนโดยส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่า มีเนื้อที่ตำบลเหมาะสมปานกลางสำหรับการปลูกข้าวนาปีนาดำ ๑,๖๓๙ ไร่ เหมาะสมปานกลางสำหรับการปลูกพืชไร่ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และขิง ๓,๗๐๘ ไร่
  •      „   ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรเป็นหลักและทำมาเป็นเวลานานทำให้มีความรู้ความชำนาญในการปลูกพืช
  •      „  ตามเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ. ๑) พบว่าประชากรส่วนใหญ่หรือร้อยละ ๙๐.๐๐ ของประชากรทั้งหมดในตำบลนามาลา มีรายได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒๓,๐๐๐ บาทต่อปีต่อคน
  •      „  มีการรวมกลุ่มเพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาทำผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้า OTOP ประจำตำบลนามาลา

จุดอ่อน

  •      „  ผลการวิเคราะห์ชั้นความเหมาะสมของที่ดินสำหรับการปลูกพืชในเขตน้ำฝนโดยส่วนวางแผน การใช้ที่ดินที่ ๓ พบว่า พื้นที่ของตำบลนามาลามีความเหมาะสมเล็กน้อยสำหรับการปลูกพืชไร่ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และขิงจำนวน ๑๒,๔๖๕ ไร่
  •      „   ส่วนวางแผนการใช้ที่ดินที่ ๓ สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดินวิเคราะห์ว่าพื้นที่
    ควรใช้ทำการเกษตรของตำบลมีเพียงร้อยละ ๐.๕๑ ของเนื้อที่ตำบล เพราะพื้นที่ทำการเกษตรเกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่มีความลาดชันสูงไม่เหมาะสมกับการทำการเกษตร มีพื้นที่ราบเป็นส่วนน้อย เมื่อเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่มีความลาดชันมาทำการเกษตรจะต้องมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเข้มงวดควบคู่ไปด้วย
  •      „  ขาดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่ตำบลเกือบทั้งหมดหรือประมาณร้อยละ ๙๙ อยู่ในเขตป่าสงวน ทำให้เกษตรกรเกิดปัญหาความไม่มั่นคงในการประกอบอาชีพและปัญหาความยากจน เนื่องจากไม่มีหลักประกันการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ
  •      „  ปริมาณผลผลิตหม่อนต่ำ เกิดจากเกษตรกรขาดความรู้ในการปรับปรุงดิน
  •      „   เกษตรกรขาดความรู้เรื่องการปลูกพืชบนพื้นที่ลาดชัน ทำให้เกิดปัญหาความเสื่อมโทรมของดิน มีการชะล้างพังทลายหน้าดิน
  •      „  ไม่มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ได้มาตรฐานของกรมปศุสัตว์ทั้งที่เกษตรกรจำนวนมากเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพรอง
  •      „   โค มีอัตราการเจริญเติบโตต่ำและมีต้นทุนการผลิตสูง เพราะขาดแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ เมล็ดพันธุ์หญ้าพันธุ์ดี ขาดความรู้เรื่องการใช้เวชภัณฑ์และสุขาภิบาลสัตว์
  •      „  เกษตรกรขาดแหล่งอาหารโปรตีนจากปลาเนื่องจากขาดแคลนพันธุ์ปลา เกษตรกรขาดความรู้ในการเลี้ยงปลาประกอบกับสัตว์น้ำมีปริมาณลดลง
  •      „   มีสารพิษตกค้างในพืชผัก เพราะเกษตรกรใช้สารเคมีปริมาณมากและขาดความรู้ในการใช้สารเคมีที่ถูกต้องทั้งการใช้สารเคมีปริมาณมากทำให้ต้นทุนการผลิตสูงตามไปด้วย
  •      „   เกษตรกรขาดการพัฒนาการบรรจุภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปเพราะขาดเทคโนโลยีในการผลิต ขาดการต่อยอดและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นและขาดความรู้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์
  •      „   เกษตรกรขาดแคลนเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
  •      „   ประชาชนขาดความรู้และความสนใจในการผลิตภาคการเกษตรรวมทั้งขาดการบริหารจัดการในด้านการตลาดและการผลิตภาคเกษตรกรรม
  •      „   ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
  •      „   เส้นทางการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกเนื่องจากทางคดเคี้ยวเป็นภูเขาสูงชันทำให้ต้นทุน
    การขนส่งสูงขึ้น

โอกาส

  •      „   ตลาดของผลผลิตการเกษตร ได้แก่  ผ้าไหม ขิง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพาราและการเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน
  •      „  มีผลผลิตทางการเกษตรและสมุนไพรบางตัวสามารถพัฒนาเป็นสินค้าอุตสาหกรรม
  •      „   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร มีแผนพัฒนาการเกษตรของตำบล ในปีพ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๓ ซึ่งร่วมมือกับองค์กรในตำบล ๔ แผนงานด้วยกัน ได้แก่ แผนงานถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ได้แก่ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโค-กระบือ โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยและการใช้น้ำสกัดชีวภาพ โครงการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โครงการฝึกอบรมกรีดยางพารา แผนการส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง (ถั่วเหลือง) โครงการส่งเสริมการปลูกยางพาราในที่ลาดชัน โครงการส่งเสริมการปลูกพืชผักปลอดสารพิษ โครงการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพหม่อนไหมและโครงการเลี้ยงปลาในบ่อดิน-บ่อซีเมนต์และโครงการส่งเสริมการเพาะเห็ด แผนการลงทุน ได้แก่ โครงการส่งเสริมการแปรรูป ถนอมอาหารและเพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตร โครงการส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนยาสัตว์ประจำตำบล โครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรและการผลิตอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิต (อาหารสุกร) และโครงการส่งเสริมกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรในด้านฝีมือและภูมิปัญญาชาวบ้าน แผนงานพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการปล่อยปลาในแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์

  อุปสรรค

  •              „  จากการที่รัฐมีนโยบายจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรโดยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินนำพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมมาจำแนกเป็นเขตปฏิรูปที่ดินบางส่วนเพื่อมอบให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินโดยเร่งด่วน แต่เนื่องจากเขตฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติภายใต้เงื่อนไขที่มีเนื้อที่มากถึงประมาณ ๖๘,๗๐๐ ไร่นั้นอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์แม้จะมีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมแต่ไม่สามารถนำมาปฏิรูปได้เพราะมีกฎหมายห้ามดำเนินการใดๆ กับพื้นที่นี้ โดยให้เก็บรักษาไว้เป็นเขตป่าอนุรักษ์ดังเดิม
  •      „   ราคาสินค้าทางการเกษตรและสมุนไพรมีความไม่แน่นอน
  •      „   เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูง เช่น เพราะมีการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีในปริมาณมากและ
    ยังต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการเตรียมดินอีกด้วย
  •      „  พื้นที่ทำการเกษตรเป็นพื้นที่สูงทำให้มีข้อจำกัดในการเลือกชนิดพืชที่ปลูก และเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรสูงกว่าพื้นที่ราบ
  •      „  พ่อค้าคนกลางเอารัดเอาเปรียบด้านราคาผลผลิต ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นรายย่อยทำให้เกษตรกรได้รับราคาผลผลิตต่ำ
  •      „   ไม่มีตลาดรองรับผลผลิตทางการเกษตรและไม่มีการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรล่วงหน้า
  •      „  ราคาผลผลิตการเกษตรโดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน ขึ้นอยู่กับตลาดโลกและตลาดภูมิภาค การแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำจึงทำได้ลำบาก
  •      „  มีการกีดกันทางการค้า เช่น สุขอนามัย สิทธิมนุษยชน

๓. ด้านสังคม

            จุดแข็ง

  •      „   ภาษาที่ใช้ในท้องถิ่นคือไทเลยที่มีสำเนียงเฉพาะและมีประเพณีวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์
    วิถีชีวิตแบบล้านช้าง ต่างจากชาวอีสานทั่วไป
  •      „   มีประเพณีเหมือนชาวอีสานทั่วไปได้แก่ บุญสงกรานต์ บุญข้าวประดับดิน บุญบั้งไฟ เดือน ๑๑ เป็นต้น และมีประเพณีที่แตกต่างคือ การแห่ต้นดอกไม้
  •      „  เกษตรกรมีความมั่นคงด้านอาหารเนื่องจากบริโภคข้าวที่สามารถผลิตได้เองเป็นหลัก
  •      „   มีการรวมกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่เข้มเข็งและมีชื่อเสียง เช่น กลุ่มสตรีสหกรณ์เยาวชนนามาลา กลุ่มผู้ปลูกยางพาราหนองสิมและกลุ่มเกษตรกรบ้านหัวด่าน เป็นต้น และบางกลุ่มจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ๓ กลุ่มและจำแนกได้ ๑ ประเภท
  •      „   สินค้า OTOP ประจำตำบลนามาลาที่ทำชื่อเสียงและรายได้ให้แก่ตำบลได้แก่ สุรากลั่นชุมชนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรบ้านหัวด่านและไวน์กระชายดำ (ตราเลียงผา) ของกลุ่มสตรีสหกรณ์เยาวชนนามาลา

       จุดอ่อน

  •      „   ขาดเอกภาพในการพัฒนาเรื่องการศึกษาอย่างเป็นระบบ
  •      „   ขาดการอนุรักษ์ฟื้นฟูด้านการศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีอย่างต่อเนื่อง
  •      „   การให้บริการต่างๆ ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและทางด้านการศึกษาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เพราะอยู่ห่างไกลจากตำบลอื่นๆ รวมทั้งที่ตั้งอำเภอนาแห้ว

       โอกาส

  •      „   ตามแนวทางการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดสามารถส่งเสริมงานประเพณีเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่ตำบลอีกทางหนึ่ง
  •      „   องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลามียุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการศึกษา เช่น โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมบริหารการศึกษาพร้อมจริยธรรม ส่งเสริมการศึกษาให้เด็ก เยาวชนและผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนเพิ่มช่องทางในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชน
  •      „   ส่งเสริมด้านจริยธรรม ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น มีโครงการจัดงานประเพณี โครงการพบกันวันพระและโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน
  •      „  องค์การบริหารส่วนตำบลส่งเสริม/สนับสนุนให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
  •      „  ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีถ้วนหน้า ทุกเพศ ทุกวัย เช่น มีโครงการรณรงค์สุขาภิบาล สิ่งแวดล้อมในครัวเรือน โครงการตรวจสุขภาพประจำปีและโครงการอาหารสะอาดร่างกายปลอดโรค

  อุปสรรค

  •      „   ปัญหาภัยยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของท้องถิ่นและประเทศชาติ เพราะทำให้สังคมและคุณภาพชีวิตเสื่อมลง
  •      „   ความต้องการแรงงานของภาคอุตสาหกรรมและบริการในเมืองใหญ่ทำให้เกิดการอพยพแรงงาน
  •      „   อิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมตะวันตกที่ไม่ดี ส่งผลกระทบต่อค่านิยมและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

 

บทที่ ๔

การสังเคราะห์ข้อมูล

๑.   ประวัติการประกอบอาชีพของชุมชน

การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ ของเกษตรกรตำบลนามาลา   ประกอบอาชีพทางการเกษตร  ซึ่งมีทั้งการผลิตพืช   ข้าว  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  มันสำปะหลัง และการผลิตสัตว์  ได้แก่  สัตว์ปีก   โคเนื้อ  โคนม  เป็นต้น   ซึ่งต้องอาศัยพึ่งธรรมชาติเป็นปัจจัยหลักมีสภาวะแวดล้อมไม่ปกติ   การจะเพิ่มหรือเร่งผลผลิตให้มีการเจริญเติบโตมากขึ้นหรือให้ได้ตามเกณฑ์ที่ผู้รับซื้อกำหนดและเพื่อให้ทันต่อช่วงที่มีการเปิดตลาดรับซื้อก็จำเป็นต้องเพิ่มวัตถุดิบ  หรือต้นทุนเพื่อเร่งการเจริญเติบโต  จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดเงินทุน    เพื่อใช้ในการลงทุนปลูกพืชในแต่ละปีเกษตรกรจะประสบปัญหาราคารับซื้อไม่แน่นอนต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงและเสี่ยงต่อความไม่คุ้มทุน   ตลอดจนการรวมกลุ่มอาชีพในเขตพื้นที่ยังขาดการบริหารจัดการที่ดี    ผลผลิตที่กลุ่มทำออกขายสู่ท้องตลาดไม่มีอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลางหรือขาดการส่งเสริมด้านการตลาดในอาชีพแต่ละด้านจึงเกิดความไม่มั่นคงถาวรของกลุ่ม    เกษตรกรส่วนใหญ่ได้กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้มาลงทุนโดยผิตวัตถุประสงค์   จึงเกิดปัญหามีหนี้สินค้างคาตลอดทุกปี

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาอาชีพทางด้านการเกษตรขึ้น โดยการทำการเกษตรแบบผสมผสานซึ่งเป็นการจัดการแรงงานในครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังลดปัญหาการเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ

๒.   ลักษณะการผลิต เทคนิค การผลิต  ระบบ

ตามลักษณะการผลิตที่ผ่านมา  เพื่อเปรียบเทียบกับการผลิตในปัจจุบันการผลิตได้เปลี่ยนแปลงขึ้นเป็นลำดับ  พอสรุปได้ดังนี้

๑.  มีการผลิตพืชและสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกันและเกื้อกูล  ซึ่งกันและกันตามแบบ เกษตรผสมผสาน

๒.  มีการใช้พันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี  ที่ทางการส่งเสริมและตลาดมีความต้องการสูงและให้ผลตอบแทนต่อไร่สูงแทนการใช้พันธุ์พื้นเมือง

๓. มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาใช้ในกิจกรรมทางการเกษตร

๔.  มีการปรับปรุงคุณภาพผลผลิตมากขึ้น

๕.  มีการผลิตพืชและสัตว์ในลักษณะครบวงจรมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน

๖.  มีการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มราคาหรือ    เพื่อเก็บไว้ใช้ในช่วงขาดแคลนหรือผลผลิตไม่มีออกสู่ตลาด

๓.  ปัจจัย / เงื่อนไขในการผลิต / ผลตอบแทนที่ได้

ปัจจัยการผลิต   ประกอบด้วยทรัพยากรที่ดิน   ทุน   แรงงาน  และการจัดการ  (ภูมิปัญญาท้องถิ่น)   ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา   เกษตรกรตำบลนามาลา  มีการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์เต็มที่และผลตอบแทนที่ได้ไม่คุ้มค่าการลงทุน   ซึ่งมีเงื่อนไขจำกัดเกี่ยวกับการผลิต   ดังนี้

๑.  ขาดที่ดินทำกินจำเป็นต้องบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน    ทำให้เกษตรกรไม่มีความคำนึงถึงเรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน    ทำให้ดินเสื่อมโทรม

๒.  เกษตรกรขาดพันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    และไม่การปรับปรุงบำรุงพันธุ์    มีการใช้พันธุ์เดิมติดต่อกันหลายปี   เช่น   ไม่มีการเปลี่ยนพันธุ์ข้าว   ทำให้ผลผลิตที่ได้ต่อไร่ต่ำ    คุณภาพข้าวไม่เป็นที่ต้องการของตลาด    ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำไม่คุ้มกับการลงทุน

๓.  มีการใช้ปัจจัยการผลิตจากภายนอกมากขึ้น   เช่น   การใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช     มีการจ้างแรงงานดานการเกษตรจากภายนอกและการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาทดแทนแรงงานจากสัตว์    ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง

๔.  ทุนในการดำเนินการผลิต    มีอยู่อย่างจำกัด    ต้องกู้เงินจาก   ธกส.  สหกรณ์   เป็นส่วนใหญ่และเกษตรกรบางรายต้องกู้เงินจากภาคเอกชนในการจัดซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร   ทำให้เกษตรกรมีหนี้สินมาก

๕.  ขาดการรวมกลุ่มผู้ผลิตทำให้ขาดอำนาจในการต่อรองทางด้านราคา

๔.  กลยุทธทางเลือก

๔.๑  แผนการผลิต   เป็นผลิตถ่ายทอดและเผยแพร่เทคโนโลยีการผลิตแก่เกษตรกรในชุมชนตำบลนาแห้ว   เช่น   ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี    การใช้พันธุ์พืช   พันธุ์สัตว์   พันธุ์ดี    การป้องกันกำจัดศัตรูพืช  การแปรรูป   และการรณรงค์ปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยพืชสด

๔.๒  แผนธุรกิจชุมชน

–   ส่งเสริมให้มีการประกอบอาชีพเสริมเพื่อให้มีงานทำตลอดปี

–  ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มอาชีพและมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

–  ส่งเสริมให้มีออมในกลุ่มอาชีพ

–  สร้างความตระหนักให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง    สามารถพึ่งพาตนเองได้   โดยลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก    มุ่งเน้นการผลิตเพื่อบริโภคในครัวเรือนมากขึ้น

๔.๓  แผนพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

–  ให้เกษตรกรในชุมชนได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่อยู่ในชุมชน

–  ส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์   ปุ๋ยพืชสดปรับปรุงบำรุงดิน

–  ส่งเสริมการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีการผสมผสาน

บทที่  ๕

แนวทางการพัฒนาชุมชน

๕.๑ แผนพัฒนาการเกษตรของตำบล

          ๕.๑.๑ แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี

                   ๑. โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

                   ๒. โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

๓. โครงการฝึกอบรมการเปิดกรีดยางพารา

๔. โครงการทำยางแผ่นคุณภาพ

๕.๑.๒ แผนการลงทุน

๑. โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและ

บรรจุภัณฑ์

๒. โครงการการจัดทำข้อมูลพื้นฐานการเกษตร

๓. โครงการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนามาลา

๔. โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๕.๑.๓ แผนพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

๑. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา

๓. สรุปแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล (แผน ๓ ปี)

แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๑.แผนถ่ายทอดเทคโนโลยี ๑. โครงการการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้การใช้สารธรรมชาติป้องกันกำจัดศัตรูพืช๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต

๓. เพื่อรักษาความสมดุลทาง

ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

๑. ฝึกอบรมเกษตรกร จำนนวน ๒๕ ราย๒.สนับสนุนอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ เกษตรกรมีความรู้และลดการใช้สารเคมี
๒. โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง ๑. เพื่อลดการใช้น้ำในฤดูแล้ง๒. เพื่อปรับปรุงบำรุงดิน ๑. ประชุมชี้แจง๒. ถ่ายทอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๔๐,๕๐๐  -  - ๑.ดินมีสภาพดีขึ้น๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๓. โครงการการฝึกอบรมกรีดยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้สามารถกรีดยางได้อย่างถูกต้อง๒. เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ต่อไปได้ ๑. ประชุมชี้แจง๒. ฝึกอบรมปฏิบัติการกรีดยาง ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๗๔,๔๐๐ ๗๔,๔๐๐ ๗๔,๔๐๐ ๑. เกษตรกรสามารถกรีดยางพาราได้อย่างถูกต้อง๒. ต้นยางที่เปิดกรีดให้ผลผลิตอย่างสม่ำเสมอ
๔. โครงการทำยางแผ่นคุณภาพ ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร ๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพ๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๖๑,๓๕๐ ๑. เกษตรกรสามารถผลิตยางแผ่นคุณภาพได้
๒. แผนการลงทุน ๑. โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและบรรจุภัณฑ์ ๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ๑. ประชุมชี้แจงโครงการ๒. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๓๐,๙๐๐  -  - ๑. สามารถผลิตสินค้าให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน๒. สร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือน
๒. โครงการการจัดทำข้อมูลพื้นฐานการเกษตร ๑. เพื่อให้ได้ข้อมูลการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมงที่มีความถูกต้อง ๑. ประชาสัมพันธ์การจัดเก็บข้อมูล

๒. รับสมัครอาสาจัดเก็บข้อมูล

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจกับอาสา

๔.สัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๖,๑๑๗ ๖,๑๑๗ ๖,๑๑๗ ๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช เลี้ยงสัตว์๒. มีฐานข้อมูลของการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ประจำปี 
แผน โครงการ/กิจกรรม เหตุผลประกอบ วิธีดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ แหล่งงบประมาณ ตัวชี้วัด
ปี ๕๖ ปี ๕๗ ปี ๕๘
๕. วิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ประโยชน์      
๓. โครงการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา ๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯเพื่อเสนอของบประมาณ๒. เพื่อพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาระดับตำบล ๑. จัดประชุมคณะ กรรมการศูนย์ฯ ๑๒ ครั้ง ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๑๙,๒๐๐ ๑๙,๒๐๐ ๑๙,๒๐๐ ๑. คณะกรรมการศูนย์มีการประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง๒. ได้แผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล
๑. โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา ๑. เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร๒. เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตร

๓. เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเครือข่ายเกษตร

๑. จัดซื้อวัสดุศูนย์ ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๓,๘๐๐ ๓,๘๐๐ ๓,๘๐๐ ๑. มีศูนย์ข้อมูล ประสานงาน ข่าวสารบริการด้านการเกษตร
๓. แผนพัฒนาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ๑. โครงการส่งเสริมการปลูกยางพารา ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน๒. เพื่อยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกร

๓. เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย

๑. อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา๒. สนับสนุนพันธุ์ยางพารา และปุ๋ย ๑.สำนักงานเกษตรอำนาแห้ว๒. องค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๓๕๘,๒๐๐ ๑. เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน๒. เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม

๓. มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 

บทที่ ๖

รูปแบบการเขียนโครงการ/กิจกรรม

  

๑. ชื่อโครงการ    : การจัดทำข้อมูลพื้นฐานการเกษตร

. หลักการและเหตูผล : การจัดทำข้อมูลการเกษตรมีหลายระบบทั้งที่เป็นเลขสถิติ และข้อมูลที่แสดงเป็นแผนที่เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการบริการให้ความช่วยเลือกเกษตรกร และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในระดับต่างๆซึ่งระบบการจัดเก็บจะใช้กระบวนการที่มีส่วนร่วมของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลและชุมชนเป็นผู้จัดเก็บ และจัดทำข้อมูลระดับหมู่บ้าน/ตำบล ตลอดจนจัดทำทะเบียนเกษตรกรทุกครัวเรือนให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และมีความทันสมัย  ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ และข้อมูลทะเบียนเกษตรในการปฏิบัติงานมากขึ้น เช่น ใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบข้อมูลของเกษตรกรในการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนจากภาครัฐการออกหนังสือสำคัญหรือการออกหนังสือรับรองต่างๆให้เกษตรกร การจัดเก็บและการจัดทำข้อมูลจะต้องเป็นการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรและชุมชนเป็นช่องทาง ข้อมูลที่ได้จะเป็นข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์และเป็นที่ยอมรับของชุมชน

๓. วัตถุประสงค์ :

           ๑. เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหว สภาวการณ์ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์และการประมงตลอดจนการประกอบ

อาชีพของเกษตรกรในหมู่บ้าน/ตำบล

๒. เพื่อเป็นฐานข้อมูลกลางและเป็นข้อมูลตำบลที่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วนและทันสมัย

๓. เพื่อให้การจัดทำข้อมูลการเกษตรมีความถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถตรวจสอบได้

๔. เพื่อเป็นการจัดทำข้อมูลแบบบูรณาการ

๔. เป้าหมาย :  ครัวเรือนเกษตรกรทุกครัวเรือนในเขตรับผิดชอบของ อบต. นามาลา      ๗๖๔  ครัวเรือน

. สถานที่ดำเนินการ : ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรกรประจำตำบลนามาลา

๖. ระยะเวลาดำเนินการ : ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. ขั้นตอนการดำเนินงาน :

๑. ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรทุกหมู่บ้าน ถึงวัตถุประสงค์ของการ จัดเก็บข้อมูล

เกษตรกรรายครัวเรือน

๒. รับสมัครอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยพิจารณาจากคณะกรรมการบริหาร

ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล,อาสาสมัครเกษตร,เกษตรหมู่บ้าน

๓. ชี้แจงทำความเข้าใจอาสาสมัครจัดเก็บข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน ในเรื่องแบบสอบถามวิธีการ

สัมภาษณ์ข้อมูลรายครัวเรือน

๔. ออกสัมภาษณ์ข้อมูลเกษตรกรรายครัวเรือน โดยมีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล

(เกษตรตำบล) เป็นที่ปรึกษา

๕. วิเคราะห์ข้อมูล จัดหมวดหมู่ นำเผยแพร่และใช้ประโยชน์

๘. งบประมาณ

ขอสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

จำนวนเงิน ๖,๑๑๗ บาท  (หกพันหนึ่งร้อยสิบเจ็ดบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดตามนี้

๑. ค่าตอบแทนอาสาสมัครในการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือนละ  ๕  บาท จำนวน  ๗๖๔  ครัวเรือน

เป็นเงิน  ๓,๘๒๕  บาท

๒. ค่าเอกสารแบบฟอร์ม อุปกรณ์การจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลครัวเรือนละ ๓ บาท  จำนวน           ๗๖๔  ครัวเรือน           เป็นเงิน  ๒,๒๙๒  บาท

                                                                                          รวมทั้งสิ้น  ๖,๑๑๗ บาท

๙. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :

๑. ทราบภาวการณ์ผลิตพืช การเลี้ยงสัตว์การประมงในหมู่บ้าน ตำบล

๒. มีข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน สมบูรณ์และทันสมัย

๓. มีข้อมูลที่บูรณาการยอมรับกันได้ทุกฝ่าย

๔. สามารถใช้วางแผนการพัฒนาตำบลหรือให้การช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง

และทันเวลา

๑๐. ตัวชี้วัดความสำเร็จ :

๑. ครัวเรือนเกษตรกรไม่น้อยกว่า ๙๕% ได้รับประโยชน์จากข้อมูล

๒. ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูล อย่างน้อย ๙๕%

๓. เกษตรกรกรมีความพึ่งพอใจกับพอใจกับผลสำเร็จของการนำข้อมูลมาให้บริการและใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างน้อย ๙๕%.

๑. ชื่อโครงการ      โครงการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนามาลา

๒. หลักการและเหตุผล

ตามประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๙ ตอนพิเศษ ๒๓ง วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๔๕ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งในส่วนกรมส่งเสริมการเกษตรได้ถ่ายโอนภารกิจด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต และด้านวางแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท.) ดำเนินการโดยใช้ศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล เป็นศูนย์กลาง  ดำเนินงานด้านการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต ในชุมชนซึ่งมีคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล  ร่วมกับเลขานุการศูนย์ฯ  ทำหน้าที่บริหารจัดการ โดยดำเนินการในลักษณะบูรณาการระหว่างภาครัฐ และเอกชน ในการพัฒนาอาชีพในตำบล โดยยึดถือมติประชาวิจารณ์ของชุมชนเป็นหลักในการดำเนินงาน

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาจัดทำแผนพัฒนาตำบล และการเสนอของบประมาณสนับสนุนแผน

๒. เพื่อจัดประชุมคณะกรรมการบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ในการพิจารณาดำเนินงาน ตามที่หน่วยงานต้นสังกัด สั่งการให้ศูนย์ฯดำเนินการ

๓. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล พิจาณาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ ต่าง ๆ

๔. เพื่อให้คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล ดำเนินการสำรวจข้อมูลพื้นฐานในตำบลเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับผลการจัดทำเวทีชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาตำบล

๔. พื้นที่ดำเนินการ

หมู่ที่ ๑ – ๘ ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ๔๒๑๗๐

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ

คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๖. ระยะเวลาดำเนินการ      ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินการ

  • จัดประชุมคณะกรรมการศูนย์บริการฯ ตำบลนามาลา  ประจำเดือนจำนวน  ๑๒  เดือน

๘. งบประมาณ 

ขอสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

       จำนวนเงิน  ๑๙,๒๐๐ บาท  (สองหมื่นหนึ่งพันหกร้อยบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดตามนี้

–  ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

ประจำตำบลนามาลา  จำนวน ๑๖ คน ๆละ ๑๐๐ บาท จำนวน ๑๒ ครั้ง    เป็นเงิน  ๑๙,๒๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น    ๑๙,๒๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา จะมีการประชุมเดือน   ละ ๑ ครั้ง เพื่อ เสนอปัญหาและพิจาณาแก้ไขปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์ฯ

๒. คณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา จะได้ทำข้อเสนอจากการจัดเวทีประชาวิจารณ์ด้านการเกษตร มาเพื่อพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นแผนพัฒนาตำบล

๓. การสำรวจข้อมูลพื้นฐาน การสำรวจข้อมูลการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆของตำบลจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง เพราะคณะกรรมการศูนย์ฯ คือ บุคคลที่ถูกคัดเลือกมาจากทุกหมู่บ้านในตำบล

๑. ชื่อโครงการ      โครงการพัฒนาศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๒. หลักการและเหตุผล 

ด้วยกรมส่งเสริมการเกษตรกำหนดให้ทุกอำเภอมีการจัดตั้งศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรในทุกตำบลเพื่อเป็นศูนย์กลางการประสานงานและถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตร ,

ปศุสัตว์ , ประมงและกลุ่มสถาบันเกษตรอื่น ๆ ให้แก่ชุมชน ดังนั้น เพื่อให้การบริการด้านการเกษตรแก่ชุมชนบรรลุตามวัตถุประสงค์จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาระบบข้อมูลพื้นฐานและการตกแต่งภายในอาคารศูนย์ให้เป็นระเบียบและสวยงามเหมาะสมกับการเป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้วิชาชีพไปสู่ชุมชน

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อเป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร

– เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลและบริการข่าวสารด้านการเกษตรแต่ละสาขาอาชีพ

– เพิ่มเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการเกษตร

๔. พื้นที่ดำเนินการ

ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา  หมู่ที่ ๑ ตำบลนามาลา อำเภอนาแห้ว            จังหวัดเลย

๕. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๖. วิธีดำเนินกา

– จัดซื้อวัสดุศูนย์ฯ

๗. งบประมาณ 

ขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก  อบต. นามาลา  จำนวนเงิน  ๓,๘๐๐  บาท (สามพันแปดร้อยบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดดังนี้

          ๑. สมุดเบอร์ ๒ จำนวน ๒๔ เล่ม ๆ ละ ๓๐ บาท                             เป็นเงิน       ๗๒๐    บาท

๒. ปากกาลูกลื่น(คละสี) จำนวน ๕๐ ด้ามๆ ละ ๖  บาท                     เป็นเงิน       ๒๕๐    บาท

๓. แล็คซีน  ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน   ๔  ม้วนๆ ละ ๖๐ บาท                 เป็นเงิน       ๒๔๐    บาท

๔. กระดาษถ่ายเอกสาร  A๔  จำนวน ๘ ริม ๆ ละ ๑๑๐  บาท             เป็นเงิน       ๘๘๐    บาท

๕. กระดาษปกสี  จำนวน ๔ ริมๆ ละ ๑๒๐ บาท                            เป็นเงิน       ๔๖๐    บาท

๖. กระดาษโรเนียว  จำนวน  ๓  ริม ๆ ละ ๙๐  บาท                       เป็นเงิน       ๒๗๐    บาท

๗. CD – RW  จำนวน  ๕๐  แผ่น ๆ ละ  ๕  บาท                          เป็นเงิน       ๒๕๐    บาท     ๘. แผ่นฟิวเจอร์บอร์ด    จำนวน  ๑๐  แผ่น ๆ ละ ๔๐                    เป็นเงิน       ๔๐๐    บาท     ๙. ปากกาลบความผิด  จำนวน  ๒  ด้าม ๆ ละ  ๖๕  บาท                  เป็นเงิน       ๑๓๐    บาท     ๑๐. กระดาษสติกเกอร์สี  จำนวน  ๕  แผ่น ฟ ละ  ๔๐  บาท              เป็นเงิน       ๒๐๐    บาท                                                               รวมเป็นเงินทั้งสิ้น           ๓,๘๐๐    บาท

๘. ผู้รับผิดชอบโครงการ

– คณะกรรมการศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • เป็นศูนย์ประสานการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา
  • เป็นศูนย์ข้อมูลการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา
  • เป็นเวทีชุมชนในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา
  • เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนามาลา

๑. ชื่อโครงการ    โครงการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร

และบรรจุภัณฑ์

๒. หลักการและเหตุผล    เนื่องจากในตำบลนามาลามีการรวมกลุ่มกัน เพื่อประกอบอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนหลายชนิดที่ต้องการพัฒนาคุณภาพ บรรจุภัณฑ์  และมาตรฐานของสินค้า  เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐาน

๒. เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย

๓. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์สินค้า

แปรรูปของวิสาหกิจชุมชน

๔. เป้าหมาย   ม. ๒  ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย  เกษตรกร  ๑๐  คน

๕. วิธีดำเนินการ

๑.  ประชุมชี้แจงโครงการ ๑ ครั้ง  จำนวน   ๑๐   คน

          ๒.  ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาบรรจุภัณฑ์  ๑ ครั้ง

๓.  ดำเนินการขอรับรองมาตรฐานสินค้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๖. ระยะเวลาดำเนินการ 

          ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

สถานที่ดำเนินการ         วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหัวด่าน  หมู่ที่ ๒  ตำบลนามาลา

อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๗. งบประมาณ

  1. อบรมชี้แจงโครงการ ๑  ครั้ง  จำนวน  ๑๐  คน

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน ๑๐ คนๆ ละ ๕๐ บาท  จำนวน ๑มื้อ              เป็นเงิน     ๕๐๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๑๐ คนๆละ ๒๐ บาท จำนวน ๒ มื้อ    เป็นเงิน     ๔๐๐ บาท

  1. ค่าสติกเกอร์ติดถุงบรรจุภัณฑ์ อันละ  ๕  บาท   จำนวน  ๓,๐๐๐ อัน       เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐  บาท

๒.๑ ค่าถุงกระดาษหิ้ว   ถุงละ   ๑๐    บาท  จำนวน  ๑,๕๐๐  บาท    เป็นเงิน   ๑๕,๐๐๐  บาท

รวมเป็นเงิน ๓๐,๙๐๐ บาท (สามหมื่นเก้าร้อยบาทถ้วน)

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสิ้นค้าแปรรูปให้ได้มาตรฐาน

เป็นที่ต้องการของ ลูกค้าในท้องถิ่นและตลาดทั่วไป

๒. เป็นการสร้างรายได้เสริมแก่ครัวเรือน

๑. ชื่อโครงการ  การผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช

๒. หลักการและเหตุผล    ปัจจุบันในการทำการเกษตร  เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชกันมาก  ซึ่งส่งผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแนวคิดและวิธีปฏิบัติให้เกษตรกรหันมารู้จักผลิตและใช้สารชีวภัณฑ์  ในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชเองมากขึ้น

๓. วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะในการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช

๒. เพื่อลดต้นทุนการผลิต

๓. เพื่อรักษาความสมดุลทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นอาชีพเสริมกับเกษตรกร

๔. เป้าหมาย     เกษตรกร  จำนวน  ๒๕  ราย

๕. วิธีดำเนินการ

๑. ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตรการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยใช้ผลิตภัณฑ์จากสารธรรมชาติ  จำนวน  ๑ กลุ่มๆ ละ  ๒๕  ราย  จำนวน  ๑  วัน

๒. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตสารธรรมชาติ  จำนวน  ๒๕  ราย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ  ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. สถานที่ดำเนินการ     ม. ๑  ตำบลนามาลา  อำเภอนาแห้ว  จังหวัดเลย

๘. งบประมาณ

๑.  ค่าฝึกอบรม

๑.๑ ค่าอาหารกลางวัน  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๑ มื้อๆ ละ ๕๐ บาท           เป็นเงิน  ๑,๒๕๐ บาท

๑.๒ ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๒ มื้อๆ ละ ๒๐ บาท เป็นเงิน ๑,๐๐๐  บาท

๑.๓ ค่าวัสดุฝึกอบรมและเอกสารประกอบ  จำนวน ๒๕ รายๆ ละ ๕๐ บาท    เป็นเงิน ๑,๒๕๐ บาท

๒.  ค่าวัสดุ

๒.๑ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตและบรรจุสารธรรมชาติของเกษตรกร

จำนวน  ๒๕  รายๆ ละ  ๒๖๐  บาท                                        เป็นเงิน ๖,๕๐๐ บาท

รวมเป็นเงิน  ๑๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความเข้าใจนาการผลิตและใช้สารธรรมชาติในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๒. เกษตรกรลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

๓. เกษตรกรลดรายจ่ายต้นทุนในการผลิตเพื่อซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

๑. ชื่อโครงการ  ส่งเสริมการปลูกยางพารา

๒. หลักการและเหตุผล    เนื่องจากยางพาราเป็นพืชที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพเอยกระดับรายได้  ในอำเภอนาแห้ว  มีศักยภาพในการปลูกยางพารา  จึงควรส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ตำบลนามาลาให้เป็นแหล่งปลูกยางพาราแหล่งใหม่ นอกจากจะเป็นการเริ่มต้นอาชีพใหม่แล้ว  ยางพาราที่ปลูกเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าทดแทนป่าที่ถูกทำลาย  ช่วยลดการเกิดอุทกภัย  และยังทำให้สภาพแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

๓. วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพที่ยั่งยืน

๒. เพื่อยกระดับรายได้แก่เกษตรกร

๓.  เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลาย

๔.  เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล

๔. เป้าหมาย     ม.๑-๘  ต.นามาลา  จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๗  ไร่

๕. ระยะเวลาดำเนินการ  ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๖. วิธีดำเนินการ          – อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา

– สนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ ได้แก่  พันธุ์ยางพารา,ปุ๋ยเคมี

๗. งบประมาณ

๑. พันธุ์ยางพารา จำนวน  ๖,๓๐๐  ต้นๆละ  ๕๕  บาท                           เป็นเงิน  ๓๔๖,๕๐๐ บาท

๒. ปุ๋ยเคมีหินฟอสเฟต  (๐-๓-๐) จำนวน  ๑,๐๐๐  กก.ๆละ  ๕  บาท  เป็นเงิน      ๕,๐๐๐ บาท

๓. ค่าจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการปลูกยางพารา  เกษตรกร  ๑๐  ราย  ดังนี้

–  ค่าจัดทำเอกสารปลูกยางพารา  จำนวน  ๑๐  เล่มๆละ  ๓๐  บาท       เป็นเงิน  ๓๐๐  บาท

– ค่าอาหารเหมาจ่ายเกษตรกร จำนวน  ๑๐  คนๆละ  ๑๐๐  บาท          เป็นเงิน  ๑,๐๐๐  บาท

รวมงบประมาณทั้งสิ้น  ๓๕๘,๒๐๐  บาท

๘. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกษตรกรมีอาชีพยั่งยืน
  2. เพิ่มรายได้ในครัวเรือน
  3. เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ สร้างความสมดุลให้กับสิ่งแวดล้อม

๑. ชื่อโครงการ     โครงการส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้ง

๒. หลักการและเหตุผล 

ในพื้นที่อำเภอนาแห้วส่วนใหญ่มีอาชะทำการเกษตรและหลังการทำข้าวนาปี แล้ว  เกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชฤดูแล้ง  เช่น กะหล่ำปลี  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ซึ่งมีการใช้สารเคมีและน้ำในปริมาณมาก ซึ่งทำให้มีปัญหาเรื่องน้ำ และเพื่อลดปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรส่งเสริมให้มีการปลูกพืชฤดูแล้งตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้ลดการใช้น้ำ  และสารเคมีลงและเพื่อเป็นการปรับปรุงบำรุงดิน คือ การปลูกถั่วเหลือง

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

– เพื่อบำรุงดิน

– เพื่อเป็นพืชตัวใหม่ให้เกษตรกรลดการใช้สารเคมีน้อยลง

๔. พื้นที่ดำเนินการ       เกษตรกร ม. ๑ – ๘    ต.นามาลา  อ.นาแห้ว  จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. ถ่ายทอดความรู้

๓. จัดซื้อปัจจัยการผลิต

๘. งบประมาณ  ขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก  กรมส่งเสริมการเกษตร จำนวนเงิน  ๔๐,๕๐๐  บาท

                      (สี่หมื่นห้าร้อยบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดดังนี้

๑. ค่าอาหารประกอบเลี้ยงเกษตรกร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท เป็นเงิน       ๓,๐๐๐   บาท

๒. ค่าเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง จำนวน ๑,๕๐๐  กก. ๆ ละ ๒๕ บาท           เป็นเงิน      ๓๗,๕๐๐   บาท       รวมทั้งสิ้น  ๔๐,๕๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีทางเลือกหรือพืชส่วนใหม่เพื่อเพิ่มรายได้

๒. ดินมีสภาพที่ดีขึ้น

๓. เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

๔. เพื่อเป็นการลดการใช้น้ำให้น้อยลง

๑. ชื่อโครงการ     โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการฝึกอบรมการเปิดกรีดยางพารา

๒. หลักการและเหตุผล 

เนื่องจากในพื้นที่ตำบลนามาลามีพื้นที่ปลุกยางพารามากเป็นจำนวน ๒,๗๓๒ ไร่  และอายุยางพาราใกล้จะ ได้รับผลผลิตแล้วแต่เกษตรกรยังไม่มีความรู้ความชำนาญในการเปิดกรีดยางพารา ดังนั้น จึงควรจัดการถ่ายทอดเทคโนโลยีการกรีดยางพาราและการผลิตยางให้ได้คุณภาพให้กับเกษตรกร

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความสามารถในการกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง

– เพื่อให้เกษตรกรผลิตยางพาราได้อย่างมีคุณภาพ

– เกษตรกรสามารถเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้หรือเป็นวิทยากรได้ต่อไป

๔. พื้นที่ดำเนินการ      กลุ่มผู้ปลูกยางพารา ตำบลนามาลา    อ.นาแห้ว  จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพาราตำบลนามาลา

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินกา

๑. ประชุมชี้แจงโครงการ

๒. จัดการถ่ายทอดเทคโนโลยี

๘. งบประมาณ  ตามรายละเอียดดังนี้

๑. ค่าอาหาร จำนวน ๓๐ คน ๆ ละ ๑๐๐  บาท จำนวน ๕ วัน           เป็นเงิน  ๑๕,๐๐๐  บาท

๒. ค่าอาหารว่าง จำนวน ๓๐ คนๆ ๒ มื้อๆ ละ ๒๕ บาท จำนวน ๕ วัน  เป็นเงิน    ๗,๕๐๐  บาท

๒. ค่าจัดทำเอกสาร จำนวน ๓๐ เล่มๆ ละ ๑๐๐ บาท                      เป็นเงิน    ๓,๐๐๐  บาท

๓. ค่าวิทยากร ๔  คน  จำนวน  ๕ วัน   ๖  ชั่วโมง ๆ ละ ๖๐๐ บาท    เป็นเงิน   ๑๔,๔๐๐ บาท

๔. ค่าวัสดุอุปกรณ์การฝึกอบรม

๑) ค่าท่อนยางพาราสำหรับเปิดกรีดและสาธิต  ขนาดเส้นรอบวง  ๕๐  ซม. ความยาว  ๒  เมตร

จำนวน  ๖๐ ท่อนๆ ละ ๔๐๐ บาท                              เป็นเงิน   ๒๔,๐๐๐  บาท

๒) ค่ามีดกรีดยางเบอร์ ๓  จำนวน  ๓๐  เล่ม ๆ ละ ๑๕๐ บาท    เป็นเงิน    ๔,๕๐๐  บาท

๓) ค่าหินลับมีดกรีดยางชนิดหยาบและชนิดละเอียดขนาดความยาว ๘ นิ้ว (๑ คู่)
จำนวน ๓๐  คู่ ๆ ละ ๒๐๐ บาท                            เป็นเงิน     ๖,๐๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น ๗๔,๔๐๐  บาท

๙. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้การเปิดกรีดยางพาราอย่างถูกต้อง

๒. เกษตรกรมีความสามารถและผลิตยางอย่างมีคุณภาพ

๓. เกษตรกรสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเกษตรรายอื่นได้

. โครงการ      โครงการทำยางแผ่นคุณภาพดี

๒. หลักการและเหตุผล 

เกษตรกรในตำบลนามาลา มีการประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำยางแผ่น  และการทำยางแผ่นห้ำได้คุณภาพมาตรฐานที่ตลาดต้องการ  ถ้าเกษตรกรที่ผ่านการฝึกทำยางแผ่นคุณภาพดีแล้วจะทำให้เกษตรกำมีความรู้  และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง  และสามารถนำไปถ่ายทอดให้เกษตรในชุมชนปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเป็นการเพิ่มอาชีพและรายได้ให้เกษตรกร

๓. วัตถุประสงค์

– เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้และทักษะในการทำยางแผ่นมีคุณภาพ

– เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติมีทักษะถูกต้องตามวิธีตามหลักวิชาการ

– เพื่อสร้างอาชีพ  และรายได้ให้เกษตรกรในชุมชน

๔. พื้นที่ดำเนินการ   กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑- ม.๘    ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

๕. ผู้รับผิดชอบโครงการ        กลุ่มผู้ปลูกยางพารา  ม.๑-๘  ต.นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย

๖. ระยะเวลาดำเนินการ    ๑ ต.ค. ๕๖ – ๓๐ ก.ย. ๕๘

๗. วิธีดำเนินกา

๑. อบรมปฏิบัติการทำยางแผ่นคุณภาพดี

๒. จัดซื้ออุปกรณ์การผลิต

๘. งบประมาณ  ขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจาก  จังหวัดเลย  จำนวนเงิน  ๖๑,๓๕๐  บาท (หกหมื่นหนึ่งพันสามร้อยห้าสิบบาทถ้วน)  ตามรายละเอียดดังนี้

          ๑. อบรม

–  ค่าวิทยากร  ๒  วันๆ ละ  ๔  ชั่วโมงๆ  ละ  ๓๐๐  บาท จำนวน  ๔  คน    เป็นเงิน  ๙,๖๐๐  บาท

– ค่าอาหารเลี้ยงเกษตรกรจำนวน  ๔๐  คน ๆ ละ ๑๐๐ บาท จำนวน  ๒  วัน เป็นเงิน  ๘,๐๐๐  บาท

๒.  อุปกรณ์การผลิต

–  ค่าจักรรีดยางชนิดเรียบ  จำนวน ๑  เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท           เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท
–   ค่าจักรกรีดยางชนิดรีดดอก จำนวน ๑ เครื่อง ๆ ละ ๑๕,๐๐๐ บาท        เป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท

–   ค่าแท่นนวดยกพื้นปูด้วยอลูมิเนียมหรือสังกะสี ๒ ตัว ๆ ละ ๑,๐๐๐ บาท  เป็นเงิน   ๒,๐๐๐ บาท

–   ค่าตะกงสำหรับใส่น้ำยาง จำนวน ๔๐ ใบ ๆ ละ ๑๓๐ บาท                  เป็นเงิน   ๕,๒๐๐ บาท

–   ค่าตะแกรงกรองน้ำและน้ำยาเบอร์ ๔๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๒๐ บาท    เป็นเงิน     ๒๔๐ บาท

–   ค่าตะแกรงกรอกน้ำและน้ำยาเบอร์ ๖๐ จำนวน ๒ ใบ ๆ ละ ๑๕๐ บาท    เป็นเงิน     ๓๐๐ บาท

–   ค่าไม้พายกวนยางพลาสติก จำนวน ๒๐ อัน ๆ ละ ๑๕ บาท                 เป็นเงิน   ๓๐๐  บาท

–  กระป๋องตวงน้ำยาง จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๓๐ บาท                            เป็นเงิน  ๓๐๐  บาท

–   กระป๋องตวงน้ำกรด จำนวน ๑๐ ใบ ๆ ละ ๑๕ บาท                          เป็นเงิน  ๑๕๐  บาท

–   ถังรวมน้ำยาง / บรรจุน้ำ จำนวน ๖ ใบ ๆ ละ ๑๖๐ บาท                     เป็นเงิน   ๙๖๐   บาท

–   แผ่นสังกะสีปิดตะกงยาง จำนวน ๔๐ แผ่น ๆ ละ ๑๕ บาท                    เป็นเงิน   ๖๐๐   บาท

–  ค่าน้ำกรดฟอร์มิก ขนาดถัง ๕ ลิตร จำนวน ๑ ถัง ๆ ละ ๓๐๐ บาท           เป็นเงิน   ๓๐๐   บาท

–   ค่าน้ำยางสด จำนวน ๔๐ กิโลกรัม ๆ ละ ๖๐ บาท                             เป็นเงิน  ๒,๔๐๐   บาท

– ค่าจัดทำเอกสารวิชาการแจกเกษตรกร  ๔๐  คน                                เป็นเงิน   ๑,๐๐๐  บาท

รวมทั้งสิ้น        ๖๑,๓๕๐             บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. เกษตรกรมีความรู้และทักษะการทำยางแผ่นคุณภาพดีที่ถูกวิธี

๒. เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดให้เกษตรกรรายอื่นๆได้

๓. เกษตรกรมีรายได้  และมีอาชีพอย่างยั่งยืน

๔. เกษตรกรสามารถผลิตยางที่มีคุณภาพ

ภาคผนวก

กระบวนการจัดทำเวทีชุมชน

ครั้งที่ วัตถุประสงค์ จำนวนชาวบ้านที่  เข้าร่วมทั้งหมด (คน) จำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมด จำนวนผู้นำชาวบ้าน ผลที่ได้รับ
ชื่อหน่วยงาน จำนวน(คน)
เพื่อกระตุ้นให้ ชุมชนรู้จักตัวเองและสิ่งแวดล้อมใน ชุมชน ๑๐๐ คน สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว ๖ คน ๘  คน -ทราบข้อมูล      พื้นฐานชุมชน-ทราบถึงทรัพยากรที่เป็นต้นทุนของชุมชน
เพื่อชี้ให้ชุมชนได้เห็นสภาพที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านต่าง ๆ ๑๐๐ คน สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว ๖ คน ๘  คน -การวิเคราะห์    ศักยภาพเศรษฐกิจ สังคม ของ    ชุมชน-การเสนอปัญหาของ    ชุมชน
เพื่อให้ชุมชนได้ทราบถึงความสำคัญของปัญหาแต่ละด้านว่ามีความจำเป็นมากน้อยกว่ากัน ๑๐๐ คน สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว ๖ คน ๘  คน -การวิเคราะห์สภาพปัญหา-การรวบรวมหมวดหมู่ของ ปัญหา
เพื่อนำปัญหาและของเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามาจัดทำแผนและโครงการสนับสนุน                งบประมาณ     ดำเนินการตามแผน  ๑๐๐ คน สนง.เกษตรอำเภอนาแห้ว ๖ คน ๘  คน -การแก้ไขปัญหา-การกำหนดแผนชุมชน

-การจัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณดำเนินการตามแผน